แชร์

Copied!

แท็ก

Mitt Restaurant & Space อารีย์

แชร์

Copied!

Mitt Restaurant & Space เป็นร้านอาหารที่ต้อนรับสุนัขในย่านอารีย์ ตั้งอยู่ในซอยที่เงียบสงบห่างจากเสียงรบกวนของถนนใหญ่ สุนัขสามารถนั่งพักผ่อนร่วมกับเจ้าของได้ ไม่ว่าจะเป็นที่โต๊ะด้านในหรือในสวนด้านนอก ความยืดหยุ่นนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ ที่ต้องการทานมื้ออาหารอย่างผ่อนคลายโดยไม่ต้องทิ้งสุนัขไว้ที่บ้าน นอกจากเรื่องที่นั่งแล้ว พื้นที่ทั้งหมดของร้านยังให้ความรู้สึกไม่เร่งรีบ ซึ่งช่วยให้สุนัขที่ตื่นตกใจง่ายรู้สึกผ่อนคลายขึ้น

ทำไมร้านอาหารย่านอารีย์แห่งนี้ถึงเหมาะสำหรับสุนัขและเจ้าของ

ตัวอาคารเป็นบ้านเก่าที่ได้รับการรีโนเวทอย่างละเมียดละไมโดยยังคงเอกลักษณ์เดิมไว้ โทนสีไม้ที่อบอุ่น แสงไฟที่นุ่มนวล และสวนขนาดเล็กช่วยให้สถานที่แห่งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน แขกมักจะบอกว่ารู้สึกเหมือนได้มาทานข้าวที่บ้านเพื่อน และความรู้สึกคุ้นเคยนั้นก็เผื่อแผ่ไปถึงสุนัขที่มาเยือนด้วย ในขณะเดียวกันก็มีที่จอดรถให้บริการในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งช่วยให้เจ้าของที่ขับรถมาพร้อมกับสุนัขเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น แทนที่จะต้องพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะ ด้วยเหตุนี้ Mitt จึงมักจะมีกลุ่มลูกค้าประจำแวะเวียนมาอย่างต่อเนื่อง และหลายคนก็นำสุนัขมาด้วย

อาหารที่นี่เน้นแนวรสมือแม่แบบไทยๆ ปรุงด้วยวัตถุดิบคุณภาพดีและที่สำคัญคือไม่ใส่ผงชูรส เมนูที่น่าลิ้มลองมีทั้งข้าวผัดหมูกรอบพริกสด หมูสับปลาเค็ม และปลากะพงทอดราดซอสมะขาม พร้อมด้วยเมนูไทยคลาสสิกอื่นๆ ที่มีการสอดแทรกความคิดสร้างสรรค์ลงไปเล็กน้อย ปริมาณอาหารเหมาะสำหรับการแบ่งกันทาน ดังนั้นโต๊ะที่มากัน 2-3 คนสามารถสั่งอาหารได้หลายอย่างและค่อยๆ ทานได้อย่างเพลิดเพลิน แม้ว่าเมนูจะไม่ใช่แนวฟิวชันหรือไฟน์ไดนิ่ง แต่ก็โดดเด่นในเรื่องรสชาติ และความสม่ำเสมอนี้เองที่เป็นเหตุผลว่าทำไมลูกค้าจำนวนมากจึงกลับมาใช้บริการเสมอ

สำหรับใครที่มาเดินเล่นย่านอารีย์โดยมีสุนัขมาด้วย Mitt Restaurant & Space มอบบรรยากาศที่เงียบสงบและอยู่ติดสวน เหมาะสำหรับการนั่งทานอาหารมื้อหลักอย่างเป็นกิจลักษณะมากกว่าการหาอะไรทานแบบรีบด่วน ที่นี่เอื้อให้คุณได้ใช้เวลาอย่างไม่เร่งรีบ และดูเหมือนว่าสุนัขจะรู้สึกผ่อนคลายไปกับจังหวะนี้ไม่แพ้เจ้าของ ทั้งนี้ เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับทางร้านก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ

อนุญาตสุนัขเข้าด้านในโดยต้องจูงสายจูง

อนุญาตสุนัขในรถเข็นหรือกระเป๋า

มีเครื่องปรับอากาศ

Opening Hours

แท็ก

สถานที่ที่ใกล้เคียง

กรุณารอสักครู่...

สถานที่ที่คล้ายกัน

Mũiné — สตรีทฟู้ดเวียดนามที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านอ่อนนุช ย่านอ่อนนุชมีร้านอาหารเวียดนามที่เป็นมิตรกับสุนัขที่พึ่งพาได้ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบบนชั้น 2 ของฮาบิโตะ มอลล์ Mũiné ดึงดูดเจ้าของสุนัขในละแวกนั้นด้วยการต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมเมนูที่มีต้นกำเนิดมาจากสตรีทฟู้ดของเวียดนาม บรรยากาศของคอมมูนิตี้มอลล์ทำให้ผู้คนไม่พลุกพล่านจนเกินไป ส่งผลให้การพาสุนัขมาที่นี่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและราบรื่นอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการที่ยุ่งยาก สถานที่ที่เป็นมิตรกับสุนัขพร้อมกลิ่นอายของย่านที่พักอาศัยอย่างแท้จริง ฮาบิโตะ มอลล์ ตั้งอยู่ช่วงปลายของซอยสุขุมวิท 77 ซึ่งห่างจากย่านพาณิชย์ที่วุ่นวายตอนต้นซอย ระยะห่างนี้ช่วยสร้างบรรยากาศที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง จังหวะชีวิตที่นี่ช้าลง ลูกค้าประจำมักจะมาพร้อมกับเมนูในดวงใจ และบรรยากาศภายในร้าน Mũiné ก็สะท้อนถึงความสบายนั้น การตกแต่งเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น อิฐเปลือย ปูนเปลือย และไม้เลื้อยสีเขียว ซึ่งช่วยให้พื้นที่ดูเรียบง่ายและให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน แม้ภายในร้านจะกะทัดรัด แต่พื้นที่ส่วนกลางของมอลล์ก็มีที่ว่างให้พักผ่อนพร้อมกับสุนัขของคุณ ทางร้านได้ยืนยันนโยบายต้อนรับสัตว์เลี้ยง และสภาพแวดล้อมโดยรอบของ Habito ก็สนับสนุนนโยบายนี้เป็นอย่างดี อาหารและเครื่องดื่ม เมนูของที่นี่เน้นอาหารเพียงไม่กี่อย่างแต่ทำออกมาได้อย่างประณีต บั๋นหมี่ (Bánh mì) ถือเป็นจุดแข็งที่สุดของครัวแห่งนี้ โดยใช้ขนมปังบาแก็ตที่อบในร้านเพื่อให้ได้ผิวสัมผัสที่กรอบนอกและเนื้อสัมผัสนุ่มเบาด้านใน ไส้มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อสัตว์เย็นและตับบดแบบดั้งเดิมไปจนถึงตัวเลือกที่ปรุงแต่งรสชาติอย่างพิถีพิถัน ส่วนเฝอ (pho) ก็ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยมด้วยน้ำซุปที่เคี่ยวจากกระดูกไก่ ผสมผสานสมุนไพรและเครื่องเทศจนได้รสชาติที่ใสสะอาดและอบอุ่น มีให้เลือกทั้งแบบใส่เนื้อริบอายหรือเนื้อหมู ปิดท้ายด้วยบุ๋นจ๋า (bun cha) หรือเส้นหมี่หมูรวมที่เสิร์ฟพร้อมคอหมูย่างเตาถ่าน ปอเปี๊ยะทอด และหัวไชเท้าดอง ซึ่งเป็นเมนูที่ดึงดูดให้คุณอยากนั่งที่ร้านต่อให้นานขึ้น นอกจากนี้ รายการเครื่องดื่มก็น่าสนใจไม่แพ้กัน กาแฟดริปเวียดนามที่คั่วจากเมล็ดกาแฟสี่สายพันธุ์ผสมกันและเสิร์ฟพร้อมนมข้นหวานคือตัวเลือกอันเป็นเอกลักษณ์ ส่วน จ่าแสน (Trà Sen) หรือชาดอกบัวที่มีกลิ่นหอมนวล ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย โดยเครื่องดื่มทั้งสองอย่างเหมาะอย่างยิ่งกับบรรยากาศยามบ่ายที่ไม่เร่งรีบ ราคาอาหารจัดอยู่ในระดับปานกลางที่สมเหตุสมผลสำหรับย่านนี้ และให้ปริมาณที่คุ้มค่า Mũiné คือร้านประเภทที่ลูกค้าขาประจำในย่านอ่อนนุชมักจะกลับมาใช้บริการซ้ำได้โดยไม่ต้องลังเล ที่นี่ไม่ได้พยายามจะเป็นร้านที่ดูหวือหวาที่สุดในกรุงเทพฯ แต่เน้นทำสิ่งที่ตนเองถนัดให้ออกมาดีที่สุด ในพื้นที่ที่เปิดกว้างและต้อนรับให้สุนัขเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศภายในร้าน เวลาทำการและนโยบายการอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบข้อมูลกับทางร้านก่อนเดินทางมาพร้อมสุนัขของท่านเสมอ
อ่อนนุช
ร้านอาหาร
ROAST at the COMMONS — คาเฟ่และร้านอาหาร All-Day ที่ต้อนรับสุนัขในทองหล่อ หนึ่งในคาเฟ่ที่ต้อนรับสุนัขซึ่งมีชื่อเสียงที่สุดในทองหล่อตั้งอยู่บนชั้นบนของ the COMMONS ที่ซึ่งระเบียงรับลมแบบโอเพ่นแอร์ทำให้พื้นที่ทั้งหมดให้ความรู้สึกเหมือนห้องนั่งเล่นของย่านนี้ ROAST เป็นส่วนหนึ่งของวิถีการรับประทานอาหารแบบ All-day ในกรุงเทพฯ มาตั้งแต่ปี 2011 และสาขาทองหล่อแห่งนี้ยังคงเป็นหนึ่งในจุดที่ต้อนรับสุนัขและเจ้าของได้ดีที่สุดในพื้นที่ สุนัขสามารถนั่งได้ในโซนที่นั่งด้านนอก และด้วยตัว theCOMMONS เองที่ออกแบบมาโดยเน้นพื้นที่ชุมชนแบบเปิดโล่งและเล่นระดับ จึงมีพื้นที่ให้หายใจได้อย่างแท้จริง — ไม่ว่าจะเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่นอนหมอบอยู่ที่เท้าของคุณ หรือสุนัขพันธุ์เล็กที่คอยเฝ้ามองผู้คนเดินผ่านไปมาด้านล่าง คาเฟ่ในทองหล่อที่สร้างขึ้นเพื่อการพักผ่อนแบบยาวๆ โดยไม่เร่งรีบ บรรยากาศที่ ROAST มีความผ่อนคลายในแบบทองหล่อที่โดดเด่น ในขณะที่การตกแต่งภายในเน้นความดิบในสไตล์ Scandi-industrial — เส้นสายที่สะอาดตา แสงธรรมชาติ วัสดุที่เรียบง่าย — แต่โซนด้านนอกช่วยลดความแข็งกระด้างลงได้อย่างมาก เป็นสถานที่ที่ดึงดูดให้คนเข้ามานั่งเพียงหนึ่งชั่วโมงแต่กลับอยู่นานถึงสามชั่วโมง นอกจากนี้ ตำแหน่งที่ตั้งบนชั้นบนภายใน the COMMONS ยังทำให้รู้สึกถึงพลังงานที่สงบและเป็นส่วนตัวมากกว่าร้านที่อยู่ติดถนนและดูเร่งรีบ ด้วยเหตุนี้ จังหวะของที่นี่จึงเหมาะกับเจ้าของสุนัขอย่างยิ่ง ไม่จำเป็นต้องรู้สึกเร่งรีบในการทานอาหารเมื่อสุนัขของคุณนั่งพักผ่อนอยู่ข้างๆ ในพื้นที่เปิดโล่ง ROAST จัดอยู่ในกลุ่มคาเฟ่ในกรุงเทพฯ ที่ตอบโจทย์ได้ครบถ้วน ทั้งการเป็นจุดแวะดื่มกาแฟยามเช้า และเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับมื้อกลางวันหรือมื้อค่ำที่สมบูรณ์แบบ อาหารของที่นี่มีครอบคลุมตั้งแต่มื้อเช้าไปจนถึงมื้อค่ำ โดยทั้งหมดปรุงขึ้นเองโดยทีมงานที่พัฒนาและปรับปรุงสูตรอาหารเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษ นอกจากนี้ ครัวยังเปิดให้บริการตลอดทั้งวัน ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถมาในช่วงสายหรือช่วงบ่ายจัด และยังคงสั่งอาหารจากเมนูหลักได้ครบถ้วน อาหารที่เรียบง่ายจริงใจและกาแฟพิเศษ ตลอดทั้งวัน โปรแกรมกาแฟของ ROAST คั่วเองในร้าน โดยเน้นเมนูที่ชูรสชาติเอสเพรสโซ่และให้ความสำคัญกับคุณภาพอย่างชัดเจนตั้งแต่เมล็ดจนถึงแก้ว สำหรับใครที่พาสุนัขมาด้วยและอยากนั่งพักผ่อนนานๆ กาแฟที่นี่รสชาติดีสม่ำเสมอแม้จะดื่มต่อเนื่องหลายแก้ว ในส่วนของอาหาร เมนูต่างๆ สะท้อนถึงความมั่นใจในแบบคอมฟอร์ตฟู้ด (comfort-food) ที่เกิดจากการทำสิ่งเดิมให้ดีเยี่ยมมานานหลายปี เมนูไข่ถือเป็นจุดแข็งสำคัญ โดยเฉพาะ Turkish eggs และ Roast Big Breakfast ซึ่งมักจะเป็นหัวข้อสนทนาของลูกค้าประจำเสมอ ขณะที่พาสต้า วาฟเฟิล และอาหารจานหลักที่อยู่ท้องกว่าก็ช่วยเติมเต็มความหลากหลายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเมนูยังมีให้บริการครอบคลุมตลอดทั้งวันจนคุณแทบไม่ต้องกังวลเรื่องช่วงเวลาในการสั่งอาหาร ROAST ที่ the COMMONS คือจุดนัดพบที่ไว้วางใจได้เสมอในย่านทองหล่อ สำหรับเจ้าของสุนัขที่คุ้นเคยกับย่านนี้ ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ผ่านการคิดมาอย่างดีที่สุด ทั้งในเรื่องอาหารที่ให้บริการตลอดทั้งวัน กาแฟที่พิถีพิถัน และพื้นที่โซนเอาท์ดอร์ที่ต้อนรับเพื่อนสี่ขาอย่างแท้จริง เวลาทำการและนโยบายการอนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางร้านก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ
ทองหล่อ
คาเฟ่
คาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในทองหล่อที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้หลีกหนีจากเมืองใหญ่ ย่านทองหล่อมีสถานที่ให้ใช้เวลายามเช้ามากมาย แต่มีคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขเพียงไม่กี่แห่งในย่านนี้ที่มอบบรรยากาศแบบเดียวกับ Patom Organic Living ตัวคาเฟ่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนที่ร่มรื่น ภายในโครงสร้างกระจกและไม้เก่า เป็นสถานที่ประเภทที่เหมาะสำหรับการมาเยือนแบบไม่ได้วางแผน และมักจะทำให้คุณอยากอยู่ต่อนานกว่าที่ตั้งใจไว้ สวนกลางแจ้งเป็นพื้นที่ที่สุนัขมักจะรู้สึกผ่อนคลายที่สุดเมื่อมาที่นี่ แม้ว่าการตกแต่งภายในจะให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและโดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรม แต่พื้นที่สีเขียวโดยรอบก็ช่วยให้พวกมันมีพื้นที่สำหรับนั่งพัก ดมกลิ่น และได้ใช้เวลาอยู่เคียงข้างคุณ Patom ตั้งอยู่ติดกับสวนสาธารณะในย่านที่พักอาศัยของทองหล่อ บรรยากาศโดยรวมจึงค่อนข้างเงียบสงบและไม่เร่งรีบ ซึ่งเป็นจังหวะที่เหมาะกับสุนัขเป็นอย่างดี นอกจากเรื่องพื้นที่สีเขียวแล้ว ขนาดของร้านยังรู้สึกพอดี ไม่กว้างขวางจนสุนัขอาจรู้สึกเคว้งคว้าง และไม่คับแคบจนไม่มีที่ให้ได้พักหายใจ บรรยากาศที่ดึงดูดให้ผู้คนกลับมาอีกครั้ง ผนังกระจกใสช่วยดึงพื้นที่สีเขียวโดยรอบเข้ามาสู่ภายใน ทำให้พื้นที่ทั้งหมดดูเหมือนเป็นตู้โชว์ที่มีชีวิต ในขณะเดียวกัน การใช้ไม้เก่าและวัสดุธรรมชาติก็ช่วยให้ภายในร้านมีความอบอุ่นที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่ปรุงแต่งจนเกินไป ส่งผลให้สถานที่แห่งนี้มีความสงบที่เกิดขึ้นจากตัวตนจริงๆ มากกว่าการจงใจออกแบบให้เป็นเช่นนั้น นี่คือสถานที่ที่คนกรุงเทพฯ มักจะกลับมาในเช้าที่ต้องการความผ่อนคลาย เพราะที่นี่ไม่ได้พยายามแสดงภาพลักษณ์ของการมีสุขภาวะที่ดี แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของความมีสุขภาวะที่ดีออกมาอย่างแท้จริง รายได้ 3% จะถูกนำไปมอบให้กับมูลนิธิสุขใจ เพื่อสนับสนุนวิถีเกษตรอินทรีย์ ทำให้สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นที่แฝงอยู่ภายใต้ทุกสิ่งอย่างเงียบเชียบ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนออกมาผ่านบรรยากาศของพื้นที่: ความใส่ใจ ตรวจสอบที่มาได้ และมีรากฐานมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง อาหาร เครื่องดื่ม และฟาร์มเบื้องหลังเมนูเหล่านั้น เมล็ดกาแฟจากเชียงใหม่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ Patom และเอสเพรสโซ่ของที่นี่ก็ให้ความรื่นรมย์ที่เรียบง่าย นอกจากนี้ เมนูยังเน้นไปที่ขนมไทยคลาสสิกที่ใช้กะทิเป็นหลัก — เช่น ขนมถ้วยและสังขยาแบบดั้งเดิม — พร้อมด้วยชุดน้ำชายามบ่ายที่เป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการนั่งพักผ่อนอ้อยอิ่ง วัตถุดิบทั้งหมดล้วนมาจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ส่งตรงจากฟาร์มของพวกเขาในนครปฐม ซึ่งหมายความว่าความเชื่อมโยงระหว่างอาหารบนโต๊ะและแหล่งที่มานั้นสั้นกว่าเกือบทุกแห่งในเมือง นอกเหนือจากตัวคาเฟ่แล้ว สถานที่แห่งนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลแบบออร์แกนิกและยั่งยืนอย่างครบครัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่คุณจะเลือกซื้อของติดมือกลับไปให้ตัวเองพร้อมกับเก็บความทรงจำที่น่าประทับใจในช่วงเช้ากลับไป สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ คาเฟ่ที่ต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อแห่งนี้ถือเป็นการค้นพบที่พิเศษ: เป็นสถานที่ที่มอบความเงียบสงบอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าการปรุงแต่ง สวนกลางแจ้งเป็นหัวใจหลักที่สร้างบรรยากาศ และอาหารก็คุ้มค่าแก่การแวะมา ไม่ว่าคุณจะเดินเท้ามาไม่ไกลจากถนนใหญ่หรือตั้งใจเข้าซอยมา Patom มักจะมอบสิ่งที่คุ้มค่ากับความตั้งใจเดินทางมาเสมอ เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าใช้อาจมีการเปลี่ยนแปลง — โปรดตรวจสอบกับทางร้านก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ
ทองหล่อ
บรันช์
CALM – Grill, Garden & Guinguette คือร้านอาหารที่พาสุนัขเข้าได้ในย่านพร้อมพงษ์ ซึ่งตั้งอยู่รอบสวนเปิดโล่งในซอยสุขุมวิท 31 สุนัขสามารถเข้ามาในพื้นที่กลางแจ้งได้ และสภาพแวดล้อมที่นี่เหมาะสำหรับสุนัขเป็นอย่างยิ่ง พื้นที่สวนช่วยให้พวกเขามีที่ทางสำหรับพักผ่อน ดมกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า และนอนเล่นข้างกายคุณในขณะที่ช่วงเวลาเย็นดำเนินไป สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ การผสมผสานระหว่างพื้นที่กลางแจ้ง ร่มเงา และจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบยังคงเป็นสิ่งที่น่าประทับใจเสมอ สวนที่เป็นมิตรกับสุนัขพร้อมเสน่ห์สไตล์ Guinguette CALM ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Guinguette แบบฝรั่งเศสดั้งเดิม ซึ่งเป็นโรงเหล้ากลางแจ้งบรรยากาศสบายๆ ที่เพื่อนฝูงมารวมตัวกันเพื่อกิน ดื่ม และใช้เวลาพักผ่อน ที่นี่ จิตวิญญาณนั้นถูกถ่ายทอดผ่านดวงไฟที่ประดับตามแมกไม้ ดนตรีฟังสบาย และวิลล่าในสวนเขตร้อนที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยที่เงียบสงบ แม้ว่าสุขุมวิทที่แสนวุ่นวายจะอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่นาที แต่บรรยากาศที่นี่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับสวนหลังบ้านของเพื่อนมากกว่าร้านอาหารในเมือง ด้วยเหตุนี้ พื้นที่นี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการดื่มหลังเลิกงาน ดินเนอร์แบบผ่อนคลาย หรือค่ำคืนที่เรียบง่ายพร้อมกับสุนัขของคุณที่นอนยืดตัวอยู่ข้างโต๊ะ การพาสุนัขมาที่นี่ไม่ให้ความรู้สึกขัดเขินเลยแม้แต่น้อย แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศที่ตั้งใจมอบให้ จากเตาย่างสู่แก้วเครื่องดื่ม ครัวของที่นี่เน้นสไตล์ฝรั่งเศสและยุโรป โดยมีเตาย่างเป็นหัวใจสำคัญ เตรียมพบกับอาหารจานเล็กสไตล์ทาปาสสำหรับแบ่งกันทาน ค่ำคืนบาร์บีคิวกับเนื้อย่างนุ่มๆ และบูร์ราตาจานใหญ่ที่กลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน ในขณะเดียวกัน บาร์ก็พร้อมเสิร์ฟคราฟต์เบียร์และค็อกเทลที่เหมาะสำหรับค่ำคืนอันยาวนานในสวน ปริมาณอาหารเน้นการแบ่งปัน และเมนูมีความหลากหลายเพียงพอที่กลุ่มเพื่อนซึ่งมีความชอบต่างกันจะเพลิดเพลินร่วมกันได้อย่างง่ายดาย นอกเหนือจากอาหารแล้ว ชื่อของร้านยังสื่อความหมายอย่างตรงตัวว่า — comme à la maison หรือเหมือนอยู่ที่บ้าน สรุปสั้นๆ คือ CALM มอบสิ่งที่เจ้าของสุนัขหลายคนในเมืองต่างแอบหวังว่าจะได้พบเจอ นั่นคือร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขอย่างแท้จริง ที่ซึ่งพื้นที่สวนเป็นของสุนัขของคุณพอๆ กับที่เป็นของคุณ มาเพื่อทานปิ้งย่าง และอยู่ต่อเพื่อบรรยากาศแบบแก็งแก็ต (guinguette) — และปล่อยให้ช่วงเวลาในค่ำคืนนี้ทอดยาวออกไป
พร้อมพงษ์
ร้านอาหาร
ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขในทองหล่อที่ให้พื้นที่ส่วนตัวแก่สุนัข Hungry Pack เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขที่ใส่ใจรายละเอียดที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และความโดดเด่นนี้มีความสำคัญ ร้านตั้งอยู่ในโครงการ 49Playscape ในซอยสุขุมวิท 49 บริเวณขอบชายแดนย่านที่พักอาศัยที่เงียบสงบกว่าของทองหล่อ เป็นถนนประเภทที่จังหวะการใช้ชีวิตช้าลงและมีต้นไม้ริมทางแผ่กิ่งก้านปกคลุม สุนัขที่นี่ไม่ได้แค่มีที่นั่งตรงมุมร้านเท่านั้น แต่พวกเขามีโซนเป็นของตนเองเลยทีเดียว สถานที่แห่งนี้มีสนามสุนัขแบบบริการตนเองอยู่ควบคู่ไปกับร้านอาหาร การเข้าใช้สนามมีค่าธรรมเนียมและต้องมีการลงทะเบียน ดังนั้นผู้ที่มาครั้งแรกควรเผื่อเวลาในส่วนนี้ก่อนมาถึง นอกเหนือจากนั้น การจัดวางพื้นที่ก็ตรงไปตรงมาและผ่านการคิดมาอย่างดี ในขณะที่เจ้าของนั่งพักผ่อนกับกาแฟ สุนัขก็มีพื้นที่สำหรับเคลื่อนไหว เข้าสังคม และผ่อนคลาย การแยกส่วนระหว่างพื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่สำหรับสุนัขทำให้เกิดความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ สุนัขสามารถปล่อยสายจูงได้เต็มที่โดยไม่ไปรบกวนส่วนครัว และส่งผลให้บรรยากาศในร้านอาหารยังคงความผ่อนคลายอย่างแท้จริง ลักษณะการจัดพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสุนัขที่ Hungry Pack จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร พื้นที่ถูกแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนระหว่างโซนสัตว์เลี้ยงและโซนร้านอาหาร ซึ่งเป็นการออกแบบที่สะท้อนถึงความใส่ใจในสิ่งที่ทั้งสุนัขและเจ้าของต้องการจากการมาพักผ่อนร่วมกันจริงๆ พาร์คประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำและพื้นที่วิ่งเล่นกว้างขวาง ซึ่งทำให้เห็นว่าที่นี่ไม่ได้แค่ทำไว้พอเป็นพิธี แต่ให้ความสำคัญกับสุนัขอย่างแท้จริง และเมื่อเสร็จกิจกรรมในพาร์ค การเปลี่ยนย้ายกลับมาที่โต๊ะอาหารก็ทำได้สะดวกมาก เพราะทุกอย่างรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ตัวร้านอาหารเองให้บรรยากาศย้อนยุคสไตล์อเมริกันที่มีร่องรอยความเก๋าในแบบที่เข้ากับความเป็นร้านประจำย่าน ที่นี่ไม่ได้เน้นความสวยเนี้ยบเหมือนร้านเปิดใหม่ในทองหล่อ ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น บรรยากาศที่ดูผ่อนคลายและผ่านการใช้งานมาบ้างนั้นลงตัวกับความรู้สึกของคนที่เพิ่งนั่งดูลูกรักสี่ขาของตัวเองวิ่งเล่นมาเกือบชั่วโมงได้เป็นอย่างดี อาหารและเครื่องดื่ม เมนูมีทั้งอาหารอเมริกันคลาสสิกและอาหารไทยจานโปรด ไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์ ซี่โครง และเฟรนช์ฟรายส์ ที่เสิร์ฟคู่กับผัดไทยและก๋วยเตี๋ยวเรือ เมนู Eggs Benedict และกาแฟรสชาติเข้มข้นเป็นตัวเลือกที่ไว้ใจได้สำหรับการเริ่มต้นเช้าวันที่แสนผ่อนคลาย นอกจากนี้ รายการอาหารยังมีความหลากหลายพอที่กลุ่มเพื่อนที่มีความชอบต่างกันจะสามารถเลือกสิ่งที่ชอบได้โดยไม่ต้องเสียเวลาตกลงกันเยอะ และยังมีไอศกรีมรูปสัตว์จิ๋วจาก IceDEA มาเสริมทัพในส่วนของของหวาน ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่น่ารักและสนุกสนาน ในฐานะร้านอาหารที่ต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อ Hungry Pack เข้ามาเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดที่ยังหาได้ยากในกรุงเทพฯ การผสมผสานระหว่างอาหารรสชาติดีที่มีบริการตลอดวัน กาแฟคุณภาพ และสวนสำหรับสุนัขจริงๆ — ไม่ใช่แค่มีชามน้ำวางไว้ให้ตามระเบียง — ทำให้ที่นี่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในแบบที่สถานที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ยังไปไม่ถึง นอกจากนั้น ที่นี่ยังมีความโดดเด่นในฐานะร้านประจำย่านในตัวเอง เหล่าน้องหมาทำให้ที่นี่พิเศษ และอาหารก็ทำให้ที่นี่คุ้มค่าที่จะกลับมาเยือน
ทองหล่อ
ร้านอาหาร
ร้านอาหารที่สุนัขเข้าได้ในอารีย์: การต้อนรับแบบโฮมสไตล์อย่างแท้จริง Yu Baan Eatery เป็นร้านอาหารที่สุนัขเข้าได้ในย่านอารีย์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนไปทานมื้อค่ำที่บ้านเพื่อนมากกว่าจะเป็นร้านอาหารทั่วไป ตัวร้านซ่อนตัวอยู่ในซอยที่เงียบสงบแยกจากพหลโยธิน 9 เป็นพื้นที่ขนาดเล็ก อบอุ่น และมีความเป็นส่วนตัวอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่ทำให้ที่นี่แตกต่างไม่ใช่ขนาดหรือความสวยงาม แต่คือความตั้งใจ สรุปง่ายๆ ก็คือ ที่นี่ถูกสร้างขึ้นจากแนวคิดเดียว: สุนัขของคุณควรได้นั่งที่โต๊ะร่วมกับคุณ นโยบายการต้อนรับสัตว์เลี้ยงของที่นี่มีความจริงใจในแง่มุมที่สำคัญที่สุด สุนัขทุกขนาดสามารถเข้าภายในร้านได้ และสามารถนั่งร่วมโต๊ะกับคุณได้เลย ไม่ต้องทนร้อน ไม่มีการแยกพื้นที่ และไม่มีข้อจำกัดที่ทำให้ลำบากใจ นอกจากนี้ เจ้าของร้านยังเป็นคนรักสัตว์ตัวจริง ในบางครั้งคุณจะได้พบกับสุนัขพันธุ์ดัชชุน 4 ตัวประจำบ้านที่ทำหน้าที่เป็นมาสคอตอย่างไม่เป็นทางการ ทางทีมงานเน้นความเรียบง่าย เพียงแค่ขอให้เด็กๆ อยู่ในสายจูง ช่วยกันรักษาความสะอาด และหากใส่ผ้าคาดเอวกันฉี่ (belly band) ด้วยก็จะขอบคุณมาก นอกจากนี้ยังมีขนมสุนัขและไอศกรีมโฮมเมดสำหรับสุนัขให้เลือกด้วย ผลที่ได้คือ สุนัขของคุณไม่ได้เป็นเพียงแค่แขกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเท่านั้น แต่พวกเขาคือส่วนหนึ่งของมื้ออาหารอย่างแท้จริง อาหารฟิวชันเน้นเมนูเนื้อวัว ปรุงด้วยหัวใจในสไตล์โฮมเมด อาหารที่นี่มีรสชาติยอดเยี่ยมเกินกว่าที่บรรยากาศอันเรียบง่ายของร้านจะสื่อถึง เมนูของ Yu Baan (อยู่บ้าน) นำเสนออาหารสไตล์ฟิวชั่นได้อย่างโดดเด่นและมั่นใจ โดยมีการผสมผสานเทคนิคระดับสากลเข้ากับรสชาติแบบไทยได้อย่างกลมกลืนและเป็นธรรมชาติ อย่างแรกและสำคัญที่สุดคือเรื่องราวต้นกำเนิดของร้านซึ่งเริ่มมาจากเมนู ข้าวผัดมันเนื้อ เมนูซิกเนเจอร์จานนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ร้านถือกำเนิดขึ้นมาเลยทีเดียว สำหรับนักชิมที่จริงจังเรื่องเนื้อ ซุปน่องลายตุ๋นกับมันฝรั่งให้รสชาติที่เข้มข้น ล้ำลึก และให้ความรู้สึกอบอุ่นใจ นอกจากนี้ ทางทีมงานยังใส่ใจเมนูเรียกน้ำย่อยจานเบาๆ ด้วยความประณีตเช่นกัน เกี๊ยวกรอบห่อไข่เข้ากันได้อย่างสวยงามกับน้ำจิ้มบ๊วยมะขาม ในขณะที่สลัดร็อกเก็ตมิกซ์เบอร์รี่ และนาโชส์ซี่โครงหมูบาร์บีคิว ช่วยสร้างรสสัมผัสที่แตกต่างโดยไม่แย่งความเด่นไปจากอาหารจานหลัก ทำไม Yu Baan ถึงโดดเด่นในบรรดาร้านอาหารสำหรับสุนัขในย่านอารีย์ บรรยากาศภายในร้านคือส่วนหนึ่งของเสน่ห์ เจ้าของร้านไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ดูหรูหราจนน่าทึ่ง แต่ตั้งใจให้รู้สึกเหมือนเป็นบ้านที่มีคนอยู่อาศัยจริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในบรรดาร้านอาหารที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าได้ในกรุงเทพฯ บ่อยครั้งที่คำว่า "pet-friendly" มักหมายถึงแค่โซนที่นั่งกลางแจ้งหรือนโยบายที่ยอมให้สัตว์เลี้ยงเข้าได้ตามความจำใจ แต่ที่ Yu Baan นั้นกลับตรงกันข้าม สุนัขของคุณคือหัวใจสำคัญ ไม่ใช่แค่ข้อยกเว้น การเดินทางมาที่นี่ก็สะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า BTS แล้วต่อรถ Muvmi หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง สำหรับชาวอารีย์และผู้มาเยือนที่กำลังสำรวจร้านอาหารสำหรับสุนัขในย่านนี้ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ Yu Baan คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด ท้ายที่สุดแล้ว ร้านนี้ก็ยืนหยัดเคียงคู่กับร้านอาหาร Pet-friendly อื่นๆ ในกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัว แต่ถึงอย่างนั้น ที่นี่ก็มอบสิ่งที่ร้านอื่นมักจะให้ไม่ได้ นั่นคือร้านอาหารสำหรับสุนัขในย่านอารีย์ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองเหมือนอยู่บ้านจริงๆ สำหรับทั้งคุณและสุนัขของคุณ
อารีย์
ร้านอาหาร
รสชาติอาหารอีสานแบบเป็นกันเองใจกลางอารีย์ Khao Niao เป็นร้านอาหารอีสานในย่านอารีย์ที่ต้อนรับสุนัข เหนือสิ่งอื่นใด ร้านนี้ตอบโจทย์สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับร้านประเภทนี้ นั่นคือรสชาติที่จัดจ้านและ แซ่บ ถึงใจอย่างแท้จริง ร้านตั้งอยู่ในซอยอารีย์สัมพันธ์ 7 ซ่อนตัวอยู่หลังผนังคอนกรีตที่เรียบง่าย อาคารนี้ได้รับการออกแบบโดย ASWA บนที่ดินที่เคยเป็นลานจอดรถมาก่อน ผลลัพธ์ที่ได้คือการผสมผสานอาหารอีสานรสชาติต้นตำรับเข้ากับพื้นที่เอาท์ดอร์ที่กว้างขวางและร่มรื่น และที่สำคัญที่สุดคือทางร้านยินดีต้อนรับสุนัขอย่างเต็มที่ การพาสุนัขมาด้วย พื้นที่เอาท์ดอร์คือโซนที่อนุญาตให้สุนัขเข้าได้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าทางร้านได้พิจารณามาอย่างรอบคอบแล้ว ตัวอย่างเช่น มีพัดลมขนาดใหญ่พิเศษคอยเป่าลมเย็นให้แขกสี่ขา นอกจากนี้ยังมีน้ำดื่มเย็นๆ พร้อมให้บริการเสมอ และที่พิเศษยิ่งกว่านั้นคือทางร้านมีไอศกรีมสำหรับสุนัขจากครัวไว้ให้บริการด้วย สวนหย่อมเล็กๆ ยังช่วยให้เหล่าสุนัขมีพื้นที่ยืดเส้นยืดสาย อย่างไรก็ตาม เจ้าของควรดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิด และทุกคนควรช่วยกันรักษาความสะอาดในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสุนัขพันธุ์เล็ก พันธุ์ใหญ่ แมว หรือนก ก็ล้วนยินดีต้อนรับในโซนนี้ นอกจากนี้ ช่วงเวลาเย็นจะเป็นช่วงที่มาเยือนได้สบายที่สุดเมื่ออากาศเริ่มคลายความร้อนลง เมนูแนะนำ มีอาหารบางจานที่คุณไม่ควรพลาดจริง ๆ อย่างแรกคือคอหมูย่างเนื้อฉ่ำที่มัดใจเกือบทุกคนที่สั่ง ต่อมาคือไก่ไร้กระดูกผัดพริกกระเทียมที่ให้รสสัมผัสจัดจ้านและหอมกรุ่น และสุดท้ายคือ ตำหลวงพระบาง ที่มีรสชาติเข้มข้นถึงใจอย่างยิ่ง โดยรวมแล้ว อาหารของที่นี่จะเน้นไปที่รสชาติจัดจ้าน กลิ่นสมุนไพร และการหมักดองซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอาหารอีสาน และที่โดดเด่นคือ ทางร้านไม่เคยปรับลดความจัดจ้านลงเพื่อเอาใจคนทานรสอ่อนเลย ฝั่งคาเฟ่: ONDA ในที่อยู่เดียวกันนี้ยังเปิดเป็นคาเฟ่ในช่วงกลางวันด้วย โดยมีชื่อเฉพาะว่า ONDA Cafe เครื่องดื่มซิกเนเจอร์คือ Cloudy Spirulina หรือพูดง่าย ๆ คือการนำสาหร่ายสไปรูลิน่า กล้วย สับปะรด และอะโวคาโดมาปั่นรวมกัน ดังนั้น นี่จึงเป็นรายละเอียดที่มีประโยชน์ที่ควรทราบ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถแวะมาจิบกาแฟและทานขนมอบพร้อมกับสุนัขของคุณได้ก่อนที่ช่วงบริการมื้อเที่ยงจะเริ่มเปิดทำการ งานอีเวนต์และเวิร์กช็อป หากเทียบกับมาตรฐานของย่านอารีย์แล้ว พื้นที่ของที่นี่ถือว่ากว้างขวางเป็นพิเศษ ส่งผลให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดงานวันเกิดและงานเลี้ยงส่วนตัวขนาดเล็ก นอกจากนี้ ทางทีมงานยังมีการจัดเวิร์กช็อปสำหรับสุนัขตามคำขออีกด้วย ที่สำคัญคือพวกเขารับจองสำหรับกิจกรรมทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น การเดินทาง มีที่จอดรถในพื้นที่รองรับได้สูงสุด 21 คัน นอกจากนี้ ทางทีมงานยังมีจุดรับส่งสำหรับผู้ใช้งาน Muvmi ไว้ให้ หากเดินทางมาโดย BTS สามารถเดินจากสถานีอารีย์ได้โดยใช้เวลา 10–15 นาที หรือจะเลือกนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือ Muvmi จากทางออกก็ได้เช่นกัน ท้ายที่สุด บริเวณทางเข้ายังมีทางลาดสำหรับรถเข็นเพื่อความสะดวกในการเข้าถึง
อารีย์
ร้านอาหาร
AKART Bistro & Bar: คาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขบนถนนที่เงียบสงบที่สุดในย่านสาทร AKART Bistro & Bar คือคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านสาทรที่ชาวกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เดินผ่านเพียงแค่ครั้งเดียว แล้วหลังจากนั้นก็จะค่อยๆ ปรับตารางเวลาช่วงเช้าของพวกเขาเพื่อกลับมาที่นี่ ร้านตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 30 บนถนนเย็นอากาศ หนึ่งในถนนเส้นรองที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและตัดขาดจากพลังงานอันวุ่นวายของตึกกระจกและคอนกรีตในย่านโดยรอบ เพียงแค่ทำเลที่ตั้งอย่างเดียวก็สามารถสร้างบรรยากาศที่น่าประทับใจได้แล้ว ตัวอาคารนั้นเปี่ยมด้วยเสน่ห์ในตัวเองตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มรินกาแฟแม้แต่แก้วเดียว บ้านไม้เก่าแก่อายุ 90 ปีที่มีโครงสร้างแบบโคโลเนียลและโทนสีที่อ่อนโยนนี้ ถ่ายทอดกลิ่นอายของยุครัตนโกสินทร์ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพยายามปรุงแต่ง แม้จะมีการปรับปรุงโครงสร้างอยู่บ้าง เช่น การติดตั้งเครื่องปรับอากาศและการปรับแต่งภายในให้ดูเก๋ไก๋ในแบบสบายๆ แต่เอกลักษณ์ดั้งเดิมก็ยังคงอยู่อย่างครบถ้วน สุนัขที่มาที่นี่เป็นครั้งแรกมักจะรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างรวดเร็ว มีพื้นที่ให้นั่งพัก มีร่มเงาในจุดที่จำเป็น และมีระดับเสียงบรรยากาศที่เบาพอเหมาะซึ่งเหมาะสำหรับสัตว์ที่ชอบความสงบมากกว่าความอึกทึก ทำไมสุนัขถึงรู้สึกสบายใจเหมือนอยู่บ้านที่คาเฟ่แห่งนี้ในย่านสาทร พื้นที่กลางแจ้งริมถนนเย็นอากาศช่วยให้สุนัขมีพื้นที่ในการปรับตัวเมื่อเดินทางมาถึง นอกจากนั้น จังหวะของคาเฟ่แห่งนี้ยังดำเนินไปอย่างไม่เร่งรีบ Akart Bistro & Bar ไม่ใช่สถานที่ที่จะเร่งรีบให้ใครทานมื้ออาหารให้เสร็จ ยามเช้าที่นี่ดำเนินไปตามจังหวะของการละเลียดกาแฟดีๆ ซึ่งเป็นจังหวะที่ลงตัวที่สุดสำหรับการมาเยือนของสุนัขและเจ้าของ ตัวย่านนี้เองก็มีความเงียบสงบและให้ความรู้สึกเหมือนย่านที่พักอาศัย ทำให้การเดินเข้าและออกจากร้านกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่น่าประทับใจมากกว่าจะเป็นภาระที่ต้องจัดการ ภายในร้าน มีรายการกาแฟพิเศษเป็นหัวใจสำคัญของทุกสิ่ง เมนูซิกเนเจอร์อย่าง Happy Day ซึ่งเป็นกาแฟที่ปรุงด้วยกะทิอบควันเทียน ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและมีเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงความละเมียดละไมในภาพรวมของครัวแห่งนี้ นอกจากนั้น บริการอาหารเช้าตลอดทั้งวันยังช่วยให้ไม่ต้องกดดันเรื่องเวลาที่จะต้องมาถึงร้านให้ตรงเวลา โทสต์โฮมเมดกับแฮม ชีส ไส้กรอก และผักต่างๆ มอบมื้ออาหารที่น่าพึงพอใจได้ในทุกเวลาก่อนร้านปิด และในขณะเดียวกัน เค้กแครอทของที่นี่ก็มีกลุ่มผู้ติดตามที่ชื่นชอบเป็นการส่วนตัวอย่างเงียบๆ เช่นกัน เมนูของที่นี่ดึงเอาจุดเด่นของทั้งรสชาติไทยและนานาชาติมานำเสนอ ซึ่งเป็นผลมาจากความตั้งใจของห้องครัวที่เน้นความอิ่มอร่อยสบายใจมากกว่าการจัดแบ่งประเภทของอาหาร นี่คืออาหารที่เข้ากับบรรยากาศของสถานที่อย่างแท้จริง — ไม่เร่งรีบ พิถีพิถัน และให้ในปริมาณที่ใจดีโดยไม่โอ้อวด Akart Bistro & Bar เปิดให้บริการตั้งแต่เช้าและปิดในช่วงบ่ายแก่ๆ ซึ่งทำให้ที่นี่สอดรับกับบรรยากาศยามเช้าในแบบที่เจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ มักจะให้ความสำคัญมากที่สุด นั่นคือความไม่เร่งรีบ ก่อนที่ความร้อนจะเริ่มสะสม และมีเวลามากพอให้นั่งพักผ่อน จากนั้นเมื่อการมาเยือนสิ้นสุดลง ความเงียบสงบของย่านที่พักอาศัยบนถนนเย็นอากาศก็โอบรับการจากลาอย่างนุ่มนวลพอๆ กับที่ต้อนรับในตอนที่มาถึง สำหรับคาเฟ่ที่ต้อนรับสุนัขในย่านสาทร ความต่อเนื่องเช่นนี้ — จากท้องถนนสู่ที่นั่งและกลับออกไปอีกครั้ง — คือสิ่งเล็กๆ ที่เรียบง่ายที่ดึงดูดให้ผู้คนกลับมาเสมอ เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าใช้อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางร้านก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ
สาทร
บรันช์
Treehouse Social Club — คาเฟ่และบาร์ที่สุนัขเข้าได้ในย่านพร้อมพงษ์ คาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ในย่านพร้อมพงษ์มักจะไม่ได้มาพร้อมกับต้นจามจุรีที่เก่าแก่หรือสวนที่กว้างขวางขนาดนี้ Treehouse Social Club ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบในซอยสุขุมวิท 31 ห่างจากถนนใหญ่ในระยะที่เสียงรบกวนจางหายไปก่อนที่คุณจะถึงประตูทางเข้า ทันทีที่คุณมาถึง ขนาดของต้นจามจุรีโบราณที่อยู่ด้านบนจะเปลี่ยนบรรยากาศไปอย่างสิ้นเชิง กิ่งก้านที่แผ่กว้างปกคลุมเหนือระเบียงสวน และระเบียงแห่งนั้นคือที่ที่คุณและสุนัขของคุณจะอยากนั่งพักผ่อนกัน ที่นี่ยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยง ระเบียงสวนเป็นพื้นที่เปิดโล่งและมีพื้นที่กว้างขวาง ทำให้สุนัขมีพื้นที่ให้ผ่อนคลายอิริยาบถมากกว่าที่จะต้องไปเบียดเสียดในมุมแคบๆ เป็นการจัดสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพาสุนัขออกมาเที่ยวอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เพียงการอนุโลมให้เข้าได้เท่านั้น สวนร่มรื่นที่สร้างขึ้นมาเพื่อการพาสุนัขมาเที่ยวในย่านพร้อมพงษ์ ถัดจากสวน ตัวร้านเปิดออกสู่พื้นที่ที่แบ่งเป็นสัดส่วนซึ่งสลับระหว่างบรรยากาศสบายๆ และการสังสรรค์ได้อย่างลงตัว อาคารสองชั้นเป็นที่ตั้งของบาร์และที่นั่งเพิ่มเติม ในขณะที่เทอเรสด้านล่างทำหน้าที่เป็นจุดรวมตัวที่เป็นธรรมชาติสำหรับผู้ที่พาสุนัขมาด้วย หรือผู้ที่ชอบบรรยากาศกลางแจ้ง บรรยากาศของที่นี่ไม่เร่งรีบ Treehouse มีความโดดเด่นด้วยกลิ่นอายแบบเกาะเขตร้อนที่มีความแหวกแนวเล็กน้อยและไม่ดูเป็นทางการจนเกินไป ส่งผลให้สถานที่แห่งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนร้านท้องถิ่นในย่านที่แท้จริง มากกว่าจะเป็นร้านที่สร้างขึ้นตามกระแสนิยม ครัวของที่นี่ให้บริการตั้งแต่มื้อเช้าไปจนถึงมื้อค่ำ โดยมีเมนูอาหารไทยสไตล์ครอบครัวที่หลากหลายควบคู่ไปกับตัวเลือกอาหารนานาชาติ การทำอาหารเน้นการใช้วัตถุดิบที่สดใหม่และเน้นการรับประทานร่วมกัน โดยอาหารได้รับการออกแบบมาเพื่อแบ่งปันกัน ซึ่งเข้ากับจังหวะที่ผ่อนคลายของร้าน ในขณะเดียวกัน บาร์ก็มีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ค็อกเทลทำจากวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นและมีเรื่องราวเล็กๆ เป็นของตัวเอง ในขณะที่เบียร์เย็นๆ และไวน์ช่วยเติมเต็มเมนูที่เข้ากันได้ดีไม่ว่าจะในช่วงเที่ยงหรือค่ำ ในฐานะบาร์ที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านพร้อมพงษ์พร้อมเมนูอาหารแบบจัดเต็ม Treehouse Social Club จึงเป็นสถานที่ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเจ้าของสุนัขในย่านสุขุมวิท ที่นี่ครอบคลุมการใช้งานตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการแต่งตัว นอกจากนี้ยังตอบโจทย์อารมณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเช้าที่สโลว์ไลฟ์ มื้อเที่ยงที่ยาวนาน หรือยามเย็นที่ยืดเยื้อกว่าที่วางแผนไว้ โดยมีต้นไม้เก่าแก่แผ่กิ่งก้านอยู่เหนือศีรษะตลอดเวลา เป็นศูนย์รวมทุกอย่างที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของมัน เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าใช้อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางร้านเสมอทุกครั้งก่อนพาสุนัขของคุณไป
พร้อมพงษ์
บาร์/โรงเบียร์/ไวน์บาร์
VIVIN อโศก — คาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ โดดเด่นด้วยโซนระเบียงที่ทำให้ทุกอย่างลงตัว VIVIN ในซอยสุขุมวิท 19 เป็นหนึ่งในคาเฟ่ที่ต้อนรับสุนัขอย่างแท้จริงในย่านอโศก และระเบียงกลางแจ้งที่ร่มรื่นคือเหตุผลที่สุนัขมักจะรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ที่นี่ ระเบียงตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนที่พลุกพล่านของย่านนี้ มีร่มเงาเพียงพอให้นั่งพักผ่อนได้นานๆ และทางร้านได้รับการยืนยันว่าอนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าได้จากรีวิวของผู้มาเยือนหลายคน แม้ว่าถนนรอบข้างจะเต็มไปด้วยความวุ่นวายตามปกติของย่านอโศก แต่ตัวระเบียงเองกลับสร้างพื้นที่ที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวและสงบ เป็นจุดที่สุนัขสามารถนอนพักใต้เก้าอี้และปล่อยให้เวลาช่วงเช้าผ่านไปได้อย่างไม่วุ่นวาย มีที่นั่งให้บริการทั้งในร่มและกลางแจ้ง คุณจึงสามารถย้ายเข้าไปด้านในได้หากอากาศเริ่มร้อนขึ้น แม้ว่าผู้ที่พาสุนัขมาส่วนใหญ่มักจะชอบนั่งในโซนเปิดโล่งรับลมมากกว่าก็ตาม บรรยากาศที่คาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในซอยสุขุมวิท 19 แห่งนี้ เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน ความรู้สึกจะเปลี่ยนจากบรรยากาศร้านหัวมุมแถวบ้านไปเป็นบางสิ่งที่ผ่านการคิดมาอย่างตั้งใจมากขึ้น ร้านที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงแห่งนี้ประกอบไปด้วยบาร์และจุดจำหน่ายเนื้อสัตว์ ในขณะที่ชั้นวางเรียงรายไปด้วยผลผลิตท้องถิ่นและออร์แกนิกจากทั่วประเทศไทย การตกแต่งเน้นสไตล์ยุโรปเขตร้อน (Tropical European) — เฟอร์นิเจอร์มือสองที่สรรหามาจากเพื่อนฝูงและคนรู้จักทำให้พื้นที่นี้ดูอบอุ่นและไม่เร่งรีบ นอกจากนี้ยังมีส่วนของร้านชำที่โอบล้อมบริเวณรับประทานอาหารเอาไว้ราวกับห้องเก็บอาหารที่คุณไม่อยากเดินจากไปเลย บนชั้นวางมีผลิตภัณฑ์งานฝีมือกว่า 500 รายการ ทั้งชีสไทย ผักออร์แกนิก โคลด์คัทที่ผลิตในท้องถิ่น เครื่องดื่มธรรมชาติ และแยมโฮมเมด ที่นี่คือสถานที่ที่คุณสามารถมาทานบรันช์และเดินกลับออกไปพร้อมกับชีสเชียงใหม่หนึ่งชิ้นและน้ำผึ้งดอกไม้ป่าหนึ่งโหล VIVIN เป็นทั้งร้านประจำของคนในย่านนี้และเป็นสถานที่ที่ชาวต่างชาติค้นพบ บรรยากาศมีความเป็นสากลด้วยแขกชาวต่างชาติมากมาย แต่การบริการยังคงความอบอุ่นและเป็นกันเอง การผสมผสานดังกล่าวทำให้เกิดพลังงานที่ดูสบายๆ และไม่เสแสร้ง ไม่ใช่สถานที่ที่พยายามจะปรุงแต่งอะไรให้คุณดู แต่เป็นสถานที่ที่รู้ซึ้งในตัวตนของตัวเองอย่างชัดเจน อาหาร ปรัชญา และร้านชำที่อยู่เบื้องหลังทุกสิ่งอย่าง โมเดล 'Shelf to Plate' ของ VIVIN หมายถึงวัตถุดิบชนิดเดียวกับที่คุณเห็นบนชั้นวางจะถูกนำมาใช้ปรุงในห้องครัว นี่คือแนวทางแบบลดขยะและเน้นวัตถุดิบส่งตรงจากฟาร์มที่สอดแทรกอยู่ในทุกเมนู คาเฟ่เปิดให้บริการตั้งแต่เช้า โดยเริ่มจากเมนูอาหารเช้าก่อนจะเปลี่ยนเป็นเมนูบิสโทรที่หนักท้องยิ่งขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงบ่าย ตัวเลือกอาหารมีตั้งแต่สลัดออร์แกนิก, แซนด์วิชสไตล์อาร์ทิซัน, ออมเล็ตเนื้อนุ่ม, พาสต้า, สเต็ก ไปจนถึงเมนูมังสวิรัติและวีแกน โดย 'ซูเฟล่ออมเล็ต' เมนูซิกเนเจอร์ที่เนื้อสัมผัสบางเบาราวกับขนนกและทำจากชีสอาร์ทิซันของไทย คือจานที่ลูกค้าประจำมักจะแนะนำให้ผู้มาเยือนใหม่ได้ลิ้มลองเป็นอันดับแรก นอกจากนั้น แซนด์วิช Jambon-Fromage ที่ทำจากปารีสแฮมท้องถิ่นของไทยและชีสสไตล์สวิสจากเชียงใหม่ ยังเป็นมื้อกลางวันที่อร่อยยอดเยี่ยมจนทำให้คุณอยากกลับมาทานซ้ำอีกแน่นอน ปัจจุบัน VIVIN มีสินค้าสไตล์อาร์ทิซันวางจำหน่ายกว่า 400 รายการ ตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางแบบครบวงจรสำหรับสินค้าท้องถิ่น สินค้าจากธรรมชาติ และสินค้าออร์แกนิก ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนขายของชำยังทำหน้าที่เป็นเสมือนห้องเก็บวัตถุดิบสำหรับครัว ดังนั้นสิ่งที่คุณรับประทานที่ร้านกับสิ่งที่คุณซื้อกลับบ้านได้จึงเป็นสิ่งเดียวกัน ในขณะเดียวกัน เมนูวีแกนและมังสวิรัติก็มีให้บริการควบคู่ไปกับโคลด์คัทและชีสได้อย่างลงตัว ทำให้ VIVIN เป็นร้านที่นัดรวมตัวกันได้ง่ายกว่าหลายๆ แห่งในย่านสุขุมวิทช่วงนี้ สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ ที่ต้องการกิจกรรมยามเช้าที่มากกว่าแค่การพาเดินเล่นริมทางเท้าเพียงชั่วครู่ VIVIN อโศก มอบสิ่งที่ย่านนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก นั่นคือคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขพร้อมพื้นที่กลางแจ้งจริงๆ ห้องครัวที่ให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบอย่างจริงจัง และบรรยากาศที่เอื้อต่อการมานั่งพักผ่อนแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่เร่งรีบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งสุนัขและเจ้าของต้องการมากที่สุด เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางสถานที่ก่อนการเข้าใช้บริการพร้อมกับสุนัขของคุณเสมอ
อโศก
ร้านอาหาร
Sababa เป็นร้านอาหารที่ต้อนรับสุนัขซึ่งซ่อนตัวอยู่ในบ้านที่มีเสน่ห์ในซอยต่อศักดิ์ ย่านทองหล่อ โดยตั้งอยู่อย่างเงียบสงบระหว่างโรงพยาบาลสมิติเวชและทองหล่อซอย 13 ที่นี่อนุญาตให้สุนัขเข้าได้ทั้งในโซนห้องแอร์และโซนเอาท์ดอร์ ซึ่งถือเป็นนโยบายที่เปิดกว้างเป็นพิเศษสำหรับร้านอาหารระดับนี้ ส่งผลให้รู้สึกถึงความใส่ใจตั้งแต่วินาทีที่คุณเลี้ยวรถเข้ามาจากถนนใหญ่และได้พบกับตัวร้าน ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขพร้อมเอกลักษณ์ที่โดดเด่น บรรยากาศของร้านมีส่วนสำคัญอย่างมาก Sababa ตั้งอยู่ในบ้านพักอาศัยที่ตกแต่งภายในด้วยไม้โทนอุ่น ใช้สีสันที่นุ่มนวล และรายละเอียดของกระเบื้องดินเผา ซึ่งดึงดูดสายตาให้รู้สึกถึงกลิ่นอายแบบยุโรปตอนใต้ พื้นที่ระเบียงในสวนช่วยขยายประสบการณ์ความรื่นรมย์ออกสู่ภายนอก เมื่อรวมทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันจึงเกิดเป็นสถานที่ที่ดูมีสไตล์โดยไม่รู้สึกอึดอัด ยิ่งไปกว่านั้น สุนัขยังสามารถปรับตัวที่นี่ได้ง่าย ด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายและรูปแบบของบ้านที่ทำให้มีพื้นที่ให้หายใจได้สะดวก อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยพร้อมความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่าง ห้องอาหารแห่งนี้ขอนิยามตนเองว่าเป็นอาหารฝรั่งเศสสมัยใหม่ที่มีความสร้างสรรค์ นำทีมโดยผู้ร่วมก่อตั้ง Maxim Baile ซึ่งดึงอิทธิพลมาจากอาหารเมดิเตอร์เรเนียนและญี่ปุ่น ผลลัพธ์ที่ได้คืออาหารที่ให้ความรู้สึกมั่นใจแต่ก็เข้าถึงได้ง่าย มีทั้งจานสำหรับแบ่งปันสไตล์อิซากายะควบคู่ไปกับอาหารจานหลักขนาดใหญ่ — ไม่ว่าจะเป็นไขกระดูกวัว, บีฟทาร์ทาร์, คาร์โบนาร่าพิสตาชิโอ, ทูน่าคาร์ปัชโช และคูสคูสไก่ นอกจากนี้ยังมีกระดานเมนูพิเศษที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปเพื่อความแปลกใหม่สำหรับลูกค้าประจำ ปรัชญาของร้านคือการเน้นสุขภาพดีโดยไม่ต้องฝืนและคงความดั้งเดิมแบบเป็นธรรมชาติ — ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านแต่ก็ทันสมัย เป็นกันเองแต่มีสไตล์ ในส่วนของเครื่องดื่ม ค็อกเทลถือเป็นหัวใจหลักอย่างแท้จริง ทีมงานได้คัดสรรไวน์บูติกและไวน์ธรรมชาติที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเพื่อเติมเต็มรายการเครื่องดื่มให้ครบครัน การจับคู่ระหว่างรูปแบบของอาหารและรายการเครื่องดื่มนั้นให้ความรู้สึกว่าผ่านการตั้งใจคิดมาอย่างดีมากกว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ อัญมณีที่ซ่อนอยู่ซึ่งคุ้มค่าแก่การตามหา นอกเหนือจากอาหารแล้ว Sababa ยังนำเสนอบางสิ่งที่สัมผัสได้ยากกว่านั้น — นั่นคือความรู้สึกถึงโอกาสพิเศษที่ปราศจากความเป็นทางการ ชื่อร้านมาจากภาษาฮีบรูซึ่งแปลว่า "ดี" และมีเสียงคล้องจองกับคำในภาษาไทยที่มีความหมายว่า "สบาย" ซึ่งความหมายแฝงทั้งสองทางนี้ถูกเลือกมาเป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้น ปรัชญา "House of Friends" ยังแทรกซึมอยู่ในทุกมุมของร้าน คุณสัมผัสได้จากบรรยากาศในร้านจริงๆ ไม่ใช่แค่จากคำโฆษณา แทนที่จะเป็นความเจ้าระเบียบ คุณกลับได้รับความอบอุ่นแทน — ในแบบที่ทำให้ค่ำคืนอันยาวนานกลายเป็นเรื่องที่แสนสบาย สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ การได้พบร้านอาหารที่ยินดีต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อพร้อมด้วยระดับฝีมือการปรุงอาหารและบรรยากาศแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง Sababa ตั้งอยู่ในซอยต่อศักดิ์ แยกจากทองหล่อซอย 13 — แม้จะอยู่นอกเส้นทางหลักเล็กน้อย แต่นั่นกลับเป็นผลดีที่ทำให้ร้านมีเสน่ห์เฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
ทองหล่อ
ร้านอาหาร
Earth House คือร้านอาหารและไวน์บาร์ที่ต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อ ตั้งอยู่ในวิลล่าสไตล์ไทยสมัยกลางศตวรรษที่ได้รับการบูรณะใหม่ในซอยสุขุมวิท 53 ที่นี่อนุญาตให้นำสุนัขเข้ามาในบริเวณสวนได้ — ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในกรุงเทพฯ — ส่งผลให้บรรยากาศที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนการไปใช้เวลาช่วงค่ำที่บ้านเพื่อนที่ได้รับการดูแลอย่างดี มากกว่าจะเป็นเพียงร้านอาหาร สวนสวยที่คุ้มค่าแก่การมาเยือน วิลล่าหลังนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจีสไตล์เขตร้อน พื้นที่กลางแจ้งสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้ในทันที สุนัขของคุณจะได้รับร่มเงา พื้นดินที่อ่อนนุ่ม และบรรยากาศที่เรียบง่ายไม่เร่งรีบ ในขณะที่สถานที่ที่ต้อนรับสุนัขส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ อย่างดีที่สุดก็มีเพียงโต๊ะริมทางเท้าให้เท่านั้น แต่ Earth House มอบสวนที่เป็นสัดส่วนให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ นอกเหนือจากนั้น ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่ทำให้การใช้เวลาช่วงค่ำอันยาวนานของคุณเป็นไปอย่างสบายๆ และผ่อนคลาย อาหารเมดิเตอร์เรเนียนแบบแพลนต์เบสที่รังสรรค์อย่างจริงจังและพิถีพิถัน Earth House ใช้แนวทางแบบ farm-to-table ที่มีต้นกำเนิดจากรสชาติสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ทุกอย่างที่นี่เป็นเมนูจากพืช (plant-based) แต่ในขณะเดียวกัน ทางครัวก็พิสูจน์ฝีมือด้วยการปรุงอาหารที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและสร้างสรรค์อย่างแท้จริง พาสต้าทำมือ ทาปาส สลัดตามฤดูกาล และชีสจากพืชสไตล์อาร์ติซาน คือหัวใจหลักของเมนูที่นี่ ซึ่งทั้งหมดทำขึ้นเองในร้านจากวัตถุดิบออร์แกนิกในท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น ทอร์เทลลินีเห็ดที่รีดแป้งสดใหม่และสอดไส้ด้วยเห็ดถึงห้าชนิด มันคือเมนูประเภทที่ทำให้คำว่า plant-based กลายเป็นเรื่องรองไปเลย เช่นเดียวกับสลัดบีทรูทรมควัน หรืออาร์ติโชกทั้งหัวที่เสิร์ฟพร้อมซอสจิ้มสูตรโฮมเมด นอกเหนือจากอาหารแล้ว Earth House ยังมีรายการไวน์ธรรมชาติที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ไวน์แต่ละขวดมาจากไร่องุ่นออร์แกนิกขนาดเล็กของครอบครัว โดยเน้นไปที่นักทำไวน์หญิง ซึ่งเข้ากันได้ดีกับรูปแบบอาหารทาปาส คือการสั่งมาแบ่งกันทาน รินไวน์ดื่มเรื่อยๆ และใช้เวลาดื่มด่ำให้นานกว่าที่ตั้งใจไว้ นอกจากนี้ ทางครัวยังมีเมนูมื้อค่ำแบบปลอดกลูเตน (gluten-free) ทั้งหมด ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกการรับประทานอาหารที่ครอบคลุมความต้องการของผู้คนได้หลากหลายที่สุดในย่านนี้ สถานที่ที่คู่ควรกับบรรยากาศรอบตัว ยิ่งไปกว่านั้น ตัวสถานที่เองก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน Samantha Häberli ผู้ก่อตั้ง ได้บูรณะวิลล่าสองชั้นนี้อย่างพิถีพิถัน ซึ่งความทุ่มเทในการปรับปรุงนั้นเห็นได้ชัดจากแสงธรรมชาติ การตกแต่งด้วยต้นไม้ภายในที่เขียวขจี และบรรยากาศที่ต่อเนื่องจากสวนไปจนถึงห้องอาหาร ที่นี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายรูปลง Instagram แต่กลับรู้สึกว่าถูกออกแบบมาเพื่อมื้ออาหารที่ต้องการเวลาละเลียดไปกับมันอย่างแท้จริง สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ การจะหาสถานที่ที่ลงตัวแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ร้านอาหารที่ต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อที่จริงจังกับเรื่องอาหารและไวน์ขนาดนี้ถือเป็นสิ่งที่พบได้ไม่บ่อยนัก นอกจากนี้ บรรยากาศในสวนยังช่วยให้สุนัขของคุณไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมที่สมบูรณ์แบบ Earth House ตั้งอยู่ในสุขุมวิทซอย 53 เดินเพียงไม่ไกลจากย่านหลักของทองหล่อ และคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับใครก็ตามที่ตั้งใจเดินทางมาเยือน
ทองหล่อ
ร้านอาหาร