แชร์

Copied!

แท็ก

Living Room. Thonglor

แชร์

Copied!

Living Room Thonglor: คาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ใจกลางทองหล่อ

Living Room Thonglor เป็นคาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ในย่านทองหล่อที่สมชื่ออย่างแท้จริง ตัวร้านตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 13 ให้บรรยากาศเหมือนบ้านพักอาศัยที่กว้างขวาง โปร่งสบาย และเหมาะแก่การพักผ่อนโดยมีสุนัขอยู่ข้างกาย ทางร้านอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าได้ และบรรยากาศก็เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ ที่นี่ไม่มีการต้อนรับที่ดูปรุงแต่ง มีเพียงความสบายอันเงียบสงบในพื้นที่ที่ออกแบบมาอย่างดีและให้บริการกาแฟรสชาติเยี่ยมอีกด้วย

สุนัขที่มาที่นี่มักจะคุ้นเคยกับสถานที่ได้อย่างรวดเร็ว พื้นที่ของร้านกว้างขวางและไม่เร่งรีบ มีโซนที่นั่งหลายโซนที่ช่วยให้กลุ่มเพื่อนและเพื่อนสี่ขาได้มีพื้นที่พักผ่อนอย่างเต็มที่ แสงธรรมชาติที่ส่องผ่านกระจกบานใหญ่รอบห้องช่วยให้ทุกมุมดูนุ่มนวลและรักษาความสงบได้ตลอดวัน คุณภาพของแสงนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับสุนัขที่อาจรู้สึกประหม่าเมื่ออยู่ในสถานที่ที่พลุกพล่าน นอกจากนี้ยังมีที่จอดรถในบริเวณร้าน ซึ่งช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นมากสำหรับใครที่พาเจ้าตูบพันธุ์ใหญ่มาด้วย หรือเตรียมอุปกรณ์สำหรับสุนัขมาแบบจัดเต็ม

บรรยากาศและพื้นที่ในสถานที่พักผ่อนที่สุนัขเข้าได้ย่านทองหล่อแห่งนี้

การตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่ายและให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน ด้วยโทนสีขาวและงานไม้ พร้อมที่นั่งนุ่มสบายอย่างบีนแบ็กและโซฟา รวมถึงมุมอ่านหนังสือที่ช่วยตอกย้ำแนวคิดของห้องนั่งเล่น แต่ละโซนมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันเล็กน้อย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมาเพื่อทำงาน พักผ่อน หรือเพียงแค่นั่งจิบกาแฟนานๆ ก็มีที่นั่งที่ตอบโจทย์ความต้องการเสมอ บรรยากาศโดยรวมนั้นดูเรียบง่ายและไม่เร่งรีบ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมที่นี่จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ลงตัวสำหรับเหล่าน้องหมาและเจ้าของ

คาเฟ่แห่งนี้ยังมีมุมสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ทำให้เป็นสถานที่ที่ต้อนรับครอบครัวที่พาน้องหมามาด้วยเช่นกัน การผสมผสานการใช้งานที่หลากหลายนี้สะท้อนถึงตัวตนของร้านได้เป็นอย่างดี ว่าที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการใช้ชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงแค่การจัดฉากเพื่อแสดงวัฒนธรรมคาเฟ่เท่านั้น

ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่ม Living Room Thonglor นำเสนอเมนูที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีและเข้าถึงง่าย เมนูครอบคลุมทั้งเครื่องดื่มประเภทกาแฟและไม่ใช่กาแฟ โดยมีมัทฉะลาเต้เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับผู้ที่ชอบอะไรที่เบากว่า ไฮไลท์ที่โดดเด่นคือเบเกอรี่ ซึ่งมีทั้งเค้ก พาสทรี ขนมปัง มัฟฟิน และวอฟเฟิล จัดวางแบบบริการตนเองให้ลูกค้าได้เลือกตามใจชอบ โดยเฉพาะชีสเค้กที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษด้วยเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มและท็อปปิ้งบลูเบอร์รี่สด นอกจากนี้ยังมีเมนูของคาวแบบโฮมเมดให้บริการ จึงเหมาะสำหรับการมานั่งยาวๆ ในช่วงมื้ออาหาร

แม้ว่าเครือข่ายซอยต่างๆ ในทองหล่ออาจจะดูวุ่นวายในช่วงเวลาที่คึกคักที่สุด แต่ Living Room กลับตั้งอยู่อย่างเงียบสงบในซอยแยกที่ทำให้คุณรู้ว่าการหลีกหนีจากความพลุกพล่านของถนนสายหลักพร้อมกับน้องหมานั้นง่ายเพียงใด ที่ตั้งในซอยทองหล่อ 13 ทำให้คาเฟ่แห่งนี้อยู่ใกล้กับ BTS ทองหล่ออย่างสะดวกสบาย แต่ก็ยังห่างไกลจากเสียงรบกวนมากพอที่จะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสถานที่พักผ่อนมากกว่าแค่จุดแวะพักชั่วคราว

เวลาเปิดทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าสถานที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางสถานที่ก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ

อนุญาตสุนัขเฉพาะด้านนอก

สวน

Opening Hours

แท็ก

สถานที่ที่ใกล้เคียง

กรุณารอสักครู่...

สถานที่ที่คล้ายกัน

Tea Factory and More: คาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในพร้อมพงษ์ที่คุ้มค่าแก่การสละเวลาไปเยือน คาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในพร้อมพงษ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่พิเศษและเงียบสงบแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยซ่อนตัวอยู่ใน Trail and Tail ในซอยสุขุมวิท 39 ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มอบสถานที่พักผ่อนช่วงบ่ายอันคุ้มค่าอย่างแท้จริงให้กับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ ที่นี่ต้อนรับสุนัขทั้งในโซนด้านในห้องอาหารที่เย็นสบายด้วยเครื่องปรับอากาศ และโซนด้านนอกในสวนสไตล์อังกฤษที่รายล้อม การผสมผสานทั้งสองโซนนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากกว่าที่คิด เพราะในขณะที่หลายร้านอาจอนุญาตให้สุนัขอยู่ได้แค่โต๊ะด้านนอกเท่านั้น แต่ที่ Tea Factory and More สุนัขของคุณสามารถนั่งพักผ่อนข้างๆ คุณได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าคุณจะเลือกนั่งที่โซนไหนก็ตาม บรรยากาศของสถานที่ช่วยสร้างความรู้สึกได้มากทีเดียว การตกแต่งภายในได้รับแรงบันดาลใจจากโรงงานผลิตน้ำชาในศรีลังกา — ทั้งงานไม้สีเข้ม โคมไฟระย้าคริสตัล และช่อดอกไม้สดที่เข้ากันอย่างลงตัวภายใต้แสงธรรมชาติที่สาดส่องผ่านโครงสร้างเรือนกระจกสองชั้น ผลลัพธ์ที่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนการก้าวเข้าไปในโรงน้ำชายุคอาณานิคมที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี มากกว่าที่จะเป็นเพียงคาเฟ่ในกรุงเทพฯ ในขณะเดียวกัน สวนด้านนอกก็มีความสวยงามที่ผ่านการคิดมาอย่างดีเช่นกัน ที่นี่ไม่ใช่สนามวิ่งเล่นของสุนัขหรือพื้นที่ที่มีหญ้าขึ้นเป็นหย่อมๆ แต่เป็นสวนสไตล์อังกฤษที่เหมาะสมและพร้อมต้อนรับแขกสี่ขา สำหรับสุนัขที่ชอบพื้นที่สำหรับพักผ่อนและเฝ้าสังเกตการณ์มากกว่าการวิ่งวุ่นไปรอบๆ ที่นี่คือสภาพแวดล้อมที่ตอบโจทย์พวกเขาได้เป็นอย่างดี ร้านน้ำชาที่เป็นมิตรกับสุนัข พร้อมเมนูอาหารที่โดดเด่นไม่แพ้บรรยากาศ นอกเหนือจากบรรยากาศแล้ว Tea Factory and More ยังสร้างเอกลักษณ์ให้โดดเด่นในเรื่องชา มีชามากกว่า 20 ชนิดที่ส่งตรงมาจากทั่วโลก รวมถึงเมนูโคลด์บริว (Cold Brew) ที่มีให้เลือกสรร — ไม่ว่าจะเป็นชาดำกลิ่นกุหลาบ La Vie en Rose ที่เสิร์ฟเคียงคู่กับ Oolong Lychee และ Earl Grey Yuzu ซึ่งลูกค้าประจำมักจะแนะนำเป็นอย่างแรก นอกจากนี้ ทางร้านยังมีบริการชาแบบใบอย่างเต็มรูปแบบ — โดยจะเสิร์ฟกาชาร้อนที่โต๊ะอย่างพิถีพิถัน สำหรับใครที่คุ้นเคยกับย่านพร้อมพงษ์ซึ่งเต็มไปด้วยร้านกาแฟ การให้ความสำคัญกับชาอย่างตั้งใจของที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นความแตกต่างที่ผ่านการคิดมาอย่างดี เมนูอาหารของที่นี่มีความหลากหลายและครอบคลุมมากกว่าที่ร้านเน้นชาทั่วไปหลายแห่งจะทำ เมนูอาหารเช้าแบบทานได้ตลอดทั้งวันและตัวเลือกมื้อกลางวันเบาๆ มีให้เลือกควบคู่ไปกับอาหารจานเด่นอย่างสลัดอะโวคาโดและเนื้อปูกับแอปเปิ้ลเขียวและวาซาบิ นอกจากนี้ยังมีเมนูพาสต้าซิกเนเจอร์ โดยเฉพาะสปาเก็ตตี้ใบชาที่มีกลุ่มแฟนคลับติดตามโดยเฉพาะ ส่วนสโคนเสิร์ฟอุ่นๆ พร้อมคลอตเต็ดครีมและแยมช่วยเติมเต็มประสบการณ์น้ำชายามบ่ายสำหรับผู้ที่มาถึงในช่วงบ่าย เมนูมีความกว้างขวางพอที่จะรองรับคนกลุ่มใหญ่ที่มีความชอบต่างกัน โดยที่ยังคงความลงตัวและไม่ดูสะเปะสะปะจนเกินไป การที่ Trail and Tail เป็นจุดหมายปลายทางที่ครบวงจรยังหมายความว่าการมาเยือน Tea Factory and More สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อนที่ยาวนานขึ้นได้ พื้นที่โดยรอบประกอบด้วยสระว่ายน้ำระบบเกลือ โรงแรมสุนัข บริการตัดขน และศูนย์สุขภาพสัตว์เลี้ยง ดังนั้นคุณจึงสามารถใช้เวลาช่วงเช้าหรือบ่ายในพื้นที่นี้ได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกว่าคาเฟ่เป็นเพียงส่วนเสริม ผลที่ตามมาคือที่นี่มักจะดึงดูดกลุ่มคนที่รู้จักและรักสุนัขจริงๆ มากกว่าแค่คนที่ยอมรับให้มีสุนัขอยู่ด้วย ซึ่งความแตกต่างนี้จะสัมผัสได้ทันทีเมื่อคุณพาสุนัขของคุณมาด้วยตัวเอง สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ ที่ใช้เวลาอยู่ในย่านพร้อมพงษ์ของสุขุมวิท Tea Factory and More คือหนึ่งในสถานที่ที่ตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นมื้อบรันช์ที่ยาวนาน ช่วงบ่ายกับชาและสโคน หรือการให้สุนัขของคุณได้ผ่อนคลายในพื้นที่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะตั้งแต่เริ่มต้น เวลาเปิดทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับสถานที่ก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ
พร้อมพงษ์
เบเกอรี่
Mother Cows: คาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ในบางนาที่คุ้มค่าแก่การขับรถไป Mother Cows เป็นคาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ในย่านบางนา ซึ่งควรค่าแก่การอยู่ในรายการร้านโปรดของเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ ทุกคน ไม่ใช่แค่เพราะการต้อนรับเพื่อนสี่ขาที่แสนอบอุ่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง ร้านตั้งอยู่ในโครงการ PARC Bangna ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งและให้ความรู้สึกสบายๆ ยืนยันว่าสุนัขสามารถเข้าด้านในร้านได้เลย คุณจึงไม่ต้องไปยืนเดาที่หน้าประตูหรือต้องคอยหาที่นั่งตามมุมทางเท้าด้านนอก สำหรับสุนัข บรรยากาศที่นี่ถือว่าสบายมาก โครงการ PARC Bangna มีจังหวะที่เรียบง่ายเหมือนย่านพักอาศัย ซึ่งเหมาะกับสัตว์เลี้ยงมากกว่าทำเลบนถนนสายหลักที่วุ่นวาย ในขณะที่คุณนั่งพักผ่อน สุนัขของคุณก็สามารถผ่อนคลายได้เช่นกัน ไม่มีฝูงชนที่เบียดเสียด ไม่มีเสียงดังรบกวนจากบันไดเลื่อน และไม่มีความรู้สึกอึดอัดเหมือนอยู่ในสถานที่ที่ใหญ่โตเกินไป พนักงานที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความอบอุ่นและใส่ใจ ซึ่งช่วยให้สุนัขที่ไวต่อสภาพแวดล้อมรู้สึกสบายใจขึ้นมาก นอกเหนือจากการต้อนรับที่ดีแล้ว บรรยากาศยังดูเป็นกันเองและเรียบง่าย การตกแต่งภายในมีเอกลักษณ์ที่สะอาดตาและเรียบง่าย เป็นสถานที่ที่เหมาะทั้งสำหรับการแวะพักสั้นๆ หรือการนั่งพักผ่อนยาวๆ ตัวโครงการ PARC Bangna เองก็เดินทางไปได้ง่ายด้วยรถยนต์ และการหาที่จอดรถก็ไม่ใช่เรื่องยากลำบากเหมือนกับสถานที่อื่นๆ ที่อยู่ใกล้ใจกลางเมือง นมสดจากฟาร์ม, เจลาโต และขนมปังอบใหม่ เมนูของร้านย่านบางนาที่ต้อนรับสุนัขแห่งนี้เน้นไปที่ผลิตภัณฑ์นมคุณภาพเยี่ยมเป็นหลัก เมนูซิกเนเจอร์คือนมสดจากฟาร์มที่เคี่ยวอย่างช้าๆ จนงวดและมีรสชาติเข้มข้นขึ้น โดยเสิร์ฟทั้งแบบเครื่องดื่มอุ่นและใช้เป็นเบสสำหรับสแลชชีและเจลาโตโฮมเมด นอกจากนี้ยังมีขนมปังปิ้งและขนมปังอบใหม่ช่วยให้เมนูครบเครื่องยิ่งขึ้น ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบเสิร์ฟพร้อมดิปสูตรโฮมเมดหรือแบบทาเนยธรรมดา โดยเฉพาะไอศกรีมนมที่ดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาซ้ำด้วยรสชาติที่เข้มข้นแต่สะอาดลิ้น ราคาเข้าถึงได้ง่าย และเมนูมีความชัดเจนและโดดเด่น ไม่ได้หลากหลายจนเกินไป Mother Cows เริ่มต้นจากการเป็นร้านชื่อดังที่เป็นที่รักในหาดใหญ่ก่อนจะขยายสาขาไปทั่วกรุงเทพฯ และสาขาบางนาก็ยังคงจิตวิญญาณเดิมไว้ นั่นคือการนำเสนอผลิตภัณฑ์เฉพาะทางที่ทำอย่างพิถีพิถัน ในบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนช่วงบ่ายโดยมีสุนัขของคุณอยู่เคียงข้าง เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าใช้อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางสถานที่ก่อนเข้าใช้บริการพร้อมกับสุนัขของคุณเสมอ
บางนา
คาเฟ่
Brunch Paradiso Dog Friendly
สุนัขสามารถเข้ามาได้ที่ Brunch Paradiso คาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขซึ่งซ่อนตัวอยู่ในซอยเย็นอากาศที่เงียบสงบในเขตยานนาวา เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงช่วงหัวค่ำ ดึงดูดกลุ่มคนในพื้นที่และสุนัขของพวกเขาอย่างสม่ำเสมอ เป็นจุดนัดพบในย่านนี้ที่ให้ความสำคัญกับการบริการแบบออลเดย์อย่างแท้จริง คาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขที่คุ้มค่าแก่การแวะมา บรรยากาศที่ Brunch Paradiso มีความเก๋ไก๋และไม่เร่งรีบ การตกแต่งภายในที่ทันสมัยพร้อมรายละเอียดที่ผ่านการคิดมาอย่างดีช่วยให้พื้นที่แห่งนี้ดูสงบและลงตัว แตกต่างจากย่านคาเฟ่ที่พลุกพล่านกว่าทางตอนเหนือ เนื่องจากร้านตั้งอยู่ภายในโรงแรม Shama Yen-Akat จึงมีที่จอดรถในตัว ซึ่งเป็นข้อดีที่สะดวกสำหรับเจ้าของสุนัขที่เดินทางมาโดยรถยนต์ นโยบายการต้อนรับสุนัขนั้นเรียบง่ายและจริงใจ สัตว์เลี้ยงได้รับการต้อนรับอย่างดี และจังหวะของร้านก็เหมาะสำหรับการแวะมาพักผ่อนเป็นเวลานาน นอกเหนือจากการต้อนรับแล้ว บรรยากาศยังชวนให้คุณใช้เวลาอยู่นานๆ ทำเลในซอยช่วยกรองเสียงรบกวนจากท้องถนนและทำให้ทุกอย่างดูสงบ ไม่ว่าคุณจะมาถึงแต่เช้าเพื่อรับประทานอาหารเช้าแบบช้าๆ หรือมาในเวลาถัดมาเพื่อรับประทานอาหารมื้อที่อิ่มท้องมากขึ้น พื้นที่แห่งนี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความไม่เร่งรีบไว้ได้ตลอดทั้งวัน อาหารนานาชาติแบบออลเดย์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมนูที่ Brunch Paradiso รังสรรค์ขึ้นจากรสชาติที่หลากหลายทั่วโลกแต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองไว้ได้อย่างชัดเจน เมนูไข่ถือเป็นหัวใจหลักของมื้อเช้า — โดยมี Breakfast Platter เป็นจานเด่น เสิร์ฟพร้อมขนมปังซาวโดวจ์ เห็ดผัด มะเขือเทศย่าง เบคอนชิ้นหนา และเบคบีนส์สูตรโฮมเมดของทางร้าน อิทธิพลของคาเฟ่สไตล์เมลเบิร์นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านแนวคิดการทำอาหาร: ปริมาณที่จัดเต็มและการจัดจานอย่างพิถีพิถัน แทนที่จะเป็นสไตล์มินิมอลที่เน้นความเรียบง่ายจนเกินไป นอกจากนี้ เมนูของร้านยังคงความโดดเด่นได้ตลอดทั้งวัน เมนูซิกเนเจอร์มีตั้งแต่ สปาเก็ตตี้ไข่กุ้งกุ้งลายเสือ, ข้าวหน้าแซลมอนมิโซะกิมจิและอะโวคาโด ไปจนถึงวากิวเบอร์เกอร์ — พร้อมด้วยตัวเลือกที่เบากว่าอย่าง สลัดแซลมอนข้าวบาร์เลย์ และอาซาอิโบลว์เบอร์รี่กับกล้วย ขณะที่ Galette Complète และ Maple Toast เสิร์ฟคู่กับไข่คนเห็ดทรัฟเฟิล ช่วยให้เมนูอาหารโดยรวมมีความน่าสนใจจนต้องกลับมาซ้ำ กาแฟที่นี่ช่วยเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างเรียบง่ายและยอดเยี่ยม ทำไมเจ้าของสุนัขถึงกลับมาใช้บริการซ้ำ สำหรับเจ้าของสุนัขในย่านเย็นอากาศและพื้นที่โดยรอบสาทร Brunch Paradiso คือคำตอบที่ตรงใจ ที่นี่เป็นคาเฟ่ในกรุงเทพฯ ที่ยินดีต้อนรับสุนัขและไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าการต้อนรับนั้นเป็นเพียงเรื่องรอง — แต่สุนัขคือส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ที่นี่ ไม่ใช่ข้อยกเว้น การผสมผสานระหว่างบรรยากาศที่เงียบสงบ ห้องครัวที่พร้อมเสิร์ฟตลอดวัน และที่จอดรถที่สะดวกสบาย ทำให้ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ไว้ใจได้สำหรับการพักผ่อนยาวๆ กับสุนัขของคุณ โดยสรุปแล้ว Brunch Paradiso คือร้านที่ควรอยู่ในรายชื่อร้านประจำ — ไม่ใช่เพราะการพยายามเรียกร้องความสนใจ แต่เป็นเพราะการรักษามาตรฐานที่สม่ำเสมอในทุกๆ ครั้งที่มาเยือน
บรันช์
คาเฟ่สำหรับสุนัขในย่านอุดมสุขที่น่าทำความรู้จัก Karo Coffee Roasters ได้สร้างหนึ่งในประสบการณ์คาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขอย่างแท้จริงในย่านอุดมสุข ไม่ใช่เพียงเพราะต้องการทำตามกฎเกณฑ์เท่านั้น แต่เป็นเพราะสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาในรูปแบบนี้ตั้งแต่ต้น การจัดร้านแบบสบายๆ ในระดับเดียวกับริมถนน จังหวะการดำเนินไปของร้านที่ผ่อนคลาย พนักงานที่ทักทายลูกค้าประจำด้วยชื่อ ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นสถานที่ที่สุนัขและเจ้าของรู้สึกสบายใจที่จะมาพักผ่อน ที่นี่ไม่มีการต้อนรับที่ดูปรุงแต่ง สุนัขคือส่วนหนึ่งของบรรยากาศของที่นี่อย่างเป็นธรรมชาติ สาขาอุดมสุขยังคงรักษาพลังงานที่ไม่เร่งรีบแบบเดียวกับที่ทำให้ชื่อของ Karo เป็นที่รู้จักในวงการกาแฟของกรุงเทพฯ แบรนด์นี้ก่อตั้งโดย Karo Iyash โรงคั่วกาแฟชาวศรีลังกา และได้รับชื่อเสียงผ่านทั้งคุณภาพและสายสัมพันธ์ในชุมชนในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน สิ่งที่ทำให้ Karo โดดเด่นคือความเป็นมิตรกับสุนัขที่หลอมรวมเข้ากับตัวตนของแบรนด์อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งที่นั่งที่ดูสบายๆ การเข้าถึงจากระดับริมถนน และบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เป็นสถานที่ที่สุนัขรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ตัวตนนี้ส่งต่อได้เป็นอย่างดีในทุกสาขา และสาขาอุดมสุขก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ตัวร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่ไม่ดูจืดชืด โทนสีคอนกรีตขัดมันช่วยให้ภายในร้านมีบรรยากาศแบบลอฟท์ ในขณะที่การจัดวางพื้นที่นั้นโปร่งและเข้าถึงง่าย มีที่นั่งให้บริการทั้งโซนในร่มและกลางแจ้ง เพื่อให้สุนัขสามารถยืดเส้นยืดสายได้ในขณะที่เจ้าของนั่งจิบกาแฟแก้วที่สอง ย่านอุดมสุขช่วงนี้ดึงดูดทั้งคนในพื้นที่และลูกค้าประจำที่มักจะกลับมาเยือนเสมอ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่ทำให้คาเฟ่แห่งนี้ให้ความรู้สึกเป็นสถานที่ที่มีชีวิตชีวา ไม่ใช่แค่เพียงที่สำหรับนั่งพักเท่านั้น กาแฟที่จริงจัง ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เมนูหลักเน้นไปที่เมล็ดกาแฟเอสเพรสโซเบลนด์ของทางร้านที่คั่วเอง และมีเมล็ดกาแฟดริปจากทั่วโลกที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ทั้งจากประเทศเนปาล ไทย และเอธิโอเปีย นอกจากกาแฟแล้ว เมนูอาหารยังมีแซนด์วิชซาวโดวจ์หน้าแน่น เบคอนรมควันสูตรทางร้าน เบอร์เกอร์ และเบเกอรี่อบสดใหม่ ซึ่งเป็นเมนูอาหารเช้าและบรันช์ที่อิ่มท้องพอสำหรับการนั่งพักผ่อนยาวๆ ตลอดช่วงเช้า นอกจากนี้ยังมีจินเจอร์เบียร์ที่ทางร้านหมักเอง เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่เป็นเอกลักษณ์ของ Karo สำหรับผู้ที่ต้องการลองอะไรใหม่ๆ นอกเหนือไปจากเอสเพรสโซ ผู้มาเยือนต่างประทับใจที่พนักงานใส่ใจและต้อนรับอย่างเป็นกันเอง รวมถึงมีการจัดเตรียมชามน้ำไว้ให้สุนัขเมื่อมีการร้องขอ การเอาใจใส่ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้สื่อถึงจิตวิญญาณของสถานที่ได้ดีกว่าคำประกาศนโยบายใดๆ ที่คาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านอุดมสุขแห่งนี้ การต้อนรับขับสู้ถูกแทรกซึมอยู่ในทุกส่วนของประสบการณ์ และสิ่งนี้สะท้อนออกมาผ่านบรรดาสุนัขที่มาถึงแล้วหมอบนอนอย่างสงบและดูผ่อนคลายราวกับอยู่ที่บ้านตัวเอง เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางร้านก่อนเข้าใช้บริการพร้อมกับสุนัขของคุณเสมอ
คาเฟ่
ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขในทองหล่อที่ให้พื้นที่ส่วนตัวแก่สุนัข Hungry Pack เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขที่ใส่ใจรายละเอียดมากที่สุดในกรุงเทพฯ และความแตกต่างนี้คือสิ่งสำคัญ ร้านตั้งอยู่ภายในโครงการ 49Playscape ในซอยสุขุมวิท 49 บริเวณขอบย่านที่พักอาศัยที่เงียบสงบของทองหล่อ เป็นถนนประเภทที่จังหวะชีวิตจะช้าลงและร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมด้านบน ที่นี่สุนัขไม่ได้เป็นเพียงแขกที่ได้พื้นที่ตรงมุมร้าน แต่พวกเขามีโซนสำหรับตัวเองโดยเฉพาะ ทางร้านมีสนามวิ่งเล่นสุนัขแบบบริการตนเองอยู่ติดกับโซนร้านอาหาร การเข้าใช้สนามมีค่าธรรมเนียมและต้องลงทะเบียน ดังนั้นผู้ที่มาครั้งแรกควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนนี้ก่อนมาถึง นอกเหนือจากนั้น การจัดวางพื้นที่ก็เรียบง่ายและผ่านการคิดมาอย่างดี ในขณะที่เจ้าของพักผ่อนกับกาแฟ สุนัขก็มีพื้นที่ให้เคลื่อนไหว เข้าสังคม และผ่อนคลาย การแยกพื้นที่ระหว่างโซนรับประทานอาหารและโซนสุนัขช่วยสร้างความแตกต่างที่ชัดเจน สุนัขสามารถวิ่งเล่นได้โดยไม่ต้องใส่สายจูงโดยไม่ไปรบกวนพื้นที่ส่วนครัว และส่งผลให้บรรยากาศในร้านอาหารยังคงความผ่อนคลายอย่างแท้จริง ลักษณะการจัดพื้นที่สำหรับสุนัขที่ Hungry Pack เป็นอย่างไร พื้นที่ถูกแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนระหว่างโซนสัตว์เลี้ยงและโซนร้านอาหาร ซึ่งเป็นการออกแบบที่สะท้อนถึงความใส่ใจว่าทั้งน้องหมาและเจ้าของต้องการอะไรจากการออกมาทำกิจกรรมร่วมกัน พาร์คแห่งนี้มีทั้งสระว่ายน้ำและพื้นที่วิ่งเล่นที่กว้างขวาง ทำให้รู้สึกว่าที่นี่ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงอย่างจริงจัง และเมื่อกิจกรรมในพาร์คจบลง การเปลี่ยนบรรยากาศกลับมานั่งที่โต๊ะอาหารก็สะดวกสบายมาก เพราะทุกอย่างรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ตัวร้านอาหารให้กลิ่นอายย้อนยุคสไตล์อเมริกันที่มีความดิบและดูสบายๆ เหมาะกับความเป็นร้านอาหารประจำละแวกบ้าน ร้านไม่ได้เน้นความหรูหราเหมือนร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ในทองหล่อ และที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น เพราะที่นี่มีความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ซึ่งเข้ากับอารมณ์ของคนที่เพิ่งนั่งดูลูกรักสี่ขาวิ่งเล่นจนเต็มอิ่มมาเกือบชั่วโมงได้เป็นอย่างดี อาหารและเครื่องดื่ม เมนูของที่นี่มีทั้งอาหารอเมริกันยอดนิยมและอาหารไทยที่คุ้นเคย โดยมีเบอร์เกอร์ ซี่โครง และเฟรนช์ฟรายส์ เสิร์ฟควบคู่ไปกับผัดไทยและก๋วยเตี๋ยวเรือ เมนู Eggs Benedict และกาแฟรสชาติเข้มข้นเป็นทางเลือกที่วางใจได้สำหรับการเริ่มต้นเช้าวันที่แสนผ่อนคลาย นอกจากนี้ รายการอาหารยังมีความหลากหลายมากพอที่ทำให้กลุ่มเพื่อนที่มีความชอบต่างกันสามารถเลือกสั่งได้โดยไม่ต้องตกลงกันนาน อีกทั้งยังมีไอศกรีมรูปสัตว์จิ๋วจาก IceDEA มาเพิ่มสีสันในหมวดของหวาน ซึ่งเป็นลูกเล่นเล็กๆ ที่น่ารักและสนุกสนานไม่น้อย ในฐานะร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านทองหล่อ Hungry Pack เข้ามาเติมเต็มกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ยังไม่ค่อยมีใครตอบสนองความต้องการได้อย่างแท้จริงในกรุงเทพฯ การผสมผสานระหว่างอาหารที่รสชาติดีตลอดทั้งวัน กาแฟคุณภาพ และสวนสำหรับสุนัขจริงๆ — ไม่ใช่แค่ชามน้ำบนระเบียง — ทำให้ที่นี่มีประโยชน์ใช้สอยในแบบที่ร้าน Pet-friendly ส่วนใหญ่ยังทำได้ไม่ถึงระดับนั้น นอกจากนี้ ตัวร้านยังมีความโดดเด่นในฐานะสถานที่พักผ่อนในย่านนี้ด้วยตัวของมันเอง บรรดาสุนัขทำให้ที่นี่มีความพิเศษ และอาหารก็ทำให้ที่นี่คุ้มค่าที่จะกลับมาเยือนอีกครั้ง
ทองหล่อ
ร้านอาหาร
VIVIN อโศก — คาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ โดดเด่นด้วยโซนระเบียงที่ทำให้ทุกอย่างลงตัว VIVIN ในซอยสุขุมวิท 19 เป็นหนึ่งในคาเฟ่ที่ต้อนรับสุนัขอย่างแท้จริงในย่านอโศก และระเบียงกลางแจ้งที่ร่มรื่นคือเหตุผลที่สุนัขมักจะรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ที่นี่ ระเบียงตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนที่พลุกพล่านของย่านนี้ มีร่มเงาเพียงพอให้นั่งพักผ่อนได้นานๆ และทางร้านได้รับการยืนยันว่าอนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าได้จากรีวิวของผู้มาเยือนหลายคน แม้ว่าถนนรอบข้างจะเต็มไปด้วยความวุ่นวายตามปกติของย่านอโศก แต่ตัวระเบียงเองกลับสร้างพื้นที่ที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวและสงบ เป็นจุดที่สุนัขสามารถนอนพักใต้เก้าอี้และปล่อยให้เวลาช่วงเช้าผ่านไปได้อย่างไม่วุ่นวาย มีที่นั่งให้บริการทั้งในร่มและกลางแจ้ง คุณจึงสามารถย้ายเข้าไปด้านในได้หากอากาศเริ่มร้อนขึ้น แม้ว่าผู้ที่พาสุนัขมาส่วนใหญ่มักจะชอบนั่งในโซนเปิดโล่งรับลมมากกว่าก็ตาม บรรยากาศที่คาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในซอยสุขุมวิท 19 แห่งนี้ เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน ความรู้สึกจะเปลี่ยนจากบรรยากาศร้านหัวมุมแถวบ้านไปเป็นบางสิ่งที่ผ่านการคิดมาอย่างตั้งใจมากขึ้น ร้านที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงแห่งนี้ประกอบไปด้วยบาร์และจุดจำหน่ายเนื้อสัตว์ ในขณะที่ชั้นวางเรียงรายไปด้วยผลผลิตท้องถิ่นและออร์แกนิกจากทั่วประเทศไทย การตกแต่งเน้นสไตล์ยุโรปเขตร้อน (Tropical European) — เฟอร์นิเจอร์มือสองที่สรรหามาจากเพื่อนฝูงและคนรู้จักทำให้พื้นที่นี้ดูอบอุ่นและไม่เร่งรีบ นอกจากนี้ยังมีส่วนของร้านชำที่โอบล้อมบริเวณรับประทานอาหารเอาไว้ราวกับห้องเก็บอาหารที่คุณไม่อยากเดินจากไปเลย บนชั้นวางมีผลิตภัณฑ์งานฝีมือกว่า 500 รายการ ทั้งชีสไทย ผักออร์แกนิก โคลด์คัทที่ผลิตในท้องถิ่น เครื่องดื่มธรรมชาติ และแยมโฮมเมด ที่นี่คือสถานที่ที่คุณสามารถมาทานบรันช์และเดินกลับออกไปพร้อมกับชีสเชียงใหม่หนึ่งชิ้นและน้ำผึ้งดอกไม้ป่าหนึ่งโหล VIVIN เป็นทั้งร้านประจำของคนในย่านนี้และเป็นสถานที่ที่ชาวต่างชาติค้นพบ บรรยากาศมีความเป็นสากลด้วยแขกชาวต่างชาติมากมาย แต่การบริการยังคงความอบอุ่นและเป็นกันเอง การผสมผสานดังกล่าวทำให้เกิดพลังงานที่ดูสบายๆ และไม่เสแสร้ง ไม่ใช่สถานที่ที่พยายามจะปรุงแต่งอะไรให้คุณดู แต่เป็นสถานที่ที่รู้ซึ้งในตัวตนของตัวเองอย่างชัดเจน อาหาร ปรัชญา และร้านชำที่อยู่เบื้องหลังทุกสิ่งอย่าง โมเดล 'Shelf to Plate' ของ VIVIN หมายถึงวัตถุดิบชนิดเดียวกับที่คุณเห็นบนชั้นวางจะถูกนำมาใช้ปรุงในห้องครัว นี่คือแนวทางแบบลดขยะและเน้นวัตถุดิบส่งตรงจากฟาร์มที่สอดแทรกอยู่ในทุกเมนู คาเฟ่เปิดให้บริการตั้งแต่เช้า โดยเริ่มจากเมนูอาหารเช้าก่อนจะเปลี่ยนเป็นเมนูบิสโทรที่หนักท้องยิ่งขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงบ่าย ตัวเลือกอาหารมีตั้งแต่สลัดออร์แกนิก, แซนด์วิชสไตล์อาร์ทิซัน, ออมเล็ตเนื้อนุ่ม, พาสต้า, สเต็ก ไปจนถึงเมนูมังสวิรัติและวีแกน โดย 'ซูเฟล่ออมเล็ต' เมนูซิกเนเจอร์ที่เนื้อสัมผัสบางเบาราวกับขนนกและทำจากชีสอาร์ทิซันของไทย คือจานที่ลูกค้าประจำมักจะแนะนำให้ผู้มาเยือนใหม่ได้ลิ้มลองเป็นอันดับแรก นอกจากนั้น แซนด์วิช Jambon-Fromage ที่ทำจากปารีสแฮมท้องถิ่นของไทยและชีสสไตล์สวิสจากเชียงใหม่ ยังเป็นมื้อกลางวันที่อร่อยยอดเยี่ยมจนทำให้คุณอยากกลับมาทานซ้ำอีกแน่นอน ปัจจุบัน VIVIN มีสินค้าสไตล์อาร์ทิซันวางจำหน่ายกว่า 400 รายการ ตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางแบบครบวงจรสำหรับสินค้าท้องถิ่น สินค้าจากธรรมชาติ และสินค้าออร์แกนิก ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนขายของชำยังทำหน้าที่เป็นเสมือนห้องเก็บวัตถุดิบสำหรับครัว ดังนั้นสิ่งที่คุณรับประทานที่ร้านกับสิ่งที่คุณซื้อกลับบ้านได้จึงเป็นสิ่งเดียวกัน ในขณะเดียวกัน เมนูวีแกนและมังสวิรัติก็มีให้บริการควบคู่ไปกับโคลด์คัทและชีสได้อย่างลงตัว ทำให้ VIVIN เป็นร้านที่นัดรวมตัวกันได้ง่ายกว่าหลายๆ แห่งในย่านสุขุมวิทช่วงนี้ สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ ที่ต้องการกิจกรรมยามเช้าที่มากกว่าแค่การพาเดินเล่นริมทางเท้าเพียงชั่วครู่ VIVIN อโศก มอบสิ่งที่ย่านนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก นั่นคือคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขพร้อมพื้นที่กลางแจ้งจริงๆ ห้องครัวที่ให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบอย่างจริงจัง และบรรยากาศที่เอื้อต่อการมานั่งพักผ่อนแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่เร่งรีบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งสุนัขและเจ้าของต้องการมากที่สุด เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางสถานที่ก่อนการเข้าใช้บริการพร้อมกับสุนัขของคุณเสมอ
อโศก
ร้านอาหาร
Sababa เป็นร้านอาหารที่ต้อนรับสุนัขซึ่งซ่อนตัวอยู่ในบ้านที่มีเสน่ห์ในซอยต่อศักดิ์ ย่านทองหล่อ โดยตั้งอยู่อย่างเงียบสงบระหว่างโรงพยาบาลสมิติเวชและทองหล่อซอย 13 ที่นี่อนุญาตให้สุนัขเข้าได้ทั้งในโซนห้องแอร์และโซนเอาท์ดอร์ ซึ่งถือเป็นนโยบายที่เปิดกว้างเป็นพิเศษสำหรับร้านอาหารระดับนี้ ส่งผลให้รู้สึกถึงความใส่ใจตั้งแต่วินาทีที่คุณเลี้ยวรถเข้ามาจากถนนใหญ่และได้พบกับตัวร้าน ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขพร้อมเอกลักษณ์ที่โดดเด่น บรรยากาศของร้านมีส่วนสำคัญอย่างมาก Sababa ตั้งอยู่ในบ้านพักอาศัยที่ตกแต่งภายในด้วยไม้โทนอุ่น ใช้สีสันที่นุ่มนวล และรายละเอียดของกระเบื้องดินเผา ซึ่งดึงดูดสายตาให้รู้สึกถึงกลิ่นอายแบบยุโรปตอนใต้ พื้นที่ระเบียงในสวนช่วยขยายประสบการณ์ความรื่นรมย์ออกสู่ภายนอก เมื่อรวมทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันจึงเกิดเป็นสถานที่ที่ดูมีสไตล์โดยไม่รู้สึกอึดอัด ยิ่งไปกว่านั้น สุนัขยังสามารถปรับตัวที่นี่ได้ง่าย ด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายและรูปแบบของบ้านที่ทำให้มีพื้นที่ให้หายใจได้สะดวก อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยพร้อมความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่าง ห้องอาหารแห่งนี้ขอนิยามตนเองว่าเป็นอาหารฝรั่งเศสสมัยใหม่ที่มีความสร้างสรรค์ นำทีมโดยผู้ร่วมก่อตั้ง Maxim Baile ซึ่งดึงอิทธิพลมาจากอาหารเมดิเตอร์เรเนียนและญี่ปุ่น ผลลัพธ์ที่ได้คืออาหารที่ให้ความรู้สึกมั่นใจแต่ก็เข้าถึงได้ง่าย มีทั้งจานสำหรับแบ่งปันสไตล์อิซากายะควบคู่ไปกับอาหารจานหลักขนาดใหญ่ — ไม่ว่าจะเป็นไขกระดูกวัว, บีฟทาร์ทาร์, คาร์โบนาร่าพิสตาชิโอ, ทูน่าคาร์ปัชโช และคูสคูสไก่ นอกจากนี้ยังมีกระดานเมนูพิเศษที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปเพื่อความแปลกใหม่สำหรับลูกค้าประจำ ปรัชญาของร้านคือการเน้นสุขภาพดีโดยไม่ต้องฝืนและคงความดั้งเดิมแบบเป็นธรรมชาติ — ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านแต่ก็ทันสมัย เป็นกันเองแต่มีสไตล์ ในส่วนของเครื่องดื่ม ค็อกเทลถือเป็นหัวใจหลักอย่างแท้จริง ทีมงานได้คัดสรรไวน์บูติกและไวน์ธรรมชาติที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเพื่อเติมเต็มรายการเครื่องดื่มให้ครบครัน การจับคู่ระหว่างรูปแบบของอาหารและรายการเครื่องดื่มนั้นให้ความรู้สึกว่าผ่านการตั้งใจคิดมาอย่างดีมากกว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ อัญมณีที่ซ่อนอยู่ซึ่งคุ้มค่าแก่การตามหา นอกเหนือจากอาหารแล้ว Sababa ยังนำเสนอบางสิ่งที่สัมผัสได้ยากกว่านั้น — นั่นคือความรู้สึกถึงโอกาสพิเศษที่ปราศจากความเป็นทางการ ชื่อร้านมาจากภาษาฮีบรูซึ่งแปลว่า "ดี" และมีเสียงคล้องจองกับคำในภาษาไทยที่มีความหมายว่า "สบาย" ซึ่งความหมายแฝงทั้งสองทางนี้ถูกเลือกมาเป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้น ปรัชญา "House of Friends" ยังแทรกซึมอยู่ในทุกมุมของร้าน คุณสัมผัสได้จากบรรยากาศในร้านจริงๆ ไม่ใช่แค่จากคำโฆษณา แทนที่จะเป็นความเจ้าระเบียบ คุณกลับได้รับความอบอุ่นแทน — ในแบบที่ทำให้ค่ำคืนอันยาวนานกลายเป็นเรื่องที่แสนสบาย สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ การได้พบร้านอาหารที่ยินดีต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อพร้อมด้วยระดับฝีมือการปรุงอาหารและบรรยากาศแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง Sababa ตั้งอยู่ในซอยต่อศักดิ์ แยกจากทองหล่อซอย 13 — แม้จะอยู่นอกเส้นทางหลักเล็กน้อย แต่นั่นกลับเป็นผลดีที่ทำให้ร้านมีเสน่ห์เฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
ทองหล่อ
ร้านอาหาร
CRAFT ที่โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ คาเฟ่ที่ต้อนรับสุนัขได้อย่างแท้จริงที่สุดในย่านหลังสวนของกรุงเทพฯ แห่งนี้ ตั้งอยู่ภายในโรงแรมที่มุ่งมั่นในการต้อนรับสัตว์เลี้ยงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง CRAFT ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของโรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ถูกสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงสุนัขเป็นสำคัญมาตั้งแต่เริ่มต้น ปรัชญาด้านสัตว์เลี้ยงที่ครอบคลุมของโรงแรมนั้นฝังรากลึก ไม่ว่าจะเป็นการไม่จำกัดขนาด ไม่มีการแบนสายพันธุ์ และไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม และที่ CRAFT คือสถานที่ที่แนวคิดดังกล่าวผสานเข้ากับเคาน์เตอร์กาแฟและห้องครัวที่ให้บริการอาหารตลอดทั้งวันอย่างครบครัน คาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขอย่างแท้จริง สุนัขสามารถเข้าพักในพื้นที่ที่กำหนดไว้ของคาเฟ่และในสวนอันเขียวชอุ่มของโรงแรมซึ่งโอบล้อมรอบตัวอาคาร มอบพื้นที่สีเขียวที่เงียบสงบอย่างแท้จริงท่ามกลางย่านที่หนาแน่นของเมือง ย่านหลังสวนและบริเวณสถานทูตโดยรอบมีความเงียบสงบในแบบที่หาได้ยากในทำเลที่ใกล้สีลมและสวนลุมพินีเช่นนี้ และพื้นที่สีเขียวที่ Kimpton ก็สะท้อนถึงสิ่งนั้นได้เป็นอย่างดี สุนัขของคุณสามารถนั่งลงข้างๆ คุณในขณะที่คุณสั่งอาหาร และพื้นที่สวนยังช่วยให้คุณทั้งคู่ได้ผ่อนคลายและสูดอากาศบริสุทธิ์ นอกจากนี้ ทางโรงแรมยังมีเมนูพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ดังนั้นหากสุนัขของคุณรออย่างใจจดใจจ่อในขณะที่คุณจิบแฟลตไวท์ (Flat White) ก็จะมีของว่างแสนอร่อยเตรียมไว้สำหรับพวกเขาด้วยเช่นกัน กาแฟ, อาหารบริการตลอดทั้งวัน และบาร์ยามค่ำคืน CRAFT ร่วมมือกับ Karo Coffee Roasters โดยใช้เมล็ดกาแฟที่ส่งตรงมาจากพื้นที่สูงในจังหวัดน่านและมีจำหน่ายเฉพาะที่นี่เท่านั้น การเน้นกาแฟแบบ Single-origin ช่วยสร้างโปรแกรมกาแฟที่มีคุณภาพและมีความพิถีพิถัน ไม่เร่งรีบ ซึ่งเข้ากับบรรยากาศของร้าน บรรยากาศยามเช้าที่เคาน์เตอร์ให้ความรู้สึกที่เป็นกันเองแบบท้องถิ่นอย่างแท้จริง โดยสามารถมองเห็นบาริสต้าได้อย่างชัดเจน จังหวะการบริการที่ผ่อนคลาย และแสงที่ส่องเข้ามาอย่างสวยงาม นอกเหนือจากกาแฟแล้ว เมนูอาหารที่ให้บริการตลอดทั้งวันยังมีตั้งแต่อาหารว่างเบาๆ เบเกอรี่อบใหม่ ไปจนถึงเมนูพิเศษประจำวันทั้งอาหารท้องถิ่นและอาหารนานาชาติ เมื่อช่วงบ่ายเข้าสู่ช่วงเย็น พื้นที่แห่งนี้จะเปลี่ยนบรรยากาศไป บาร์จะเริ่มแสดงเอกลักษณ์ของตัวเองออกมา ด้วยรายการค็อกเทลที่เน้น Gin and Tonic หลากหลายรูปแบบ คราฟต์เบียร์ท้องถิ่นแบบสด และชุดค็อกเทลที่มีส่วนผสมของกาแฟซึ่งคุ้มค่าแก่การนั่งจิบดื่มด่ำไปกับบรรยากาศ ตัวสถานที่เองสะท้อนรสนิยมความงามในแบบ Kimpton ได้เป็นอย่างดี ทั้งความพิถีพิถันที่ไม่ดูแข็งทื่อ และบรรยากาศที่เป็นกันเองโดยไม่ส่งเสียงดังวุ่นวาย โรงแรมผสมผสานการออกแบบสมัยใหม่เข้ากับองค์ประกอบทางวัฒนธรรมไทย พร้อมพื้นที่รอบอาคารที่กว้างขวางและเขียวขจี แม้ CRAFT จะตั้งอยู่ที่ชั้นล่าง แต่บรรยากาศกลับไม่มีความรู้สึกเหมือนเป็นแค่ทางผ่านแบบคาเฟ่ในล็อบบี้โรงแรมทั่วไป ลูกค้าประจำในย่านนี้ต่างมาใช้บริการประหนึ่งเป็นที่ส่วนตัวของตัวเอง สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ น้อยแห่งนักในเมืองนี้ที่จะมอบส่วนผสมที่ลงตัวได้ขนาดนี้ ทั้งกาแฟพิเศษ ครัวที่ให้บริการอาหารแบบครบครัน สวนที่สวยงาม และทีมงานที่สร้างการต้อนรับสุนัขให้เป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอของสถานที่ มากกว่าที่จะเป็นเพียงส่วนเสริมในภายหลัง CRAFT จึงคู่ควรแก่การเป็นหนึ่งในรายชื่อสถานที่เป็นมิตรต่อสุนัขอย่างแท้จริงในเมืองนี้ เวลาเปิดทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางสถานที่ก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ
ลุมพินี
คาเฟ่
ร้านอาหารอิตาเลียนที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านพระราม 9 ที่คุณควรทำความรู้จัก Casa Marini เป็นร้านอาหารอิตาเลียนที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านพระราม 9 ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบในซอยซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยของกรุงเทพฯ ในขณะที่ร้านอาหารส่วนใหญ่ที่ต้อนรับสุนัขมักจะกระจุกตัวอยู่ในย่านทองหล่อและเอกมัย แต่มุมหนึ่งของพระราม 9 แห่งนี้มอบบรรยากาศที่แตกต่างออกไป นั่นคือความรู้สึกแบบเป็นกันเองในละแวกบ้าน ผู้คนไม่พลุกพล่าน และมีจังหวะที่เหมาะสำหรับสุนัขที่รักความสงบมากกว่าความวุ่นวาย ทำเลที่ตั้งในซอยถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสุนัขมักจะสงบลงได้ง่ายกว่าเมื่อมีเสียงรบกวนน้อยและไม่มีคนแปลกหน้าเดินผ่านไปมามากนัก Casa Marini ตั้งอยู่ในซอยพระรามเก้า 45 ซึ่งเป็นซอยที่เงียบสงบห่างจากถนนใหญ่ และสภาพแวดล้อมดังกล่าวก็ส่งผลดีต่อประสบการณ์ที่ได้รับ เป็นสถานที่ที่คุณสามารถพาสุนัขมาด้วยได้โดยไม่รู้สึกว่าต้องคอยเกรงใจหรือจัดการอะไรให้ยุ่งยาก สิ่งที่ Casa Marini พร้อมนำเสนอ นอกเหนือจากการต้อนรับน้องหมาแล้ว Casa Marini ยังเป็นร้านอาหารและบาร์อิตาเลียนขนานแท้ ไม่ใช่แค่คาเฟ่ที่บังเอิญขายพาสต้า ห้องครัวที่นี่ดำเนินงานภายใต้ปรัชญา "Eat. Drink. Live Italian." และเมนูอาหารก็สะท้อนถึงความมุ่งมั่นนั้น เตรียมพบกับความอร่อยสไตล์อิตาเลียนที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างเต็มที่ อาหารที่โดดเด่นด้วยวัตถุดิบคุณภาพและการปรุงที่ตรงไปตรงมามากกว่าจะเน้นความแปลกใหม่ ภาพถ่ายอาหารใน Instagram ของพวกเขาบอกเล่าเรื่องราวที่ชัดเจน ทั้งสีสันที่เข้มข้น ปริมาณที่จุใจ และเมนูที่ครอบคลุมตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อย พาสต้า ไปจนถึงเมนูย่างจานหลัก ในขณะเดียวกัน ฝั่งบาร์ของที่นี่ก็ได้รับการดูแลอย่างจริงจัง ทำให้ที่นี่เป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติสำหรับการแวะมาในช่วงเย็นและนั่งยาวไปจนถึงมื้อค่ำ ตัวร้านให้ความรู้สึกอบอุ่นและเรียบง่าย ในฐานะที่เป็นทั้งร้านอาหารและบาร์ ที่นี่จึงหลีกเลี่ยงความสุดโต่งของการเป็นห้องอาหารที่ดูจืดชืดหรือสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่เสียงดังเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น เวลาเปิดทำการยังรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งช่วงเย็นของวันธรรมดาที่เริ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ๆ และเวลาเปิดที่ยาวนานขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งเปิดโอกาสให้คุณได้ทานมื้อกลางวันแบบสบายๆ กับสุนัขของคุณก่อนที่ลูกค้ากลุ่มมื้อค่ำจะหนาตาขึ้น สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ ที่อาศัยหรือทำงานอยู่ทางตะวันออกของใจกลางเมือง ร้านอาหารอิตาเลียนที่ต้อนรับสุนัขในย่านพระราม 9 ถือว่ามีประโยชน์อย่างมากจริงๆ นอกจากนี้ยังมีเสน่ห์จากการอยู่ในย่านที่ยังไม่มีตัวเลือกสำหรับคนรักสุนัขมากนัก ทำให้ Casa Marini เป็นจุดเช็คอินหลักที่ใช้งานได้จริงสำหรับย่านนั้นของเมือง นี่คือเหตุผลที่ทีมงาน Pup Cities ติดตามพวกเขา เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าใช้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางร้านก่อนพาสุนัขเข้าใช้บริการเสมอ
พระราม 9
ร้านอาหาร
Mũiné K Village — สตรีทฟู้ดเวียดนามที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านพร้อมพงษ์ ย่านพร้อมพงษ์มีร้านสตรีทฟู้ดเวียดนามที่เป็นมิตรกับสุนัขซึ่งกลมกลืนไปกับจังหวะของย่านนี้อย่างลงตัว Mũiné ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของ K Village ในซอยสุขุมวิท 26 ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์มอลล์อาคารเตี้ยที่ดึงดูดผู้คนในพื้นที่และผู้อยู่อาศัยในบริเวณโดยรอบอย่างสม่ำเสมอ สถานที่แห่งนี้ยินดีต้อนรับทั้งสุนัข แมว และเจ้าของอย่างชัดเจน ประกอบกับบรรยากาศที่ผ่อนคลายของ K Village ทำให้การต้อนรับนั้นดูเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง บรรยากาศที่เป็นมิตรกับสุนัขใจกลางย่านพร้อมพงษ์ K Village เป็นหนึ่งในพื้นที่ของกรุงเทพฯ ที่ให้ความรู้สึกสบายๆ ไม่ต้องพยายามจนเกินไป ด้วยผังพื้นที่แบบเปิดโล่งและทางเดินที่เรียงรายไปด้วยต้นไม้ช่วยรักษาบรรยากาศให้สงบตลอดทั้งวัน ส่งผลให้การพาสุนัขมาที่นี่ไม่ค่อยเป็นที่สะดุดตาเท่าใดนัก การที่ Mũiné ตั้งอยู่บนชั้น 2 ทำให้แขกสามารถนั่งพักผ่อนได้โดยไม่ต้องพบกับความวุ่นวายของทางสัญจรที่ชั้นล่าง การตกแต่งภายในยังคงความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทั้งอิฐโชว์แนว ปูนเปลือย และพื้นที่สีเขียว ซึ่งช่วยให้พื้นที่ดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับการแวะมานั่งเล่นนานๆ แบบไม่รีบร้อน แม้ว่าภายในร้านจะกะทัดรัด แต่บรรยากาศรอบๆ มอลล์ก็ช่วยให้สุนัขและเจ้าของมีที่ว่างให้ได้ผ่อนคลาย นอกเหนือจากบรรยากาศในร้านแล้ว ทำเลที่ตั้งในย่านพร้อมพงษ์ยังได้เปรียบจากการอยู่ใกล้กับย่านที่พักอาศัยที่เป็นมิตรกับสุนัขมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ในขณะเดียวกัน รูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ของ K Village ก็มักจะดึงดูดผู้คนที่คุ้นเคยและสบายใจในการอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยง สิ่งเหล่านี้รวมกันทำให้เกิดประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัข ซึ่งให้ความรู้สึกว่าผ่านการคิดมาเป็นอย่างดีมากกว่าจะเป็นเพียงผลพลอยได้ อาหารและเครื่องดื่ม เมนูของที่นี่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมที่ทำให้สาขาแรกที่ Habito Mall กลายเป็นร้านโปรดของคนในละแวกนั้น โดยมี บั๋นหมี่ (Bánh mì) เป็นเมนูชูโรง แป้งขนมปังบาแก็ตจะถูกอบให้เสร็จใหม่ๆ ตามออเดอร์ เพื่อให้ได้ผิวนอกที่กรอบกริ๊บและเนื้อในที่นุ่มชุ่มฉ่ำรสเนย ส่วนไส้มีให้เลือกตั้งแต่โคลด์คัทแบบคลาสสิกเลเยอร์ด้วยปาเต ไปจนถึงหมูย่างแบบต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเฝอ (pho) ที่โดดเด่นด้วยน้ำซุปเคี่ยวจากโครงไก่ อบเชย กานพลู และสมุนไพรต่างๆ มีให้เลือกทั้งเนื้อริบอายหรือหมู และยังมีบุ๋นจ๋า (bun cha) ซึ่งประกอบด้วยสันคอหมูย่างถ่าน ปอเปี๊ยะทอด และหมูสับปั้นก้อน เสิร์ฟบนเส้นขนมจีนพร้อมหัวไชเท้าและแครอทดอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ทำให้คุณอยากนั่งละเลียดความอร่อยไปนานๆ เครื่องดื่มของที่นี่ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน กาแฟดริปเวียดนามที่ใช้เมล็ดกาแฟคั่วถึง 4 สายพันธุ์ผสมกัน เสิร์ฟพร้อมนมข้นหวาน ให้รสชาติที่เข้มข้นและหนักแน่นตามแบบฉบับดั้งเดิม ส่วน จ่าแซน (Trà Sen) หรือชาดอกบัวรสหวานอ่อนๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ทั้งสองเมนูเข้ากันได้ดีกับช่วงเวลาบ่ายที่แสนสบายและไม่ต้องเร่งรีบไปไหน Mũiné ที่ K Village คือร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขในแบบที่ย่านพร้อมพงษ์ทำได้ดีเสมอมา นั่นคือมีความเรียบง่าย เป็นกันเอง และคุ้มค่าแก่การกลับมาใช้บริการซ้ำอยู่เสมอ เวลาทำการและนโยบายการอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับสถานที่เสมอก่อนพาสุนัขของคุณไป
พร้อมพงษ์
ร้านอาหาร
GLOW COFFEE dog-friendly Bangkok
Glow Coffee เป็นคาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้บนถนนสุขุมวิทในย่านทองหล่อ ตั้งอยู่ระหว่างซอย 55 และซอย 57 สุนัขสามารถเข้าได้ทั้งโซนด้านในและที่นั่งด้านนอก ซึ่งเป็นมุมเล็กๆ ที่นั่งสบายอย่างแท้จริงบนหนึ่งในถนนที่พลุกพล่านที่สุดของย่านนี้ แม้จะเป็นคาเฟ่ขนาดกะทัดรัด แต่คุณภาพกลับโดดเด่นเกินตัว คาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ ซึ่งสร้างขึ้นจากความหลงใหลในกาแฟอย่างจริงจัง กาแฟของที่นี่คือจุดดึงดูดที่แท้จริง เจ้าของร้านคั่วเมล็ดกาแฟเองในปริมาณน้อย โดยเน้นที่เมล็ดแบบ Single-origin ซึ่งมีทั้งจากไทย เมียนมาร์ และแหล่งอื่นๆ ในภูมิภาค ความใส่ใจในคุณภาพมากกว่าปริมาณสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในกาแฟทุกแก้ว ลูกค้าประจำต่างชื่นชมในความลุ่มลึกและเข้มข้นของเมล็ด House Blend ส่วนเครื่องดื่มเมนูเอสเพรสโซ่ ทั้ง Flat White, Latte, Dirty Coffee ต่างก็มีความพิถีพิถันเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีเมนู Pour-over สำหรับผู้ที่ต้องการใช้เวลาละเลียดรสชาติที่แตกต่างตามแหล่งที่มาของเมล็ด ยิ่งไปกว่านั้น เมนูชายังรวมไปถึงสายพันธุ์หายากที่หาดื่มได้ยากในที่อื่นๆ ในกรุงเทพฯ ในส่วนของอาหาร เมนูจะเน้นสิ่งที่ถนัดเป็นหลัก โดยมีขนมอบและเบเกอรี่เป็นตัวชูโรง และ Shio Pan ซึ่งเป็นขนมปังเกลือสไตล์ญี่ปุ่นก็มีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น แม้จะมีเมนูไม่มากนัก แต่ทุกเมนูล้วนผ่านการคัดสรรมาอย่างดี พื้นที่ขนาดเล็กกับบรรยากาศที่ไม่เร่งรีบ พื้นที่ภายในร้านมีขนาดกะทัดรัดและเรียบง่ายแบบมินิมอล โดยมีที่นั่งเพียงไม่กี่ที่ เมื่อผ่านประตูออกไป พื้นที่ด้านนอกช่วยให้รู้สึกโปร่งขึ้นเล็กน้อย แม้ไม่ใช่ระเบียงขนาดใหญ่แต่ก็เพียงพอ—มีเก้าอี้สองสามตัว วิวผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนสุขุมวิท และจังหวะที่ผ่อนคลายซึ่งทำให้การดื่มกาแฟยามเช้ารู้สึกเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่า สุนัขสามารถนั่งพักผ่อนได้อย่างสบายที่นี่ และบรรยากาศก็เหมาะสำหรับการแวะพักสั้นๆ พอๆ กับการนั่งพักยาว พนักงานคือเสน่ห์ที่แท้จริงของร้าน พวกเขารู้เรื่องกาแฟเป็นอย่างดีและยินดีที่จะพูดคุยแนะนำทั้งเรื่องเมล็ดกาแฟ การคั่ว และเมนูที่ควรลอง สรุปสั้นๆ คือ Glow ไม่ได้พยายามจะเป็นทุกอย่าง แต่เน้นทำเพียงไม่กี่อย่างด้วยความใส่ใจอย่างแท้จริง และความมุ่งมั่นนั้นเองที่ทำให้ร้านนี้คุ้มค่าแก่การมาเยือน สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ การได้เจอคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านทองหล่อที่จริงจังเรื่องกาแฟขนาดนี้ถือเป็นการค้นพบที่ยอดเยี่ยม Glow Coffee ตั้งอยู่ห่างจาก BTS ทองหล่อเพียงไม่กี่ก้าว ทำให้สามารถแวะมาได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะระหว่างพาสุนัขเดินเล่นยามเช้าหรือออกมาซื้อกาแฟในย่านนี้
ทองหล่อ
คาเฟ่
Earth House คือร้านอาหารและไวน์บาร์ที่ต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อ ตั้งอยู่ในวิลล่าสไตล์ไทยสมัยกลางศตวรรษที่ได้รับการบูรณะใหม่ในซอยสุขุมวิท 53 ที่นี่อนุญาตให้นำสุนัขเข้ามาในบริเวณสวนได้ — ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในกรุงเทพฯ — ส่งผลให้บรรยากาศที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนการไปใช้เวลาช่วงค่ำที่บ้านเพื่อนที่ได้รับการดูแลอย่างดี มากกว่าจะเป็นเพียงร้านอาหาร สวนสวยที่คุ้มค่าแก่การมาเยือน วิลล่าหลังนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจีสไตล์เขตร้อน พื้นที่กลางแจ้งสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้ในทันที สุนัขของคุณจะได้รับร่มเงา พื้นดินที่อ่อนนุ่ม และบรรยากาศที่เรียบง่ายไม่เร่งรีบ ในขณะที่สถานที่ที่ต้อนรับสุนัขส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ อย่างดีที่สุดก็มีเพียงโต๊ะริมทางเท้าให้เท่านั้น แต่ Earth House มอบสวนที่เป็นสัดส่วนให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ นอกเหนือจากนั้น ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่ทำให้การใช้เวลาช่วงค่ำอันยาวนานของคุณเป็นไปอย่างสบายๆ และผ่อนคลาย อาหารเมดิเตอร์เรเนียนแบบแพลนต์เบสที่รังสรรค์อย่างจริงจังและพิถีพิถัน Earth House ใช้แนวทางแบบ farm-to-table ที่มีต้นกำเนิดจากรสชาติสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ทุกอย่างที่นี่เป็นเมนูจากพืช (plant-based) แต่ในขณะเดียวกัน ทางครัวก็พิสูจน์ฝีมือด้วยการปรุงอาหารที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและสร้างสรรค์อย่างแท้จริง พาสต้าทำมือ ทาปาส สลัดตามฤดูกาล และชีสจากพืชสไตล์อาร์ติซาน คือหัวใจหลักของเมนูที่นี่ ซึ่งทั้งหมดทำขึ้นเองในร้านจากวัตถุดิบออร์แกนิกในท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น ทอร์เทลลินีเห็ดที่รีดแป้งสดใหม่และสอดไส้ด้วยเห็ดถึงห้าชนิด มันคือเมนูประเภทที่ทำให้คำว่า plant-based กลายเป็นเรื่องรองไปเลย เช่นเดียวกับสลัดบีทรูทรมควัน หรืออาร์ติโชกทั้งหัวที่เสิร์ฟพร้อมซอสจิ้มสูตรโฮมเมด นอกเหนือจากอาหารแล้ว Earth House ยังมีรายการไวน์ธรรมชาติที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ไวน์แต่ละขวดมาจากไร่องุ่นออร์แกนิกขนาดเล็กของครอบครัว โดยเน้นไปที่นักทำไวน์หญิง ซึ่งเข้ากันได้ดีกับรูปแบบอาหารทาปาส คือการสั่งมาแบ่งกันทาน รินไวน์ดื่มเรื่อยๆ และใช้เวลาดื่มด่ำให้นานกว่าที่ตั้งใจไว้ นอกจากนี้ ทางครัวยังมีเมนูมื้อค่ำแบบปลอดกลูเตน (gluten-free) ทั้งหมด ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกการรับประทานอาหารที่ครอบคลุมความต้องการของผู้คนได้หลากหลายที่สุดในย่านนี้ สถานที่ที่คู่ควรกับบรรยากาศรอบตัว ยิ่งไปกว่านั้น ตัวสถานที่เองก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน Samantha Häberli ผู้ก่อตั้ง ได้บูรณะวิลล่าสองชั้นนี้อย่างพิถีพิถัน ซึ่งความทุ่มเทในการปรับปรุงนั้นเห็นได้ชัดจากแสงธรรมชาติ การตกแต่งด้วยต้นไม้ภายในที่เขียวขจี และบรรยากาศที่ต่อเนื่องจากสวนไปจนถึงห้องอาหาร ที่นี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายรูปลง Instagram แต่กลับรู้สึกว่าถูกออกแบบมาเพื่อมื้ออาหารที่ต้องการเวลาละเลียดไปกับมันอย่างแท้จริง สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ การจะหาสถานที่ที่ลงตัวแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ร้านอาหารที่ต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อที่จริงจังกับเรื่องอาหารและไวน์ขนาดนี้ถือเป็นสิ่งที่พบได้ไม่บ่อยนัก นอกจากนี้ บรรยากาศในสวนยังช่วยให้สุนัขของคุณไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมที่สมบูรณ์แบบ Earth House ตั้งอยู่ในสุขุมวิทซอย 53 เดินเพียงไม่ไกลจากย่านหลักของทองหล่อ และคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับใครก็ตามที่ตั้งใจเดินทางมาเยือน
ทองหล่อ
ร้านอาหาร