Sababa

แชร์

Copied!

Sababa เป็นร้านอาหารที่ต้อนรับสุนัขซึ่งซ่อนตัวอยู่ในบ้านที่มีเสน่ห์ในซอยต่อศักดิ์ ย่านทองหล่อ โดยตั้งอยู่อย่างเงียบสงบระหว่างโรงพยาบาลสมิติเวชและทองหล่อซอย 13 ที่นี่อนุญาตให้สุนัขเข้าได้ทั้งในโซนห้องแอร์และโซนเอาท์ดอร์ ซึ่งถือเป็นนโยบายที่เปิดกว้างเป็นพิเศษสำหรับร้านอาหารระดับนี้ ส่งผลให้รู้สึกถึงความใส่ใจตั้งแต่วินาทีที่คุณเลี้ยวรถเข้ามาจากถนนใหญ่และได้พบกับตัวร้าน

ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขพร้อมเอกลักษณ์ที่โดดเด่น

บรรยากาศของร้านมีส่วนสำคัญอย่างมาก Sababa ตั้งอยู่ในบ้านพักอาศัยที่ตกแต่งภายในด้วยไม้โทนอุ่น ใช้สีสันที่นุ่มนวล และรายละเอียดของกระเบื้องดินเผา ซึ่งดึงดูดสายตาให้รู้สึกถึงกลิ่นอายแบบยุโรปตอนใต้ พื้นที่ระเบียงในสวนช่วยขยายประสบการณ์ความรื่นรมย์ออกสู่ภายนอก เมื่อรวมทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันจึงเกิดเป็นสถานที่ที่ดูมีสไตล์โดยไม่รู้สึกอึดอัด ยิ่งไปกว่านั้น สุนัขยังสามารถปรับตัวที่นี่ได้ง่าย ด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายและรูปแบบของบ้านที่ทำให้มีพื้นที่ให้หายใจได้สะดวก

อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยพร้อมความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่าง

ห้องอาหารแห่งนี้ขอนิยามตนเองว่าเป็นอาหารฝรั่งเศสสมัยใหม่ที่มีความสร้างสรรค์ นำทีมโดยผู้ร่วมก่อตั้ง Maxim Baile ซึ่งดึงอิทธิพลมาจากอาหารเมดิเตอร์เรเนียนและญี่ปุ่น ผลลัพธ์ที่ได้คืออาหารที่ให้ความรู้สึกมั่นใจแต่ก็เข้าถึงได้ง่าย มีทั้งจานสำหรับแบ่งปันสไตล์อิซากายะควบคู่ไปกับอาหารจานหลักขนาดใหญ่ — ไม่ว่าจะเป็นไขกระดูกวัว, บีฟทาร์ทาร์, คาร์โบนาร่าพิสตาชิโอ, ทูน่าคาร์ปัชโช และคูสคูสไก่ นอกจากนี้ยังมีกระดานเมนูพิเศษที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปเพื่อความแปลกใหม่สำหรับลูกค้าประจำ ปรัชญาของร้านคือการเน้นสุขภาพดีโดยไม่ต้องฝืนและคงความดั้งเดิมแบบเป็นธรรมชาติ — ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านแต่ก็ทันสมัย เป็นกันเองแต่มีสไตล์

ในส่วนของเครื่องดื่ม ค็อกเทลถือเป็นหัวใจหลักอย่างแท้จริง ทีมงานได้คัดสรรไวน์บูติกและไวน์ธรรมชาติที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเพื่อเติมเต็มรายการเครื่องดื่มให้ครบครัน การจับคู่ระหว่างรูปแบบของอาหารและรายการเครื่องดื่มนั้นให้ความรู้สึกว่าผ่านการตั้งใจคิดมาอย่างดีมากกว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ

อัญมณีที่ซ่อนอยู่ซึ่งคุ้มค่าแก่การตามหา

นอกเหนือจากอาหารแล้ว Sababa ยังนำเสนอบางสิ่งที่สัมผัสได้ยากกว่านั้น — นั่นคือความรู้สึกถึงโอกาสพิเศษที่ปราศจากความเป็นทางการ ชื่อร้านมาจากภาษาฮีบรูซึ่งแปลว่า “ดี” และมีเสียงคล้องจองกับคำในภาษาไทยที่มีความหมายว่า “สบาย” ซึ่งความหมายแฝงทั้งสองทางนี้ถูกเลือกมาเป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้น ปรัชญา “House of Friends” ยังแทรกซึมอยู่ในทุกมุมของร้าน คุณสัมผัสได้จากบรรยากาศในร้านจริงๆ ไม่ใช่แค่จากคำโฆษณา แทนที่จะเป็นความเจ้าระเบียบ คุณกลับได้รับความอบอุ่นแทน — ในแบบที่ทำให้ค่ำคืนอันยาวนานกลายเป็นเรื่องที่แสนสบาย

สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ การได้พบร้านอาหารที่ยินดีต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อพร้อมด้วยระดับฝีมือการปรุงอาหารและบรรยากาศแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง Sababa ตั้งอยู่ในซอยต่อศักดิ์ แยกจากทองหล่อซอย 13 — แม้จะอยู่นอกเส้นทางหลักเล็กน้อย แต่นั่นกลับเป็นผลดีที่ทำให้ร้านมีเสน่ห์เฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น

อนุญาตสุนัขเข้าด้านในโดยต้องจูงสายจูง

มีเครื่องปรับอากาศ

สวน

Opening Hours

สถานที่ที่ใกล้เคียง

กรุณารอสักครู่...

สถานที่ที่คล้ายกัน

Screenshot-2026-04-02-144424
Earthy Society คือร้านบรันช์ พิซซ่า พาสต้า และไวน์บาร์ ที่บ้านเลขที่ 44 ซอยปรีดี พนมยงค์ 26 สถานที่พักผ่อนที่เปิดให้บริการตลอดวันพร้อมภารกิจด้านความยั่งยืนอย่างแท้จริง ตั้งอยู่ใกล้กับ Karo Coffee บนถนนในย่านที่มีเอกลักษณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ แนวคิด Earthy Society ก่อตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจที่ชัดเจน คือการเสิร์ฟอาหารที่สนับสนุนเกษตรกรไทยและส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน วัตถุดิบทุกชนิดคัดสรรจากในท้องถิ่นและเป็นออร์แกนิกเท่าที่ทำได้ โดยเน้นการสร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับผู้ผลิตชาวไทยเป็นหัวใจสำคัญของเมนู อาหารทะเลมาจากประมงพื้นบ้านที่ใช้วิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้วัตถุดิบในแต่ละวันสะท้อนถึงสิ่งที่มีอยู่ตามฤดูกาล ซึ่งทำให้เมนูมีความน่าสนใจและควรค่าแก่การกลับมาเยือนเสมอ อาหาร เมนูมีให้บริการตั้งแต่เช้าจรดค่ำโดยไม่มีการหยุดพักหรือเปลี่ยนรอบ มื้อบรันช์ประกอบไปด้วยเมนูยอดนิยมอย่าง เอ็กเบเนดิกต์ อะโวคาโดโทสต์ แพนเค้ก และ Earthy Breakfast ที่จัดมาอย่างลงตัว พร้อมด้วยสลัดและน้ำผลไม้สกัดเย็น เมื่อเข้าสู่ช่วงบ่าย ห้องครัวจะเปลี่ยนมาเน้นเมนูพิซซ่าและพาสต้า แป้งพิซซ่าของที่นี่ผ่านการหมักเย็นนานถึงสามวัน ทำให้ได้ขอบพิซซ่าที่มีรสชาติลุ่มลึกและเนื้อสัมผัสที่ดีเยี่ยม หน้าพิซซ่าให้มาอย่างจุใจและพิถีพิถัน โดยมี Burrata Parma Ham Pizza เป็นเมนูเด่น และพิซซ่าสูตรของทางร้านที่หน้าเนื้อวากิว A5 สไลด์กับไส้อั่วเชียงใหม่ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก ส่วนพาสต้าและอาหารจานหลัก ซึ่งรวมถึงกงฟีไก่และสเต็กเนื้อวากิว A5 ก็มาช่วยเติมเต็มมื้อค่ำให้สมบูรณ์ บาร์ ทางร้านให้ความสำคัญกับเรื่องไวน์อย่างจริงจัง และตัวบาร์เองก็ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศของ Earthy Society ให้แตกต่างออกไปเมื่อเข้าสู่ยามเย็น เมนูค็อกเทล ซึ่งรวมถึง Monkey Barnie ที่เป็นเมนูโปรดตลอดกาลนั้นเข้ากันได้ดีกับบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นกันเองในแบบฉบับร้านอาหารละแวกบ้าน พื้นที่และบรรยากาศ การตกแต่งภายในดูอบอุ่นและใส่ใจในรายละเอียด โดยใช้โทนสีเอิร์ธโทนตามชื่อร้าน ผสานกับวัสดุธรรมชาติ ที่นั่งแสนสบาย และบรรยากาศที่เป็นกันเองที่ชวนให้รู้สึกอยากนั่งไปนานๆ ถนนปรีดี 26 ด้านนอกก็ช่วยเสริมพลังงานให้กับที่นี่ ด้วยความเป็นย่านอิสระที่มีรากฐานมาจากชุมชน และกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในถนนสายอาหารที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ การนำสุนัขมาด้วย Earthy Society ต้อนรับสัตว์เลี้ยงอย่างเต็มที่ทั้งพื้นที่ภายในและภายนอก ในซอยที่เดินเล่นได้สะดวกและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเช่นนี้ — โดยมีร้าน Karo อยู่ติดกันและรายล้อมด้วยชุมชนปรีดี 26 — ร้านนี้จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางพาเจ้าตูบเดินเที่ยวชมย่านนี้ได้อย่างลงตัว
ปรีดี
ร้านอาหาร
Screenshot-2026-04-01-155354
Ranee's Restaurant เป็นร้านอาหารอิตาเลียนระดับตำนานของกรุงเทพฯ ที่โดดเด่นด้วยพิซซ่าเตาถ่าน พาสต้าเส้นสด และอาหารสไตล์โฮมเมดรสชาติดั้งเดิมมากว่า 29 ปี โดยปัจจุบันได้เปิดสาขาใหม่ที่ The Circle ราชพฤกษ์ แล้ว ร้านอาหารคลาสสิกคู่กรุงเทพฯ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่ย่านถนนข้าวสาร ซึ่งสาขาแรกได้สร้างฐานลูกค้าประจำจากความยอดเยี่ยมในสองสิ่ง นั่นคือ พิซซ่าจากเตาถ่านและพาสต้าที่ทำด้วยมือทุกขั้นตอน พื้นฐานเหล่านั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่ขยายเพิ่มขึ้นคือการเข้าถึงลูกค้า โดยตอนนี้มีสาขาที่ราชพฤกษ์ บางนา และข้าวสาร ซึ่งแต่ละแห่งยังคงรักษาบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเรียบง่ายในแบบเดียวกัน อาหาร เตาถ่านคือหัวใจสำคัญของครัวที่นี่ ซึ่งทำให้ได้ขอบพิซซ่าที่กรอบและมีรอยไหม้หอมๆ ที่ด้านนอก ขณะที่เนื้อสัมผัสด้านในยังนุ่มหนึบ พิซซ่าทรัฟเฟิลได้กลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน ส่วนพรอชูตโต (Prosciutto), มาร์เกริตา (Margherita) และฟรุตติ ดิ มาเร (Frutti di Mare) ทั้งหมดล้วนปรุงขึ้นบนพื้นฐานความใส่ใจที่เหมือนกัน พาสต้าของที่นี่ทำสดใหม่ในร้านและสัมผัสได้ถึงความแตกต่าง ด้วยเนื้อสัมผัสที่พอดีและเข้ากับซอสได้อย่างลงตัว สำหรับบูร์ราตา (Burrata) ก็เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ด้วยความครีมมี่และรสชาติที่สมดุลอย่างที่ควรจะเป็น บรรยากาศ สาขา The Circle ราชพฤกษ์ ให้บรรยากาศที่อบอุ่นและไม่เร่งรีบ ผนังประดับด้วยงานศิลปะที่ชวนให้นึกถึงตลาดริมทางในอิตาลี ที่นี่เป็นสถานที่ประเภทที่คุณอาจจะเผลอสั่งพิซซ่าถาดที่สอง ไม่ใช่เพราะความตั้งใจแรก แต่เป็นเพราะหน้าตาของมันดูน่าทานเกินกว่าจะห้ามใจได้ การพาสุนัขมาด้วย สำหรับเจ้าของสุนัขในย่านฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ร้าน Ranee's คือจุดแวะพักที่ลงตัวสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ ด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายจนคุณสามารถนั่งพักผ่อนไปพร้อมกับสุนัขข้างกายได้อย่างสบายใจ
ตลิ่งชัน
ร้านอาหาร
Screenshot-2026-04-02-153031-e1775131137713
OMGM หรือย่อมาจาก Oh My Godmother เป็นร้านขนมและร้านอาหารแบบ All-day Dining ที่มาร์เช่ ทองหล่อ เสิร์ฟบรันช์สไตล์ฟิวชั่นตะวันตก-เอเชีย พาสต้าที่สร้างสรรค์ และเค้กชิฟฟอนที่ทำอย่างประณีตในบรรยากาศคาเฟ่ที่สบายๆ แนวคิดของร้าน OMGM เป็นส่วนหนึ่งของ iberry Group หนึ่งในกลุ่มร้านอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดในกรุงเทพฯ ซึ่งมีแบรนด์ในเครืออย่าง กับข้าว' กับปลา, ทองสมิทธ์ และร้านอาหารแนวไทยฟิวชั่นชื่อดังอีกมากมาย ห้องครัวที่ OMGM ได้รับการดูแลและอิทธิพลจากเชฟชาลี กาเดอร์ แห่งร้าน Wana Yook ดีกรีมิชลินสตาร์ ซึ่งเป็นประวัติที่สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกจานอาหาร เมนูของร้านได้รวบรวมรสชาติแบบฝรั่งเศส เกาหลี อิตาลี และเอเชีย เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ให้ความรู้สึกแปลกใหม่แต่เข้าถึงได้ง่าย อาหาร เมนูอาหารคาวมีทั้งพาสต้า บรันช์ และจานหลักสไตล์ฟิวชั่น เมนูเด่น ได้แก่ Blanket Pasta Cacio e Pepe พาสต้าเส้นแบนกว้างสไตล์โรมันคลาสสิกที่ทำออกมาได้อย่างประณีต; Linguine Beef Bulgogi ที่นำเนื้อหมักสไตล์เกาหลีมาผสมผสานกับสไตล์อิตาลีได้อย่างลงตัว; และ Penne Sake Sauce with Burrata Cheese ที่ให้รสชาติเข้มข้นและหรูหรา สำหรับเมนูที่น่าลิ้มลองเป็นพิเศษอย่าง Lobster Mac & Cheese และ Four Cheese Ravioli with Beef Ragu ก็คุ้มค่าแก่การสั่งมาลอง เดอะ พาติสเซอรี OMGM ร่วมมือกับ Godmother แบรนด์เค้กชิฟฟอนสัญชาติเวียดนาม เพื่อนำเสนอเค้กชิฟฟอนที่ทำสดใหม่ภายในร้าน พร้อมรสชาติที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป French Earl Grey Chiffon คือเมนูซิกเนเจอร์ที่มีความหอม รสขมอ่อนๆ และมีความหวานที่สมดุลอย่างลงตัว Strawberry Benji มอบความสดชื่นและรสเปรี้ยว Hokkaido Milk Block ให้สัมผัสที่นุ่มนวลและปลอบประโลมใจ เค้กแต่ละชิ้นทำสดใหม่ในร้าน ด้วยเนื้อสัมผัสที่เบาและนุ่มฟูจนทำให้คุณยากที่จะแบ่งให้คนอื่นจริงๆ การพาสุนัขมาด้วย OMGM Marché Thonglor ต้อนรับสุนัขอย่างเต็มที่ ทั้งพื้นที่ด้านในและระเบียงด้านนอก ไม่ว่าคุณจะแวะมาทานบรันช์มื้อใหญ่ หรือแค่แวะมาทานเค้กชิฟฟอนกับกาแฟ สุนัขของคุณก็สามารถร่วมโต๊ะได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นด้านในหรือด้านนอก
ทองหล่อ
ร้านอาหาร
Screenshot-2026-04-02-124655
เดอะ พาร์เลอร์ คือหัวใจสำคัญของการเข้าสังคมที่ เดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร โดยเป็นทั้งคาเฟ่ ค็อกเทลบาร์ และสถานที่จัดงานทางวัฒนธรรมรวมอยู่ในที่เดียว ตั้งอยู่ภายในหนึ่งในตึกระฟ้าที่ผู้คนจดจำได้มากที่สุดของเมืองบนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ย่านสีลม พื้นที่ภายในร้าน การตกแต่งภายในเป็นการผสมผสานระหว่างงานเหล็กและงานดีไซน์สไตล์มิดเซนจูรี เข้ากับต้นไม้เขียวขจีขนาดใหญ่ ให้บรรยากาศที่อบอุ่นและมีความดิบแบบอินดัสเทรียลเล็กน้อย พร้อมด้วยพื้นที่สีเขียวที่ช่วยสร้างความละมุนตา สถานที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นความเงียบสงบในยามเช้าที่เหมาะแก่การเปิดแล็ปท็อปทำงาน หรือความคึกคักในยามเย็นที่ทำให้คุณลืมเวลาไปเลย นอกจากนี้ยังมีโซน The Parlor Terrace ที่ขยายพื้นที่ออกไปยังด้านนอก เพิ่มมิติแบบโอเพนแอร์ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงเดือนที่มีอากาศเย็น ตั้งแต่กลางวันจนถึงกลางคืน เดอะ พาร์เลอร์ เปิดให้บริการตั้งแต่กาแฟยามเช้าไปจนถึงค็อกเทลยามดึกอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ในช่วงกลางวันจะเสิร์ฟอาหารจานโปรดยอดนิยมระดับโลกและเมนูคลาสสิกท้องถิ่นที่นำมาตีความใหม่ในรูปแบบที่ทานง่าย ทั้งรสชาติแบบไทยและนานาชาติ เมื่อถึงช่วงเย็น กิจกรรมต่างๆ จะเริ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแผ่นโดยดีเจตั้งแต่คืนวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ ซึ่งถ่ายทอดสดจาก Sounds Studio ภายในร้าน พร้อมด้วยตารางกิจกรรมที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป เช่น การพูดคุยกับนักเขียน การบรรยายโดยเหล่าผู้นำรสนิยม ค็อกเทลปาร์ตี้ และคืนสำหรับเล่นเกม ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่มีกิจกรรมทางสังคมอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่บาร์ในโรงแรม การนำสุนัขมาด้วย The Standard Bangkok เป็นหนึ่งในโรงแรมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงที่โดดเด่นที่สุดในเมือง และ The Parlor Terrace เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่กำหนดไว้ให้สุนัขสามารถเข้าได้ เป็นการผสมผสานที่หาได้ยาก ระหว่างสถานที่ที่มีสไตล์อย่างแท้จริงที่คุณและสุนัขของคุณสามารถมานั่งจิบกาแฟในตอนเช้าหรือดื่มเครื่องดื่มในตอนเย็นได้อย่างลงตัวโดยไม่มีข้อจำกัด สำหรับแขกของโรงแรมที่เดินทางพร้อมสุนัข ทางโรงแรมมีชามอาหารและที่นอนสำหรับสัตว์เลี้ยงเตรียมไว้ให้ และอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้สูงสุดสองตัวต่อห้อง (น้ำหนักตัวละไม่เกิน 18 กก.)   ดูโพสต์นี้บน Instagram   A post shared by Pup Cities - Bangkok (@pup_cities_bangkok)
สาทร
ร้านอาหาร
Screenshot-2026-03-24-at-5.21.29-PM
Haps เป็นคาเฟ่บรันช์ที่ต้อนรับสุนัข ตั้งอยู่ในโครงการ Piman 49 บนสุขุมวิท 49 ใจกลางย่านทองหล่อ บรรยากาศของร้านให้ความรู้สึกอบอุ่นและไม่เร่งรีบ — ออกแบบมาภายใต้แนวคิดที่ว่าเช้าวันที่ดีควรช่วยให้คุณได้ใช้ชีวิตช้าลง มากกว่าที่จะต้องรีบเร่งให้มันผ่านไป การที่ทางร้านอนุญาตให้สุนัขเข้ามาภายในร้านได้ ทำให้ที่นี่เป็นจุดแวะพักที่สะดวกสบายและลงตัวสำหรับมื้อบรันช์ที่สมบูรณ์แบบร่วมกับสุนัขของคุณ   เมนูของร้านเน้นไปที่บรันช์แนวสร้างสรรค์ที่ปรุงออกมาได้อย่างดี — มีการนำเมนูโปรดที่คุ้นเคยมาสร้างความแปลกใหม่ด้วยกลิ่นอายแบบไทยๆ จับคู่กับกาแฟพิเศษที่มีรสชาติโดดเด่นไม่แพ้กัน เป็นสถานที่ที่คุณจะสั่งอาหารเช้า นั่งดื่มต่ออีกสักถ้วย และกลับออกไปพร้อมความรู้สึกว่าวันของคุณได้เริ่มต้นขึ้นอย่างยอดเยี่ยมแล้ว
ทองหล่อ
ร้านอาหาร
คาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในทองหล่อที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้หลีกหนีจากเมืองใหญ่ ย่านทองหล่อมีสถานที่ให้ใช้เวลายามเช้ามากมาย แต่มีคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขเพียงไม่กี่แห่งในย่านนี้ที่มอบบรรยากาศแบบเดียวกับ Patom Organic Living ตัวคาเฟ่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนที่ร่มรื่น ภายในโครงสร้างกระจกและไม้เก่า เป็นสถานที่ประเภทที่เหมาะสำหรับการมาเยือนแบบไม่ได้วางแผน และมักจะทำให้คุณอยากอยู่ต่อนานกว่าที่ตั้งใจไว้ สวนกลางแจ้งเป็นพื้นที่ที่สุนัขมักจะรู้สึกผ่อนคลายที่สุดเมื่อมาที่นี่ แม้ว่าการตกแต่งภายในจะให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและโดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรม แต่พื้นที่สีเขียวโดยรอบก็ช่วยให้พวกมันมีพื้นที่สำหรับนั่งพัก ดมกลิ่น และได้ใช้เวลาอยู่เคียงข้างคุณ Patom ตั้งอยู่ติดกับสวนสาธารณะในย่านที่พักอาศัยของทองหล่อ บรรยากาศโดยรวมจึงค่อนข้างเงียบสงบและไม่เร่งรีบ ซึ่งเป็นจังหวะที่เหมาะกับสุนัขเป็นอย่างดี นอกจากเรื่องพื้นที่สีเขียวแล้ว ขนาดของร้านยังรู้สึกพอดี ไม่กว้างขวางจนสุนัขอาจรู้สึกเคว้งคว้าง และไม่คับแคบจนไม่มีที่ให้ได้พักหายใจ บรรยากาศที่ดึงดูดให้ผู้คนกลับมาอีกครั้ง ผนังกระจกใสช่วยดึงพื้นที่สีเขียวโดยรอบเข้ามาสู่ภายใน ทำให้พื้นที่ทั้งหมดดูเหมือนเป็นตู้โชว์ที่มีชีวิต ในขณะเดียวกัน การใช้ไม้เก่าและวัสดุธรรมชาติก็ช่วยให้ภายในร้านมีความอบอุ่นที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่ปรุงแต่งจนเกินไป ส่งผลให้สถานที่แห่งนี้มีความสงบที่เกิดขึ้นจากตัวตนจริงๆ มากกว่าการจงใจออกแบบให้เป็นเช่นนั้น นี่คือสถานที่ที่คนกรุงเทพฯ มักจะกลับมาในเช้าที่ต้องการความผ่อนคลาย เพราะที่นี่ไม่ได้พยายามแสดงภาพลักษณ์ของการมีสุขภาวะที่ดี แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของความมีสุขภาวะที่ดีออกมาอย่างแท้จริง รายได้ 3% จะถูกนำไปมอบให้กับมูลนิธิสุขใจ เพื่อสนับสนุนวิถีเกษตรอินทรีย์ ทำให้สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นที่แฝงอยู่ภายใต้ทุกสิ่งอย่างเงียบเชียบ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนออกมาผ่านบรรยากาศของพื้นที่: ความใส่ใจ ตรวจสอบที่มาได้ และมีรากฐานมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง อาหาร เครื่องดื่ม และฟาร์มเบื้องหลังเมนูเหล่านั้น เมล็ดกาแฟจากเชียงใหม่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ Patom และเอสเพรสโซ่ของที่นี่ก็ให้ความรื่นรมย์ที่เรียบง่าย นอกจากนี้ เมนูยังเน้นไปที่ขนมไทยคลาสสิกที่ใช้กะทิเป็นหลัก — เช่น ขนมถ้วยและสังขยาแบบดั้งเดิม — พร้อมด้วยชุดน้ำชายามบ่ายที่เป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการนั่งพักผ่อนอ้อยอิ่ง วัตถุดิบทั้งหมดล้วนมาจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ส่งตรงจากฟาร์มของพวกเขาในนครปฐม ซึ่งหมายความว่าความเชื่อมโยงระหว่างอาหารบนโต๊ะและแหล่งที่มานั้นสั้นกว่าเกือบทุกแห่งในเมือง นอกเหนือจากตัวคาเฟ่แล้ว สถานที่แห่งนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลแบบออร์แกนิกและยั่งยืนอย่างครบครัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่คุณจะเลือกซื้อของติดมือกลับไปให้ตัวเองพร้อมกับเก็บความทรงจำที่น่าประทับใจในช่วงเช้ากลับไป สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ คาเฟ่ที่ต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อแห่งนี้ถือเป็นการค้นพบที่พิเศษ: เป็นสถานที่ที่มอบความเงียบสงบอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าการปรุงแต่ง สวนกลางแจ้งเป็นหัวใจหลักที่สร้างบรรยากาศ และอาหารก็คุ้มค่าแก่การแวะมา ไม่ว่าคุณจะเดินเท้ามาไม่ไกลจากถนนใหญ่หรือตั้งใจเข้าซอยมา Patom มักจะมอบสิ่งที่คุ้มค่ากับความตั้งใจเดินทางมาเสมอ เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าใช้อาจมีการเปลี่ยนแปลง — โปรดตรวจสอบกับทางร้านก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ
ทองหล่อ
บรันช์
ไวน์บาร์ที่เป็นมิตรกับสุนัขใน On Nut ที่ควรค่าแก่การรู้ FuzzyPuppy เดลี่ & ไวน์เป็นหนึ่งในไวน์บาร์ที่ง่ายและเชื่อถือได้ซึ่งพบได้ในถั่วที่คนในท้องถิ่นกลับมาอย่างเงียบ ๆ ซ่อนตัวอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า Habito บน Sukhumvit 77 - ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในย่านใกล้เคียงพื้นที่ต้อนรับสัตว์เลี้ยงที่หายาก — ทำให้เป็นกรณีที่เงียบสงบว่าทำไมสุขุมวิทที่ทอดยาวนี้จึงสมควรได้รับความสนใจจากเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯมากขึ้น บ้านS เค้าโครงในร่มและกลางแจ้งช่วยยกของหนักสำหรับสุนัข เดอะมอลล์พื้นที่ส่วนกลางยังคงเปิดกว้างและไม่มีสิ่งปิด ซึ่งหมายความว่าสุนัขของคุณสามารถปรับตัวได้โดยไม่ต้องกดดันจากการตกแต่งภายในที่คับแคบหรือมีเสียงดัง ในขณะที่คุณสั่งจากหน้าต่างเคาน์เตอร์ก็มีs ห้องของแท้ที่จะหายใจ อาหารโฮมเมด ไวน์ธรรมชาติ ไม่ยุ่งยาก ห้องครัวมุ่งเน้นไปที่อาหารโฮมเมดที่มีโปรตีนสูงและน้ำตาลต่ำ เช่น พาสต้า คัทเย็น และแซนวิชสไตล์เดลี่ที่ทำด้วยความระมัดระวัง ไวน์นั่งเคียงข้างกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ FuzzyPuppy เหมาะอย่างยิ่งกับแก้วยามเย็นที่เงียบสงบเมื่อแวะพักเที่ยงวันหลังจากเดินเล่น ชุมชน T77 โดยรอบทำให้ผู้อยู่อาศัยที่ปฏิบัติต่อสุนัขของพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ดังนั้นการมาพร้อมกับสุนัขที่ลากจูงจึงรู้สึกไม่ธรรมดาเลยที่นี่ นอกเหนือจากอาหารมันเป็นจังหวะที่กำหนดสถานที่ อ่อนนุชมีบุคลิกที่เป็นที่อยู่อาศัยอยู่เสมอ และลูกสุนัขฟัซซี่ก็เข้ากันได้ดี — ไม่มีการแสดง มีแค่บาร์ไวน์ที่เป็นมิตรกับสุนัขที่ดีที่ทำสิ่งนี้ในละแวกใกล้เคียงที่ชื่นชมสิ่งนั้นอย่างแน่นอน เวลาเปิดทำการและนโยบายการเข้าถึงสัตว์เลี้ยงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ให้ตรวจสอบกับสถานที่เสมอก่อนไปเยี่ยมสุนัขของคุณ
พระโขนง
บาร์/โรงเบียร์/ไวน์บาร์
Earth House คือร้านอาหารและไวน์บาร์ที่ต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อ ตั้งอยู่ในวิลล่าสไตล์ไทยสมัยกลางศตวรรษที่ได้รับการบูรณะใหม่ในซอยสุขุมวิท 53 ที่นี่อนุญาตให้นำสุนัขเข้ามาในบริเวณสวนได้ — ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในกรุงเทพฯ — ส่งผลให้บรรยากาศที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนการไปใช้เวลาช่วงค่ำที่บ้านเพื่อนที่ได้รับการดูแลอย่างดี มากกว่าจะเป็นเพียงร้านอาหาร สวนสวยที่คุ้มค่าแก่การมาเยือน วิลล่าหลังนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจีสไตล์เขตร้อน พื้นที่กลางแจ้งสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้ในทันที สุนัขของคุณจะได้รับร่มเงา พื้นดินที่อ่อนนุ่ม และบรรยากาศที่เรียบง่ายไม่เร่งรีบ ในขณะที่สถานที่ที่ต้อนรับสุนัขส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ อย่างดีที่สุดก็มีเพียงโต๊ะริมทางเท้าให้เท่านั้น แต่ Earth House มอบสวนที่เป็นสัดส่วนให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ นอกเหนือจากนั้น ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่ทำให้การใช้เวลาช่วงค่ำอันยาวนานของคุณเป็นไปอย่างสบายๆ และผ่อนคลาย อาหารเมดิเตอร์เรเนียนแบบแพลนต์เบสที่รังสรรค์อย่างจริงจังและพิถีพิถัน Earth House ใช้แนวทางแบบ farm-to-table ที่มีต้นกำเนิดจากรสชาติสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ทุกอย่างที่นี่เป็นเมนูจากพืช (plant-based) แต่ในขณะเดียวกัน ทางครัวก็พิสูจน์ฝีมือด้วยการปรุงอาหารที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและสร้างสรรค์อย่างแท้จริง พาสต้าทำมือ ทาปาส สลัดตามฤดูกาล และชีสจากพืชสไตล์อาร์ติซาน คือหัวใจหลักของเมนูที่นี่ ซึ่งทั้งหมดทำขึ้นเองในร้านจากวัตถุดิบออร์แกนิกในท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น ทอร์เทลลินีเห็ดที่รีดแป้งสดใหม่และสอดไส้ด้วยเห็ดถึงห้าชนิด มันคือเมนูประเภทที่ทำให้คำว่า plant-based กลายเป็นเรื่องรองไปเลย เช่นเดียวกับสลัดบีทรูทรมควัน หรืออาร์ติโชกทั้งหัวที่เสิร์ฟพร้อมซอสจิ้มสูตรโฮมเมด นอกเหนือจากอาหารแล้ว Earth House ยังมีรายการไวน์ธรรมชาติที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ไวน์แต่ละขวดมาจากไร่องุ่นออร์แกนิกขนาดเล็กของครอบครัว โดยเน้นไปที่นักทำไวน์หญิง ซึ่งเข้ากันได้ดีกับรูปแบบอาหารทาปาส คือการสั่งมาแบ่งกันทาน รินไวน์ดื่มเรื่อยๆ และใช้เวลาดื่มด่ำให้นานกว่าที่ตั้งใจไว้ นอกจากนี้ ทางครัวยังมีเมนูมื้อค่ำแบบปลอดกลูเตน (gluten-free) ทั้งหมด ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกการรับประทานอาหารที่ครอบคลุมความต้องการของผู้คนได้หลากหลายที่สุดในย่านนี้ สถานที่ที่คู่ควรกับบรรยากาศรอบตัว ยิ่งไปกว่านั้น ตัวสถานที่เองก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน Samantha Häberli ผู้ก่อตั้ง ได้บูรณะวิลล่าสองชั้นนี้อย่างพิถีพิถัน ซึ่งความทุ่มเทในการปรับปรุงนั้นเห็นได้ชัดจากแสงธรรมชาติ การตกแต่งด้วยต้นไม้ภายในที่เขียวขจี และบรรยากาศที่ต่อเนื่องจากสวนไปจนถึงห้องอาหาร ที่นี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายรูปลง Instagram แต่กลับรู้สึกว่าถูกออกแบบมาเพื่อมื้ออาหารที่ต้องการเวลาละเลียดไปกับมันอย่างแท้จริง สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ การจะหาสถานที่ที่ลงตัวแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ร้านอาหารที่ต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อที่จริงจังกับเรื่องอาหารและไวน์ขนาดนี้ถือเป็นสิ่งที่พบได้ไม่บ่อยนัก นอกจากนี้ บรรยากาศในสวนยังช่วยให้สุนัขของคุณไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมที่สมบูรณ์แบบ Earth House ตั้งอยู่ในสุขุมวิทซอย 53 เดินเพียงไม่ไกลจากย่านหลักของทองหล่อ และคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับใครก็ตามที่ตั้งใจเดินทางมาเยือน
ทองหล่อ
ร้านอาหาร
VIVIN อโศก — คาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ โดดเด่นด้วยโซนระเบียงที่ทำให้ทุกอย่างลงตัว VIVIN ในซอยสุขุมวิท 19 เป็นหนึ่งในคาเฟ่ที่ต้อนรับสุนัขอย่างแท้จริงในย่านอโศก และระเบียงกลางแจ้งที่ร่มรื่นคือเหตุผลที่สุนัขมักจะรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ที่นี่ ระเบียงตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนที่พลุกพล่านของย่านนี้ มีร่มเงาเพียงพอให้นั่งพักผ่อนได้นานๆ และทางร้านได้รับการยืนยันว่าอนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าได้จากรีวิวของผู้มาเยือนหลายคน แม้ว่าถนนรอบข้างจะเต็มไปด้วยความวุ่นวายตามปกติของย่านอโศก แต่ตัวระเบียงเองกลับสร้างพื้นที่ที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวและสงบ เป็นจุดที่สุนัขสามารถนอนพักใต้เก้าอี้และปล่อยให้เวลาช่วงเช้าผ่านไปได้อย่างไม่วุ่นวาย มีที่นั่งให้บริการทั้งในร่มและกลางแจ้ง คุณจึงสามารถย้ายเข้าไปด้านในได้หากอากาศเริ่มร้อนขึ้น แม้ว่าผู้ที่พาสุนัขมาส่วนใหญ่มักจะชอบนั่งในโซนเปิดโล่งรับลมมากกว่าก็ตาม บรรยากาศที่คาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในซอยสุขุมวิท 19 แห่งนี้ เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน ความรู้สึกจะเปลี่ยนจากบรรยากาศร้านหัวมุมแถวบ้านไปเป็นบางสิ่งที่ผ่านการคิดมาอย่างตั้งใจมากขึ้น ร้านที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงแห่งนี้ประกอบไปด้วยบาร์และจุดจำหน่ายเนื้อสัตว์ ในขณะที่ชั้นวางเรียงรายไปด้วยผลผลิตท้องถิ่นและออร์แกนิกจากทั่วประเทศไทย การตกแต่งเน้นสไตล์ยุโรปเขตร้อน (Tropical European) — เฟอร์นิเจอร์มือสองที่สรรหามาจากเพื่อนฝูงและคนรู้จักทำให้พื้นที่นี้ดูอบอุ่นและไม่เร่งรีบ นอกจากนี้ยังมีส่วนของร้านชำที่โอบล้อมบริเวณรับประทานอาหารเอาไว้ราวกับห้องเก็บอาหารที่คุณไม่อยากเดินจากไปเลย บนชั้นวางมีผลิตภัณฑ์งานฝีมือกว่า 500 รายการ ทั้งชีสไทย ผักออร์แกนิก โคลด์คัทที่ผลิตในท้องถิ่น เครื่องดื่มธรรมชาติ และแยมโฮมเมด ที่นี่คือสถานที่ที่คุณสามารถมาทานบรันช์และเดินกลับออกไปพร้อมกับชีสเชียงใหม่หนึ่งชิ้นและน้ำผึ้งดอกไม้ป่าหนึ่งโหล VIVIN เป็นทั้งร้านประจำของคนในย่านนี้และเป็นสถานที่ที่ชาวต่างชาติค้นพบ บรรยากาศมีความเป็นสากลด้วยแขกชาวต่างชาติมากมาย แต่การบริการยังคงความอบอุ่นและเป็นกันเอง การผสมผสานดังกล่าวทำให้เกิดพลังงานที่ดูสบายๆ และไม่เสแสร้ง ไม่ใช่สถานที่ที่พยายามจะปรุงแต่งอะไรให้คุณดู แต่เป็นสถานที่ที่รู้ซึ้งในตัวตนของตัวเองอย่างชัดเจน อาหาร ปรัชญา และร้านชำที่อยู่เบื้องหลังทุกสิ่งอย่าง โมเดล 'Shelf to Plate' ของ VIVIN หมายถึงวัตถุดิบชนิดเดียวกับที่คุณเห็นบนชั้นวางจะถูกนำมาใช้ปรุงในห้องครัว นี่คือแนวทางแบบลดขยะและเน้นวัตถุดิบส่งตรงจากฟาร์มที่สอดแทรกอยู่ในทุกเมนู คาเฟ่เปิดให้บริการตั้งแต่เช้า โดยเริ่มจากเมนูอาหารเช้าก่อนจะเปลี่ยนเป็นเมนูบิสโทรที่หนักท้องยิ่งขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงบ่าย ตัวเลือกอาหารมีตั้งแต่สลัดออร์แกนิก, แซนด์วิชสไตล์อาร์ทิซัน, ออมเล็ตเนื้อนุ่ม, พาสต้า, สเต็ก ไปจนถึงเมนูมังสวิรัติและวีแกน โดย 'ซูเฟล่ออมเล็ต' เมนูซิกเนเจอร์ที่เนื้อสัมผัสบางเบาราวกับขนนกและทำจากชีสอาร์ทิซันของไทย คือจานที่ลูกค้าประจำมักจะแนะนำให้ผู้มาเยือนใหม่ได้ลิ้มลองเป็นอันดับแรก นอกจากนั้น แซนด์วิช Jambon-Fromage ที่ทำจากปารีสแฮมท้องถิ่นของไทยและชีสสไตล์สวิสจากเชียงใหม่ ยังเป็นมื้อกลางวันที่อร่อยยอดเยี่ยมจนทำให้คุณอยากกลับมาทานซ้ำอีกแน่นอน ปัจจุบัน VIVIN มีสินค้าสไตล์อาร์ทิซันวางจำหน่ายกว่า 400 รายการ ตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางแบบครบวงจรสำหรับสินค้าท้องถิ่น สินค้าจากธรรมชาติ และสินค้าออร์แกนิก ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนขายของชำยังทำหน้าที่เป็นเสมือนห้องเก็บวัตถุดิบสำหรับครัว ดังนั้นสิ่งที่คุณรับประทานที่ร้านกับสิ่งที่คุณซื้อกลับบ้านได้จึงเป็นสิ่งเดียวกัน ในขณะเดียวกัน เมนูวีแกนและมังสวิรัติก็มีให้บริการควบคู่ไปกับโคลด์คัทและชีสได้อย่างลงตัว ทำให้ VIVIN เป็นร้านที่นัดรวมตัวกันได้ง่ายกว่าหลายๆ แห่งในย่านสุขุมวิทช่วงนี้ สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ ที่ต้องการกิจกรรมยามเช้าที่มากกว่าแค่การพาเดินเล่นริมทางเท้าเพียงชั่วครู่ VIVIN อโศก มอบสิ่งที่ย่านนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก นั่นคือคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขพร้อมพื้นที่กลางแจ้งจริงๆ ห้องครัวที่ให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบอย่างจริงจัง และบรรยากาศที่เอื้อต่อการมานั่งพักผ่อนแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่เร่งรีบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งสุนัขและเจ้าของต้องการมากที่สุด เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางสถานที่ก่อนการเข้าใช้บริการพร้อมกับสุนัขของคุณเสมอ
อโศก
ร้านอาหาร
Screenshot-2026-04-02-131102
Rawvaela Café เป็นบิสโทรสไตล์วินเทจขนาดเล็กใกล้ตลาดน้ำคลองลัดมะยมในเขตตลิ่งชัน ให้บริการขนมหวานโฮมเมด อาหารสไตล์บิสโทร และกาแฟที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน ในอาคารพาณิชย์สไตล์ยุโรปที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและไม่เร่งรีบอย่างแท้จริง บรรยากาศภายในร้าน ตัวอาคารผนังสีขาวมีขนาดกะทัดรัด โดดเด่นด้วยประตูหน้าสีเขียวที่เป็นเอกลักษณ์ ภายในตกแต่งอย่างมีสไตล์ด้วยการผสมผสานอิฐโชว์แนว เฟอร์นิเจอร์ไม้โทนอุ่น และดอกไม้แห้ง ให้ความรู้สึกแบบลอฟท์วินเทจที่ดูนุ่มนวลและเป็นกันเอง ไม่ดูดิบจนเกินไป มีที่นั่งทั้งโซนห้องแอร์ด้านในและโซนสวนสไตล์อังกฤษด้านนอก ซึ่งทั้งสองโซนตกแต่งด้วยความใส่ใจและมีมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย ร้านมีขนาดเล็กเพียง 5-6 โต๊ะ ช่วยให้บรรยากาศดูเป็นส่วนตัวและเงียบสงบ มีที่จอดรถในบริเวณร้าน ซึ่งเป็นความสะดวกสบายที่หาได้ยากสำหรับคาเฟ่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นนี้ อาหารและเครื่องดื่ม เคาน์เตอร์ขนมหวานคือจุดเด่นของที่นี่ โดยมีบานอฟฟี่ทาร์ตเป็นเมนูขายดีที่สุด ซึ่งประกอบด้วยกล้วย ครีมรสหวานนุ่ม และคาราเมลรสชาติพอดีไม่หวานเกินไป นอกจากนี้ยังมีชีสเค้ก ทาร์ต และเค้กสมอร์ที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ทุกอย่างเป็นโฮมเมดที่ร้านทำเอง ในส่วนของเครื่องดื่ม กาแฟของที่นี่มีความพิถีพิถันมาก คาราเมลมัคคิอาโต้มีกลิ่นหอมและสมดุล ส่วนอเมริกาโน่ก็สะอาดสะอ้านและใช้เมล็ดคั่วกลาง เครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง Dark Beer — เอสเพรสโซ่ผสมราสเบอร์รี่และบ๊วย — เป็นเมนูที่คุ้มค่าแก่การลองเพียงเพราะความสร้างสรรค์ก็น่าประทับใจแล้ว สถานที่ตั้ง Rawvaela ตั้งอยู่ติดกับตลาดน้ำคลองลัดมะยม หนึ่งในตลาดน้ำวันหยุดที่เป็นที่นิยมที่สุดของกรุงเทพฯ การจับคู่ทริปนี้ถือว่าลงตัวมาก คุณสามารถใช้เวลาช่วงเช้าเดินชมตลาด แล้วค่อยมานั่งพักผ่อนในคาเฟ่เพื่อจิบกาแฟและทานเค้ก นี่คือการพักผ่อนย่านกรุงเทพฯ ตะวันตกที่คุ้มค่าแก่การเดินทางมาอย่างยิ่ง การพาสุนัขมาด้วย Rawvaela เป็นคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัข โดยมีที่นั่งในสวนโซนเอาท์ดอร์ที่พาสุนัขมาด้วยได้ง่าย บรรยากาศที่ผ่อนคลายและเรียบง่ายของย่านนี้ ไม่ว่าจะเป็นถนนที่ร่มรื่นด้วยเงาไม้ คลองที่อยู่ใกล้เคียง และจังหวะที่ไม่เร่งรีบของตลาดน้ำในวันหยุด ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่พักผ่อนสำหรับคนรักสุนัขที่น่ารื่นรมย์ที่สุดในฝั่งนี้ของเมือง   ดูโพสต์นี้บน Instagram   A post shared by Pup Cities - Bangkok (@pup_cities_bangkok)
ตลิ่งชัน
คาเฟ่
IMG_3364-2-scaled
Playlys นำจิตวิญญาณที่ไม่เร่งรีบของ Provençal France มาสู่สวนกรุงเทพฯ อันเขียวชอุ่ม และสุนัขก็อยู่ที่นี่ ที่นั่งกลางแจ้งกว้างกระจายอยู่ใต้ต้นไม้ สนามเปตองก์นั่งอยู่ในสวน อาหารฝรั่งเศสและเครื่องดื่มมีมากมายพอที่จะทำให้คุณผ่านแผนงานของคุณได้ดี เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง สุนัขก็เข้ามาข้างในด้วย ทำให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่รองรับได้ตลอดทั้งปี อาหารได้รับสถานที่ เมนูนี้ดึงมาจากประเพณี French Bistro — จานที่ผ่อนคลาย ไวน์ชั้นดี และอาหารที่ไม่ทำให้คุณรีบร้อน รายการเครื่องดื่มก็มีอยู่เหมือนกัน Playlys ทำงานได้ดีสำหรับเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยในช่วงบ่ายที่ยาวนานเช่นเดียวกับมื้อเย็นเต็มรูปแบบ เป็นสถานที่ที่สั่งแก้วอีกหนึ่งแก้วให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการตัดสินใจที่ชัดเจน เจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ รู้ดีว่าการหาพื้นที่ที่ได้ทั้งบรรยากาศและความเป็นมิตรกับสุนัขนั้นหายากเพียงใด Playlys ถูกต้องทั้งสองอย่าง สุนัขเดินเตร่สวนกลางแจ้งอย่างอิสระ พวกเขาเข้าร่วมภายในเมื่อสภาพอากาศเรียกร้อง การต้อนรับจะคงเส้นคงวาไม่ว่าคุณจะนั่งที่ไหนหรืออยู่นานแค่ไหน ไม่มีการประนีประนอมกับประสบการณ์ - สำหรับคุณหรือสุนัขของคุณ สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ ที่กำลังมองหาสถานที่ที่ให้รางวัลในช่วงบ่ายที่ช้า Playlys จะส่งมอบ อาหารอร่อย พื้นที่กลางแจ้งของแท้ และอารมณ์ที่ผลิตยาก มาดื่มหนึ่งแก้วและออกไปสองชั่วโมงต่อมา — แดดอุ่น ไม่รีบร้อน วางแผนการกลับมาของคุณแล้ว อารมณ์ทางใต้ของฝรั่งเศสไม่ใช่ธีม มันเป็นก้าว Playlys ได้รับมัน   ดูโพสต์นี้บนอินสตาแกรม   โพสต์ แบ่งปันโดย PUP CITYS - กรุงเทพฯ (@pup_cities_bangkok) #atfp_close_translate_span#
ทุ่งมหาเมฆ
ร้านอาหาร
ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขในทองหล่อที่ให้พื้นที่ส่วนตัวแก่สุนัข Hungry Pack เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขที่ใส่ใจรายละเอียดที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และความโดดเด่นนี้มีความสำคัญ ร้านตั้งอยู่ในโครงการ 49Playscape ในซอยสุขุมวิท 49 บริเวณขอบชายแดนย่านที่พักอาศัยที่เงียบสงบกว่าของทองหล่อ เป็นถนนประเภทที่จังหวะการใช้ชีวิตช้าลงและมีต้นไม้ริมทางแผ่กิ่งก้านปกคลุม สุนัขที่นี่ไม่ได้แค่มีที่นั่งตรงมุมร้านเท่านั้น แต่พวกเขามีโซนเป็นของตนเองเลยทีเดียว สถานที่แห่งนี้มีสนามสุนัขแบบบริการตนเองอยู่ควบคู่ไปกับร้านอาหาร การเข้าใช้สนามมีค่าธรรมเนียมและต้องมีการลงทะเบียน ดังนั้นผู้ที่มาครั้งแรกควรเผื่อเวลาในส่วนนี้ก่อนมาถึง นอกเหนือจากนั้น การจัดวางพื้นที่ก็ตรงไปตรงมาและผ่านการคิดมาอย่างดี ในขณะที่เจ้าของนั่งพักผ่อนกับกาแฟ สุนัขก็มีพื้นที่สำหรับเคลื่อนไหว เข้าสังคม และผ่อนคลาย การแยกส่วนระหว่างพื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่สำหรับสุนัขทำให้เกิดความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ สุนัขสามารถปล่อยสายจูงได้เต็มที่โดยไม่ไปรบกวนส่วนครัว และส่งผลให้บรรยากาศในร้านอาหารยังคงความผ่อนคลายอย่างแท้จริง ลักษณะการจัดพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสุนัขที่ Hungry Pack จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร พื้นที่ถูกแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนระหว่างโซนสัตว์เลี้ยงและโซนร้านอาหาร ซึ่งเป็นการออกแบบที่สะท้อนถึงความใส่ใจในสิ่งที่ทั้งสุนัขและเจ้าของต้องการจากการมาพักผ่อนร่วมกันจริงๆ พาร์คประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำและพื้นที่วิ่งเล่นกว้างขวาง ซึ่งทำให้เห็นว่าที่นี่ไม่ได้แค่ทำไว้พอเป็นพิธี แต่ให้ความสำคัญกับสุนัขอย่างแท้จริง และเมื่อเสร็จกิจกรรมในพาร์ค การเปลี่ยนย้ายกลับมาที่โต๊ะอาหารก็ทำได้สะดวกมาก เพราะทุกอย่างรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ตัวร้านอาหารเองให้บรรยากาศย้อนยุคสไตล์อเมริกันที่มีร่องรอยความเก๋าในแบบที่เข้ากับความเป็นร้านประจำย่าน ที่นี่ไม่ได้เน้นความสวยเนี้ยบเหมือนร้านเปิดใหม่ในทองหล่อ ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น บรรยากาศที่ดูผ่อนคลายและผ่านการใช้งานมาบ้างนั้นลงตัวกับความรู้สึกของคนที่เพิ่งนั่งดูลูกรักสี่ขาของตัวเองวิ่งเล่นมาเกือบชั่วโมงได้เป็นอย่างดี อาหารและเครื่องดื่ม เมนูมีทั้งอาหารอเมริกันคลาสสิกและอาหารไทยจานโปรด ไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์ ซี่โครง และเฟรนช์ฟรายส์ ที่เสิร์ฟคู่กับผัดไทยและก๋วยเตี๋ยวเรือ เมนู Eggs Benedict และกาแฟรสชาติเข้มข้นเป็นตัวเลือกที่ไว้ใจได้สำหรับการเริ่มต้นเช้าวันที่แสนผ่อนคลาย นอกจากนี้ รายการอาหารยังมีความหลากหลายพอที่กลุ่มเพื่อนที่มีความชอบต่างกันจะสามารถเลือกสิ่งที่ชอบได้โดยไม่ต้องเสียเวลาตกลงกันเยอะ และยังมีไอศกรีมรูปสัตว์จิ๋วจาก IceDEA มาเสริมทัพในส่วนของของหวาน ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่น่ารักและสนุกสนาน ในฐานะร้านอาหารที่ต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อ Hungry Pack เข้ามาเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดที่ยังหาได้ยากในกรุงเทพฯ การผสมผสานระหว่างอาหารรสชาติดีที่มีบริการตลอดวัน กาแฟคุณภาพ และสวนสำหรับสุนัขจริงๆ — ไม่ใช่แค่มีชามน้ำวางไว้ให้ตามระเบียง — ทำให้ที่นี่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในแบบที่สถานที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ยังไปไม่ถึง นอกจากนั้น ที่นี่ยังมีความโดดเด่นในฐานะร้านประจำย่านในตัวเอง เหล่าน้องหมาทำให้ที่นี่พิเศษ และอาหารก็ทำให้ที่นี่คุ้มค่าที่จะกลับมาเยือน
ทองหล่อ
ร้านอาหาร