แท็ก

LA PLANTE

แชร์

Copied!

La Plante — คาเฟ่และบิสโทรฝรั่งเศสที่สุนัขเข้าได้ ในสุขุมวิท 31

La Plante เป็นคาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ในสุขุมวิท 31 ที่ค่อยๆ กลายเป็นร้านประจำของใครหลายคนได้อย่างเงียบเชียบ ร้านตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของ AVORA31 Residence — ตรงข้ามกับร้าน Peppina พอดี — บนหนึ่งในทำเลที่น่าสนใจที่สุดของย่านนี้ ที่นี่ต้อนรับสุนัข และบรรยากาศที่ผ่อนคลายของพื้นที่ทำให้รู้สึกเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่การอนุญาตให้เข้าแบบเป็นกรณีพิเศษ

สถานที่แบ่งออกเป็นสองโซนอย่างชัดเจน ฝั่งคาเฟ่เปิดแต่เช้าและให้บริการไปจนถึงช่วงบ่าย ดึงดูดกลุ่มคนที่ต้องการกาแฟดีๆ และอาหารโฮมเมดแบบไม่ต้องมีพิธีรีตอง ส่วนฝั่งบิสโทรจะเริ่มให้บริการตั้งแต่ช่วงสายไปจนถึงช่วงค่ำ ซึ่งหมายความว่า La Plante เหมาะทั้งสำหรับการแวะพักช่วงกลางวันหรือมื้อค่ำที่ไม่เร่งรีบ นอกเหนือจากเวลาที่แบ่งกันแล้ว ทั้งสองโซนยังเชื่อมต่อกันได้อย่างลงตัว โดยคุณสามารถสั่งอาหารจากทั้งสองฝั่งได้พร้อมกัน

บิสโทรฝรั่งเศสที่สุนัขเข้าได้ พร้อมปรัชญาแห่งสวน

สิ่งที่ทำให้ La Plante แตกต่างจากสถานที่ที่เป็นมิตรกับสุนัขแห่งอื่นๆ ในย่านนี้ คือการให้ความสำคัญกับตัวอาหารเป็นหลัก ห้องครัวใช้วัตถุดิบที่ปลูกเองในพื้นที่ และแนวคิดแบบฟาร์มทูเทเบิล (farm-to-table) สไตล์โพรวองซ์นั้นแทรกซึมอยู่ในทุกเมนู เฟรนช์โทสต์เสิร์ฟพร้อมผลไม้สุกและน้ำเชื่อมเมเปิล ส่วนริซอตโต้และพาสต้ามาในปริมาณที่อิ่มจุใจ พอร์คชอปและสลัดเนื้อรสเผ็ดวางเคียงคู่มากับโคลด์คัทและเค้กแครอทที่มักจะได้รับคำชมอยู่เสมอ ของอบโฮมเมด ไม่ว่าจะเป็นพาสทรี คุกกี้ และเค้ก มีวางเต็มเคาน์เตอร์ตลอดทั้งวัน และกาแฟก็รสชาติดีไม่แพ้อาหาร เมื่อช่วงบ่ายเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงเย็น ฝั่งบาร์จะเปิดให้บริการพร้อมโปรโมชันค็อกเทลซื้อ 1 แถม 1 ที่ช่วยให้โซนบิสโทรมีบรรยากาศรื่นเริงยิ่งขึ้น

การตกแต่งภายในแฝงกลิ่นอายยุโรปไว้อย่างเรียบง่าย ซุ้มประตูโค้งและแสงไฟโทนอุ่นทำให้พื้นที่นี้มีบรรยากาศแบบโพรวองซ์ที่ผ่านการคิดมาอย่างดีโดยไม่ดูเป็นการจัดฉากจนเกินไป เป็นสถานที่ในแบบที่ผู้คนอยากกลับมาซ้ำเพราะความสบาย ไม่ใช่เพราะพยายามจะถ่ายรูปให้สวยเพียงอย่างเดียว

สำหรับเจ้าของสุนัขในย่านสุขุมวิท 31 แล้ว La Plante มอบสิ่งที่เข้ากับกิจวัตรประจำวันได้อย่างแท้จริง โดยไม่ต้องวางแผนล่วงหน้า รูปแบบที่เปิดให้บริการตลอดทั้งวันหมายความว่าเกือบจะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมในการแวะมาเสมอ และความสะดวกในการเดินในย่านนี้ทำให้ที่นี่เป็นจุดพักหลักสำหรับการออกมาทำกิจกรรมข้างนอกกับสุนัขให้นานขึ้น นอกจากนี้ จังหวะที่ผ่อนคลายของร้าน ซึ่งไม่เร่งรีบเหมือนคาเฟ่และไม่เป็นทางการจนเกินไปเหมือนร้านอาหาร มักจะเหมาะกับสุนัขเป็นอย่างดี

เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าใช้อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางร้านก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ

อนุญาตสุนัขเข้าด้านในโดยต้องจูงสายจูง

อนุญาตสุนัขในรถเข็นหรือกระเป๋า

มีเครื่องปรับอากาศ

Opening Hours

แท็ก

สถานที่ที่ใกล้เคียง

กรุณารอสักครู่...

สถานที่ที่คล้ายกัน

Cuckoo and Friends เป็นคาเฟ่ที่ต้อนรับสุนัขในเอกมัย ตั้งอยู่ในมุมที่เงียบสงบของซอย 21 ที่นี่อนุญาตให้นำสุนัขเข้าได้ทุกโซน ไม่ใช่แค่เพียงด้านนอกเท่านั้น ทางร้านอนุญาตให้นำสุนัขที่ใส่สายจูงเข้ามาในห้องแอร์ได้ นั่นหมายความว่าแม้ในวันที่ฝนตกหรือช่วงบ่ายที่อากาศร้อนจัด คุณก็ไม่จำเป็นต้องทิ้งสุนัขไว้ข้างหลัง มีพื้นที่สวนเล็กๆ อยู่ถัดจากห้องหลัก สุนัขสามารถปรับตัวและพักผ่อนใต้โต๊ะได้อย่างสบายในขณะที่เจ้าของใช้เวลาละเลียดกาแฟอย่างไม่รีบร้อน ด้วยเหตุนี้ คาเฟ่เอกมัยแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับการแวะมาพักสั้นๆ หรือการนั่งพักผ่อนแบบยาวๆ บรรยากาศให้ความรู้สึกอบอุ่นและดูผ่านการใช้งานจริงมากกว่าความเนี้ยบกริบ พื้นที่ภายในถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่สืบทอดมาจากครอบครัวของผู้ก่อตั้ง พร้อมด้วยชั้นวางแผ่นเสียงไวนิล การผสมผสานนี้เอนเอียงไปทางสไตล์ญี่ปุ่นย้อนยุคและยุโรปวินเทจได้อย่างลงตัวโดยไม่รู้สึกว่าปรุงแต่ง แสงไฟโทนอุ่นและแก้วมัคที่มีลวดลายหลากหลายช่วยเพิ่มความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ขณะเดียวกันก็มีมุมที่แตกต่างกันหลายมุมช่วยให้สุนัขและเจ้าของเลือกมุมโปรดได้ ไม่ว่าจะเป็นที่นั่งริมหน้าต่างที่สว่างไสวหรือมุมสงบๆ ด้านในทำไมสุนัขถึงปรับตัวและพักผ่อนได้อย่างง่ายดายที่คาเฟ่เอกมัยแห่งนี้ สุนัขที่ใส่สายจูงสามารถเดินไปมาระหว่างที่นั่งด้านในและโซนสวนได้ที่นี่ เจ้าของแทบไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างความสะดวกสบายกับการมีสุนัขอยู่ด้วย เพราะทั้งสองโซนยินดีต้อนรับพวกมัน พนักงานดูจะคุ้นเคยกับการที่สุนัขนอนอยู่ใต้โต๊ะ และจังหวะของคาเฟ่ก็เอื้อให้ลูกค้านั่งพักผ่อนได้นานๆ โดยไม่รีบร้อน แทนที่จะเน้นการหมุนเวียนโต๊ะอย่างรวดเร็ว ความยืดหยุ่นนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Cuckoo and Friends แตกต่างจากคาเฟ่ที่ต้อนรับสุนัขแห่งอื่นๆ ในย่านเอกมัย อาหารที่นี่เน้นเมนูสไตล์โฮมเมดที่ทำให้อิ่มอุ่นใจ มากกว่าจะเป็นอาหารทานเล่นจานเล็กๆ เมนู Soho Porkchop เสิร์ฟมาในปริมาณที่เยอะจุใจ ราดด้วยซอสสไตล์จีนและถั่วลันเตา ส่วนซอสเพสโต้สูตรเฉพาะของร้านที่ทำจากสมุนไพรไทยก็เข้ากันได้ดีกับกุ้งย่าง ในช่วงกลางวัน อเมริกาโน่และเบอร์เกอร์ง่ายๆ ช่วยให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย ขณะที่เครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่างมัทฉะยูซุฮันนี่เลมอนก็มอบสิ่งที่แตกต่างสำหรับคนที่ต้องการ ในช่วงเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์ พื้นที่เดียวกันนี้จะเปลี่ยนเป็นไวน์บาร์ แต่ช่วงเวลากลางวันยังคงเหมาะสำหรับการพาสุนัขมาด้วยมากกว่า Cuckoo and Friends ถ่ายทอดเอกลักษณ์บางอย่างของย่านเอกมัยในมุมที่เงียบสงบได้เป็นอย่างดี นั่นคือคาเฟ่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านที่การมีสุนัขอยู่ด้วยดูเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องพิเศษที่หาได้ยาก เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับทางร้านก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ
เอกมัย
ร้านอาหาร
Screenshot-2026-04-03-at-11.05.07-AM
Hoya & Friends Café เป็นคาเฟ่ในกรุงเทพฯ ที่ต้อนรับสุนัข โดยมีต้นกำเนิดมาจากหนึ่งในแบรนด์ขนมสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในเมือง คาเฟ่แห่งนี้เกิดจากครอบครัวเดียวกับผู้อยู่เบื้องหลัง Hoya Barkery ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศไทยในเรื่องขนมสุนัขและแมวจากธรรมชาติ 100% โดยทางร้านได้นำความใส่ใจและแนวคิดแบบเดียวกันนี้มาสร้างสรรค์พื้นที่ที่ทั้งคนและสุนัขสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างแท้จริง เหล่าสุนัขประจำร้านจะเป็นผู้สร้างบรรยากาศตั้งแต่คุณก้าวเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นสุนัขพันธุ์ดัชชุนหุ่นเพรียว คอร์กี้สุดร่าเริง และโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ผู้อ่อนโยน ซึ่งเดินเล่นอย่างเป็นอิสระไปทั่วพื้นที่และทำให้คาเฟ่แห่งนี้ดูไม่เหมือนธุรกิจ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านมากกว่า เมนูของร้านครอบคลุมตั้งแต่อาหารเช้าแบบ All-day breakfast และอาหารจานเดียว ไปจนถึงกาแฟและเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่เรียบง่าย อิ่มอร่อย และปรุงสดใหม่เสมอ สำหรับเจ้าของสุนัข ความเชื่อมโยงกับ Hoya Barkery นั้นมีมากกว่าแค่บรรยากาศ เพราะ Hoya Barkery แบรนด์ขนมสุนัขโฮมเมดจากทีมงานเดียวกัน มีวางจำหน่ายที่ร้านด้วย เพื่อให้สุนัขของคุณได้อิ่มอร่อยไปพร้อม ๆ กับคุณ ที่นี่ไม่ใช่คาเฟ่สุนัขแบบที่ต้องซื้อบัตรเข้าชมหรือคาเฟ่ตามกระแสทั่วไป แต่เป็นจุดพักผ่อนในย่านที่พักอาศัยของกรุงเทพฯ ที่สุนัขเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ภายใต้การสนับสนุนของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะของสัตว์เลี้ยงอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2020
พระโขนง
คาเฟ่
VIVIN อโศก — คาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ โดดเด่นด้วยโซนระเบียงที่ทำให้ทุกอย่างลงตัว VIVIN ในซอยสุขุมวิท 19 เป็นหนึ่งในคาเฟ่ที่ต้อนรับสุนัขอย่างแท้จริงในย่านอโศก และระเบียงกลางแจ้งที่ร่มรื่นคือเหตุผลที่สุนัขมักจะรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ที่นี่ ระเบียงตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนที่พลุกพล่านของย่านนี้ มีร่มเงาเพียงพอให้นั่งพักผ่อนได้นานๆ และทางร้านได้รับการยืนยันว่าอนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าได้จากรีวิวของผู้มาเยือนหลายคน แม้ว่าถนนรอบข้างจะเต็มไปด้วยความวุ่นวายตามปกติของย่านอโศก แต่ตัวระเบียงเองกลับสร้างพื้นที่ที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวและสงบ เป็นจุดที่สุนัขสามารถนอนพักใต้เก้าอี้และปล่อยให้เวลาช่วงเช้าผ่านไปได้อย่างไม่วุ่นวาย มีที่นั่งให้บริการทั้งในร่มและกลางแจ้ง คุณจึงสามารถย้ายเข้าไปด้านในได้หากอากาศเริ่มร้อนขึ้น แม้ว่าผู้ที่พาสุนัขมาส่วนใหญ่มักจะชอบนั่งในโซนเปิดโล่งรับลมมากกว่าก็ตามบรรยากาศที่คาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในซอยสุขุมวิท 19 แห่งนี้ เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน ความรู้สึกจะเปลี่ยนจากบรรยากาศร้านหัวมุมแถวบ้านไปเป็นบางสิ่งที่ผ่านการคิดมาอย่างตั้งใจมากขึ้น ร้านที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงแห่งนี้ประกอบไปด้วยบาร์และจุดจำหน่ายเนื้อสัตว์ ในขณะที่ชั้นวางเรียงรายไปด้วยผลผลิตท้องถิ่นและออร์แกนิกจากทั่วประเทศไทย การตกแต่งเน้นสไตล์ยุโรปเขตร้อน (Tropical European) — เฟอร์นิเจอร์มือสองที่สรรหามาจากเพื่อนฝูงและคนรู้จักทำให้พื้นที่นี้ดูอบอุ่นและไม่เร่งรีบ นอกจากนี้ยังมีส่วนของร้านชำที่โอบล้อมบริเวณรับประทานอาหารเอาไว้ราวกับห้องเก็บอาหารที่คุณไม่อยากเดินจากไปเลย บนชั้นวางมีผลิตภัณฑ์งานฝีมือกว่า 500 รายการ ทั้งชีสไทย ผักออร์แกนิก โคลด์คัทที่ผลิตในท้องถิ่น เครื่องดื่มธรรมชาติ และแยมโฮมเมด ที่นี่คือสถานที่ที่คุณสามารถมาทานบรันช์และเดินกลับออกไปพร้อมกับชีสเชียงใหม่หนึ่งชิ้นและน้ำผึ้งดอกไม้ป่าหนึ่งโหล VIVIN เป็นทั้งร้านประจำของคนในย่านนี้และเป็นสถานที่ที่ชาวต่างชาติค้นพบ บรรยากาศมีความเป็นสากลด้วยแขกชาวต่างชาติมากมาย แต่การบริการยังคงความอบอุ่นและเป็นกันเอง การผสมผสานดังกล่าวทำให้เกิดพลังงานที่ดูสบายๆ และไม่เสแสร้ง ไม่ใช่สถานที่ที่พยายามจะปรุงแต่งอะไรให้คุณดู แต่เป็นสถานที่ที่รู้ซึ้งในตัวตนของตัวเองอย่างชัดเจนอาหาร ปรัชญา และร้านชำที่อยู่เบื้องหลังทุกสิ่งอย่าง โมเดล 'Shelf to Plate' ของ VIVIN หมายถึงวัตถุดิบชนิดเดียวกับที่คุณเห็นบนชั้นวางจะถูกนำมาใช้ปรุงในห้องครัว นี่คือแนวทางแบบลดขยะและเน้นวัตถุดิบส่งตรงจากฟาร์มที่สอดแทรกอยู่ในทุกเมนู คาเฟ่เปิดให้บริการตั้งแต่เช้า โดยเริ่มจากเมนูอาหารเช้าก่อนจะเปลี่ยนเป็นเมนูบิสโทรที่หนักท้องยิ่งขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงบ่าย ตัวเลือกอาหารมีตั้งแต่สลัดออร์แกนิก, แซนด์วิชสไตล์อาร์ทิซัน, ออมเล็ตเนื้อนุ่ม, พาสต้า, สเต็ก ไปจนถึงเมนูมังสวิรัติและวีแกน โดย 'ซูเฟล่ออมเล็ต' เมนูซิกเนเจอร์ที่เนื้อสัมผัสบางเบาราวกับขนนกและทำจากชีสอาร์ทิซันของไทย คือจานที่ลูกค้าประจำมักจะแนะนำให้ผู้มาเยือนใหม่ได้ลิ้มลองเป็นอันดับแรก นอกจากนั้น แซนด์วิช Jambon-Fromage ที่ทำจากปารีสแฮมท้องถิ่นของไทยและชีสสไตล์สวิสจากเชียงใหม่ ยังเป็นมื้อกลางวันที่อร่อยยอดเยี่ยมจนทำให้คุณอยากกลับมาทานซ้ำอีกแน่นอน ปัจจุบัน VIVIN มีสินค้าสไตล์อาร์ทิซันวางจำหน่ายกว่า 400 รายการ ตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางแบบครบวงจรสำหรับสินค้าท้องถิ่น สินค้าจากธรรมชาติ และสินค้าออร์แกนิก ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนขายของชำยังทำหน้าที่เป็นเสมือนห้องเก็บวัตถุดิบสำหรับครัว ดังนั้นสิ่งที่คุณรับประทานที่ร้านกับสิ่งที่คุณซื้อกลับบ้านได้จึงเป็นสิ่งเดียวกัน ในขณะเดียวกัน เมนูวีแกนและมังสวิรัติก็มีให้บริการควบคู่ไปกับโคลด์คัทและชีสได้อย่างลงตัว ทำให้ VIVIN เป็นร้านที่นัดรวมตัวกันได้ง่ายกว่าหลายๆ แห่งในย่านสุขุมวิทช่วงนี้ สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ ที่ต้องการกิจกรรมยามเช้าที่มากกว่าแค่การพาเดินเล่นริมทางเท้าเพียงชั่วครู่ VIVIN อโศก มอบสิ่งที่ย่านนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก นั่นคือคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขพร้อมพื้นที่กลางแจ้งจริงๆ ห้องครัวที่ให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบอย่างจริงจัง และบรรยากาศที่เอื้อต่อการมานั่งพักผ่อนแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่เร่งรีบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งสุนัขและเจ้าของต้องการมากที่สุด เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางสถานที่ก่อนการเข้าใช้บริการพร้อมกับสุนัขของคุณเสมอ
อโศก
ร้านอาหาร
AKART Bistro & Bar: คาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขบนถนนที่เงียบสงบที่สุดในย่านสาทร AKART Bistro & Bar คือคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านสาทรที่ชาวกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เดินผ่านเพียงแค่ครั้งเดียว แล้วหลังจากนั้นก็จะค่อยๆ ปรับตารางเวลาช่วงเช้าของพวกเขาเพื่อกลับมาที่นี่ ร้านตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 30 บนถนนเย็นอากาศ หนึ่งในถนนเส้นรองที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและตัดขาดจากพลังงานอันวุ่นวายของตึกกระจกและคอนกรีตในย่านโดยรอบ เพียงแค่ทำเลที่ตั้งอย่างเดียวก็สามารถสร้างบรรยากาศที่น่าประทับใจได้แล้ว ตัวอาคารนั้นเปี่ยมด้วยเสน่ห์ในตัวเองตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มรินกาแฟแม้แต่แก้วเดียว บ้านไม้เก่าแก่อายุ 90 ปีที่มีโครงสร้างแบบโคโลเนียลและโทนสีที่อ่อนโยนนี้ ถ่ายทอดกลิ่นอายของยุครัตนโกสินทร์ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพยายามปรุงแต่ง แม้จะมีการปรับปรุงโครงสร้างอยู่บ้าง เช่น การติดตั้งเครื่องปรับอากาศและการปรับแต่งภายในให้ดูเก๋ไก๋ในแบบสบายๆ แต่เอกลักษณ์ดั้งเดิมก็ยังคงอยู่อย่างครบถ้วน สุนัขที่มาที่นี่เป็นครั้งแรกมักจะรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างรวดเร็ว มีพื้นที่ให้นั่งพัก มีร่มเงาในจุดที่จำเป็น และมีระดับเสียงบรรยากาศที่เบาพอเหมาะซึ่งเหมาะสำหรับสัตว์ที่ชอบความสงบมากกว่าความอึกทึกทำไมสุนัขถึงรู้สึกสบายใจเหมือนอยู่บ้านที่คาเฟ่แห่งนี้ในย่านสาทร พื้นที่กลางแจ้งริมถนนเย็นอากาศช่วยให้สุนัขมีพื้นที่ในการปรับตัวเมื่อเดินทางมาถึง นอกจากนั้น จังหวะของคาเฟ่แห่งนี้ยังดำเนินไปอย่างไม่เร่งรีบ Akart Bistro & Bar ไม่ใช่สถานที่ที่จะเร่งรีบให้ใครทานมื้ออาหารให้เสร็จ ยามเช้าที่นี่ดำเนินไปตามจังหวะของการละเลียดกาแฟดีๆ ซึ่งเป็นจังหวะที่ลงตัวที่สุดสำหรับการมาเยือนของสุนัขและเจ้าของ ตัวย่านนี้เองก็มีความเงียบสงบและให้ความรู้สึกเหมือนย่านที่พักอาศัย ทำให้การเดินเข้าและออกจากร้านกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่น่าประทับใจมากกว่าจะเป็นภาระที่ต้องจัดการ ภายในร้าน มีรายการกาแฟพิเศษเป็นหัวใจสำคัญของทุกสิ่ง เมนูซิกเนเจอร์อย่าง Happy Day ซึ่งเป็นกาแฟที่ปรุงด้วยกะทิอบควันเทียน ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและมีเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงความละเมียดละไมในภาพรวมของครัวแห่งนี้ นอกจากนั้น บริการอาหารเช้าตลอดทั้งวันยังช่วยให้ไม่ต้องกดดันเรื่องเวลาที่จะต้องมาถึงร้านให้ตรงเวลา โทสต์โฮมเมดกับแฮม ชีส ไส้กรอก และผักต่างๆ มอบมื้ออาหารที่น่าพึงพอใจได้ในทุกเวลาก่อนร้านปิด และในขณะเดียวกัน เค้กแครอทของที่นี่ก็มีกลุ่มผู้ติดตามที่ชื่นชอบเป็นการส่วนตัวอย่างเงียบๆ เช่นกัน เมนูของที่นี่ดึงเอาจุดเด่นของทั้งรสชาติไทยและนานาชาติมานำเสนอ ซึ่งเป็นผลมาจากความตั้งใจของห้องครัวที่เน้นความอิ่มอร่อยสบายใจมากกว่าการจัดแบ่งประเภทของอาหาร นี่คืออาหารที่เข้ากับบรรยากาศของสถานที่อย่างแท้จริง — ไม่เร่งรีบ พิถีพิถัน และให้ในปริมาณที่ใจดีโดยไม่โอ้อวด Akart Bistro & Bar เปิดให้บริการตั้งแต่เช้าและปิดในช่วงบ่ายแก่ๆ ซึ่งทำให้ที่นี่สอดรับกับบรรยากาศยามเช้าในแบบที่เจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ มักจะให้ความสำคัญมากที่สุด นั่นคือความไม่เร่งรีบ ก่อนที่ความร้อนจะเริ่มสะสม และมีเวลามากพอให้นั่งพักผ่อน จากนั้นเมื่อการมาเยือนสิ้นสุดลง ความเงียบสงบของย่านที่พักอาศัยบนถนนเย็นอากาศก็โอบรับการจากลาอย่างนุ่มนวลพอๆ กับที่ต้อนรับในตอนที่มาถึง สำหรับคาเฟ่ที่ต้อนรับสุนัขในย่านสาทร ความต่อเนื่องเช่นนี้ — จากท้องถนนสู่ที่นั่งและกลับออกไปอีกครั้ง — คือสิ่งเล็กๆ ที่เรียบง่ายที่ดึงดูดให้ผู้คนกลับมาเสมอ เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าใช้อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางร้านก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ
สาทร
บรันช์
Peak BeachBar & Restaurant Chaam ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขในชะอำ ยินดีต้อนรับสุนัขให้มาพักผ่อนริมชายหาด เจ้าของยืนยันว่าสัตว์เลี้ยงสามารถเข้าใช้บริการได้ในทุกพื้นที่โซนเปิดโล่ง สุนัขสามารถนอนเหยียดกายบนลานระเบียงระดับเดียวกับพื้นทรายในขณะที่น้ำทะเลซัดสาดอยู่ใกล้ๆ ตัวร้านตั้งอยู่บนชายหาดบางเก่าโดยตรง จึงมีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอสำหรับสายจูง การจัดวางโต๊ะเว้นระยะห่างได้ดี ช่วยให้ลูกค้ารายอื่นรู้สึกสะดวกสบายด้วยเช่นกัน พนักงานที่นี่คุ้นเคยกับสุนัขที่แวะเวียนมาบ่อยๆ การมาเยือนครั้งแรกจึงให้ความรู้สึกเรียบง่ายและเป็นกันเองทำไมร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขในชะอำแห่งนี้ถึงเหมาะสำหรับวันพักผ่อนริมชายหาด บรรยากาศของร้านเน้นความผ่อนคลายและไม่เร่งรีบ ออกแบบมาสำหรับการพักผ่อนในยามบ่ายที่ยาวนานมากกว่าการแวะพักเพียงครู่เดียว มีทั้งห้องอาหารแบบปรับอากาศและที่นั่งโซนเปิดโล่ง เจ้าของสามารถเลือกที่นั่งในร่มที่เย็นสบาย หรือจะรับลมทะเลอย่างเต็มที่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าสุนัขของคุณรับมือกับอากาศร้อนได้ดีเพียงใด โต๊ะไม้จัดวางหันหน้าเข้าหาท้องน้ำ และบรรยากาศยังคงความสงบแม้ในช่วงพระอาทิตย์ตกที่ร้านเริ่มมีลูกค้าหนาแน่นขึ้น มีดนตรีสดบรรเลงในเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ช่วยเพิ่มความสุนทรีย์โดยไม่ทำให้พื้นที่วุ่นวายจนเกินไป ขณะเดียวกัน การจัดวางพื้นที่ที่กว้างขวางยังทำให้แขกไม่รู้สึกแออัด ห้องอาหารแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเอกลักษณ์ของทั้งไทยและญี่ปุ่น โดยเน้นไปที่อาหารทะเลสดๆ จากน่านน้ำในท้องถิ่น เมนูซาชิมิที่ทำจากปลาที่จับในไทยมีความโดดเด่นมาก ควบคู่ไปกับอาหารไทยจานคลาสสิกอย่างปลากะพงสามรสและผัดเผ็ดทะเล ปริมาณอาหารเหมาะสำหรับแบ่งกันทาน ซึ่งลงตัวมากสำหรับมื้อกลางวันที่ไม่ต้องรีบร้อนและสุนัขสามารถนอนงีบใต้โต๊ะได้ นอกจากอาหารทะเลแล้ว ยังมีเมนูย่างและทอดที่เรียบง่ายเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ชอบรสชาติแบบดั้งเดิม ในฐานะร้านอาหารในชะอำที่ต้อนรับสุนัข การวางแผนเรื่องเวลาสักนิดจะช่วยให้ได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น ช่วงเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีดนตรีสดมักจะมีคนเยอะ ดังนั้นมื้อกลางวันในวันธรรมดาที่เงียบสงบกว่าจึงมักจะเหมาะกับสุนัขที่ยังต้องปรับตัวเข้ากับสถานที่ใหม่ๆ นอกจากนี้ โรงแรมริมหาดในบริเวณใกล้เคียงก็ยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยงเช่นกัน ทำให้ที่นี่เป็นจุดแวะพักที่สะดวกสบายสำหรับทริปพักผ่อนริมชายฝั่ง เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าใช้อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางร้านก่อนเข้าใช้บริการพร้อมกับสุนัขของคุณเสมอ
จังหวัด เพชรบุรี
ร้านอาหาร
Living Room Thonglor: คาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ใจกลางทองหล่อ Living Room Thonglor เป็นคาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ในย่านทองหล่อที่สมชื่ออย่างแท้จริง ตัวร้านตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 13 ให้บรรยากาศเหมือนบ้านพักอาศัยที่กว้างขวาง โปร่งสบาย และเหมาะแก่การพักผ่อนโดยมีสุนัขอยู่ข้างกาย ทางร้านอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าได้ และบรรยากาศก็เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ ที่นี่ไม่มีการต้อนรับที่ดูปรุงแต่ง มีเพียงความสบายอันเงียบสงบในพื้นที่ที่ออกแบบมาอย่างดีและให้บริการกาแฟรสชาติเยี่ยมอีกด้วย สุนัขที่มาที่นี่มักจะคุ้นเคยกับสถานที่ได้อย่างรวดเร็ว พื้นที่ของร้านกว้างขวางและไม่เร่งรีบ มีโซนที่นั่งหลายโซนที่ช่วยให้กลุ่มเพื่อนและเพื่อนสี่ขาได้มีพื้นที่พักผ่อนอย่างเต็มที่ แสงธรรมชาติที่ส่องผ่านกระจกบานใหญ่รอบห้องช่วยให้ทุกมุมดูนุ่มนวลและรักษาความสงบได้ตลอดวัน คุณภาพของแสงนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับสุนัขที่อาจรู้สึกประหม่าเมื่ออยู่ในสถานที่ที่พลุกพล่าน นอกจากนี้ยังมีที่จอดรถในบริเวณร้าน ซึ่งช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นมากสำหรับใครที่พาเจ้าตูบพันธุ์ใหญ่มาด้วย หรือเตรียมอุปกรณ์สำหรับสุนัขมาแบบจัดเต็มบรรยากาศและพื้นที่ในสถานที่พักผ่อนที่สุนัขเข้าได้ย่านทองหล่อแห่งนี้ การตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่ายและให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน ด้วยโทนสีขาวและงานไม้ พร้อมที่นั่งนุ่มสบายอย่างบีนแบ็กและโซฟา รวมถึงมุมอ่านหนังสือที่ช่วยตอกย้ำแนวคิดของห้องนั่งเล่น แต่ละโซนมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันเล็กน้อย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมาเพื่อทำงาน พักผ่อน หรือเพียงแค่นั่งจิบกาแฟนานๆ ก็มีที่นั่งที่ตอบโจทย์ความต้องการเสมอ บรรยากาศโดยรวมนั้นดูเรียบง่ายและไม่เร่งรีบ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมที่นี่จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ลงตัวสำหรับเหล่าน้องหมาและเจ้าของ คาเฟ่แห่งนี้ยังมีมุมสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ทำให้เป็นสถานที่ที่ต้อนรับครอบครัวที่พาน้องหมามาด้วยเช่นกัน การผสมผสานการใช้งานที่หลากหลายนี้สะท้อนถึงตัวตนของร้านได้เป็นอย่างดี ว่าที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการใช้ชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงแค่การจัดฉากเพื่อแสดงวัฒนธรรมคาเฟ่เท่านั้น ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่ม Living Room Thonglor นำเสนอเมนูที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีและเข้าถึงง่าย เมนูครอบคลุมทั้งเครื่องดื่มประเภทกาแฟและไม่ใช่กาแฟ โดยมีมัทฉะลาเต้เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับผู้ที่ชอบอะไรที่เบากว่า ไฮไลท์ที่โดดเด่นคือเบเกอรี่ ซึ่งมีทั้งเค้ก พาสทรี ขนมปัง มัฟฟิน และวอฟเฟิล จัดวางแบบบริการตนเองให้ลูกค้าได้เลือกตามใจชอบ โดยเฉพาะชีสเค้กที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษด้วยเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มและท็อปปิ้งบลูเบอร์รี่สด นอกจากนี้ยังมีเมนูของคาวแบบโฮมเมดให้บริการ จึงเหมาะสำหรับการมานั่งยาวๆ ในช่วงมื้ออาหาร แม้ว่าเครือข่ายซอยต่างๆ ในทองหล่ออาจจะดูวุ่นวายในช่วงเวลาที่คึกคักที่สุด แต่ Living Room กลับตั้งอยู่อย่างเงียบสงบในซอยแยกที่ทำให้คุณรู้ว่าการหลีกหนีจากความพลุกพล่านของถนนสายหลักพร้อมกับน้องหมานั้นง่ายเพียงใด ที่ตั้งในซอยทองหล่อ 13 ทำให้คาเฟ่แห่งนี้อยู่ใกล้กับ BTS ทองหล่ออย่างสะดวกสบาย แต่ก็ยังห่างไกลจากเสียงรบกวนมากพอที่จะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสถานที่พักผ่อนมากกว่าแค่จุดแวะพักชั่วคราว เวลาเปิดทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าสถานที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางสถานที่ก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ
ทองหล่อ
กิจกรรม
Mitt Restaurant & Space เป็นร้านอาหารที่ต้อนรับสุนัขในย่านอารีย์ ตั้งอยู่ในซอยที่เงียบสงบห่างจากเสียงรบกวนของถนนใหญ่ สุนัขสามารถนั่งพักผ่อนร่วมกับเจ้าของได้ ไม่ว่าจะเป็นที่โต๊ะด้านในหรือในสวนด้านนอก ความยืดหยุ่นนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ ที่ต้องการทานมื้ออาหารอย่างผ่อนคลายโดยไม่ต้องทิ้งสุนัขไว้ที่บ้าน นอกจากเรื่องที่นั่งแล้ว พื้นที่ทั้งหมดของร้านยังให้ความรู้สึกไม่เร่งรีบ ซึ่งช่วยให้สุนัขที่ตื่นตกใจง่ายรู้สึกผ่อนคลายขึ้นทำไมร้านอาหารย่านอารีย์แห่งนี้ถึงเหมาะสำหรับสุนัขและเจ้าของ ตัวอาคารเป็นบ้านเก่าที่ได้รับการรีโนเวทอย่างละเมียดละไมโดยยังคงเอกลักษณ์เดิมไว้ โทนสีไม้ที่อบอุ่น แสงไฟที่นุ่มนวล และสวนขนาดเล็กช่วยให้สถานที่แห่งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน แขกมักจะบอกว่ารู้สึกเหมือนได้มาทานข้าวที่บ้านเพื่อน และความรู้สึกคุ้นเคยนั้นก็เผื่อแผ่ไปถึงสุนัขที่มาเยือนด้วย ในขณะเดียวกันก็มีที่จอดรถให้บริการในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งช่วยให้เจ้าของที่ขับรถมาพร้อมกับสุนัขเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น แทนที่จะต้องพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะ ด้วยเหตุนี้ Mitt จึงมักจะมีกลุ่มลูกค้าประจำแวะเวียนมาอย่างต่อเนื่อง และหลายคนก็นำสุนัขมาด้วย อาหารที่นี่เน้นแนวรสมือแม่แบบไทยๆ ปรุงด้วยวัตถุดิบคุณภาพดีและที่สำคัญคือไม่ใส่ผงชูรส เมนูที่น่าลิ้มลองมีทั้งข้าวผัดหมูกรอบพริกสด หมูสับปลาเค็ม และปลากะพงทอดราดซอสมะขาม พร้อมด้วยเมนูไทยคลาสสิกอื่นๆ ที่มีการสอดแทรกความคิดสร้างสรรค์ลงไปเล็กน้อย ปริมาณอาหารเหมาะสำหรับการแบ่งกันทาน ดังนั้นโต๊ะที่มากัน 2-3 คนสามารถสั่งอาหารได้หลายอย่างและค่อยๆ ทานได้อย่างเพลิดเพลิน แม้ว่าเมนูจะไม่ใช่แนวฟิวชันหรือไฟน์ไดนิ่ง แต่ก็โดดเด่นในเรื่องรสชาติ และความสม่ำเสมอนี้เองที่เป็นเหตุผลว่าทำไมลูกค้าจำนวนมากจึงกลับมาใช้บริการเสมอ สำหรับใครที่มาเดินเล่นย่านอารีย์โดยมีสุนัขมาด้วย Mitt Restaurant & Space มอบบรรยากาศที่เงียบสงบและอยู่ติดสวน เหมาะสำหรับการนั่งทานอาหารมื้อหลักอย่างเป็นกิจลักษณะมากกว่าการหาอะไรทานแบบรีบด่วน ที่นี่เอื้อให้คุณได้ใช้เวลาอย่างไม่เร่งรีบ และดูเหมือนว่าสุนัขจะรู้สึกผ่อนคลายไปกับจังหวะนี้ไม่แพ้เจ้าของ ทั้งนี้ เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับทางร้านก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ
อารีย์
ร้านอาหาร
Screenshot-2026-04-07-at-2.29.16-PM
Luka Sukhumvit 31 เป็นหนึ่งในคาเฟ่ที่พาสุนัขเข้าได้ที่ดีที่สุดในย่านพร้อมพงษ์ สุนัขที่นี่จะได้รับการต้อนรับอย่างจริงใจ ไม่ใช่แค่เพียงได้รับการอนุญาตให้เข้าได้เท่านั้น และพนักงานยังพร้อมดูแลอย่างเต็มที่เพื่อให้แขกสี่ขาของพวกเขารู้สึกผ่อนคลาย เมื่อคุณได้มาเยือนที่นี่สักครั้ง คุณจะอยากกลับมาอีกแน่นอนคาเฟ่ที่พาสุนัขเข้าได้ซึ่งคุ้มค่าแก่การกลับมาเยือน Luka Sukhumvit 31 ครอบคลุมพื้นที่สองชั้น มอบบรรยากาศที่ดูอบอุ่นและมีกลิ่นอายแบบโบฮีเมียนที่ดูมีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยาก การตกแต่งภายในให้ความรู้สึกเก๋ไก๋แต่เข้าถึงง่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมานั่งทานมื้อเช้าคนเดียวแบบไม่เร่งรีบ หรือจะเป็นมื้อค่ำที่ผ่อนคลายกับสุนัขของคุณ Luka Sukhumvit 31 เป็นสาขาใหม่ในย่านสุขุมวิทของร้านต้นตำรับสาทรอันเป็นที่รัก แม้จะยังคงเอกลักษณ์เดิมไว้ แต่ก็ได้พัฒนาเสน่ห์ของตัวเองขึ้นมา ทั้งพื้นที่ที่กว้างขึ้น เวลาเปิดที่นานขึ้น และเมนูอาหารค่ำที่สร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจนอาหารคอมฟอร์ตฟู้ดระดับโลก จากวัตถุดิบในท้องถิ่น ครัวแห่งนี้สร้างสรรค์เมนูอาหารโดยเน้นไปที่คอมฟอร์ตฟู้ดจากทั่วโลก — เมนูที่คุ้นเคยซึ่งนำมาตีความใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ทีมงานคัดสรรวัตถุดิบจากในท้องถิ่นและเลือกใช้ตัวเลือกออร์แกนิกในทุกที่ที่ทำได้ พบกับเบอร์ริโต้อาหารเช้าที่อัดแน่นไปด้วยไส้กรอกของ Sloane และไข่ออร์แกนิก, สแครมเบลตต์เห็ดทรัฟเฟิล และชาชูก้าที่มีรสเผ็ดร้อนถึงใจ จากนั้น เมื่อเข้าสู่ช่วงเย็น ห้องครัวจะเปลี่ยนไปเสิร์ฟเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารไทยพื้นถิ่น ความหลากหลายนี้ทำให้ Luka เป็นหนึ่งในไม่กี่ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านพร้อมพงษ์ที่คุ้มค่าแก่การไปเยือนในทุกช่วงเวลา กาแฟของที่นี่รสชาติดี รวมถึงรายการน้ำผลไม้และไวน์ก็แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจไม่แพ้กัน กล่าวโดยย่อคือ ทุกอย่างบนโต๊ะอาหารถูกนำเสนอด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ผ่านการพิจารณามาเป็นอย่างดีได้ทุกเวลา ทุกโอกาส กำลังมองหาสถานที่สำหรับบรันช์บรรยากาศสบายๆ ในเช้าวันธรรมดากับสุนัขของคุณอยู่ใช่ไหม? Luka คือคำตอบ ในขณะเดียวกัน หากคุณต้องการมื้อค่ำแบบเรียบง่ายโดยไม่ต้องทิ้งสุนัขไว้ที่บ้าน ที่นี่ก็ตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น Luka ยังคงรักษาคุณภาพไว้ได้ตั้งแต่กาแฟแก้วแรกของเช้าไปจนถึงจานสุดท้ายของค่ำคืน ซึ่งต่างจากหลายๆ ร้านในย่านนี้ สำหรับคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านพร้อมพงษ์ที่ตอบโจทย์ได้จริงในทุกช่วงเวลาของวัน Luka Sukhumvit 31 คือร้านที่หาตัวจับยาก
พร้อมพงษ์
ร้านอาหาร
Fameal Brunch & Bubbly เป็นคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านอารีย์ และที่นี่ต้อนรับสุนัขที่มาเยือนเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศทั่วไปมากกว่าจะเป็นข้อยกเว้น คาเฟ่ตั้งอยู่ในบ้านที่นำมารีโนเวทในซอยพหลโยธิน 2 ซึ่งช่วยให้พื้นที่ทั้งหมดมีขนาดแบบบ้านที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนของสุนัข เจ้าของสามารถพาสุนัขขึ้นไปที่ชั้นสองได้อย่างไม่ต้องกังวล เนื่องจากช่วงเวลาบรันช์ในตอนกลางวันคือช่วงเวลาที่เปิดต้อนรับสุนัขอย่างเต็มที่ การจัดวางของที่นี่ไม่ได้ดูเหมือนจงใจออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพสุนัข แต่มันลงตัวได้เองเพราะเดิมทีบ้านหลังนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นร้านอาหารตั้งแต่แรกอยู่แล้วคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านอารีย์พร้อมบรรยากาศสบายๆ เหมือนอยู่บ้าน บรรยากาศของร้านเน้นความอบอุ่นและไม่เร่งรีบ ให้ความรู้สึกเหมือนไปเยี่ยมบ้านเพื่อนมากกว่าการนั่งในห้องอาหารที่เป็นทางการ ที่ชั้นบนมีการผสมผสานระหว่างมุมที่นั่งแสนสบายและโต๊ะยาวส่วนกลาง ทำให้สุนัขมีพื้นที่ให้นอนพักแทบเท้าของเจ้าของ ในขณะที่โซนกลางแจ้งเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมารับลมธรรมชาติ แสงแดดในตอนกลางวันมอบอารมณ์ที่นุ่มนวลและผ่อนคลาย และเมื่อยามเย็นมาถึง ห้องเดียวกันนี้จะเปลี่ยนบรรยากาศเป็นไวน์บาร์ที่สลัวลงพร้อมเสียงเพลงจากดีเจ เนื่องจากช่วงเวลากลางคืนนั้นอยู่นอกเหนือจากช่วงเวลาที่อนุญาตให้สุนัขเข้าได้ ดังนั้นช่วงเวลาบรันช์ในตอนกลางวันจึงยังคงเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการพาสุนัขมาด้วยกัน อาหารที่นี่เสิร์ฟตลอดทั้งวัน และทางห้องครัวก็จัดเต็มเรื่องปริมาณแบบไม่หวงเครื่อง จาน Super Brunch รวบรวมไส้กรอก เบคอน แซลมอน เห็ด และขนมปังซาวโดว์ไว้ในจานเดียวอย่างจุใจ ส่วนคนรักพาสต้ามักจะยกให้เมนูแซลมอนเพสโตและอาราเบียตต้าปูม้าเป็นจานเด่น เมนูช่วงกลางวันมีทั้งกาแฟ ซุป และสลัด ในขณะที่มื้อค่ำจะเสิร์ฟอาหารจานหลักที่อิ่มท้องยิ่งขึ้นพร้อมรายการไวน์ที่คัดสรรมาอย่างดีเมื่อร้านเปลี่ยนบรรยากาศเข้าสู่ความเป็นบาร์ นอกเหนือจากอาหารแล้ว กิจกรรมเพ้นท์แก้วไวน์ยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้แขกในยามเย็นได้สนุกสนานกัน แม้ว่ากิจกรรมนี้จะเริ่มในช่วงเวลาที่เลยจากช่วงที่อนุญาตให้นำสุนัขเข้าได้ไปแล้วก็ตาม ย่านอารีย์เป็นย่านที่เหมาะสำหรับการออกมาพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ และคาเฟ่แห่งนี้ก็เข้ากับจังหวะชีวิตแบบนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการแวะมาทานบรันช์มื้อกลางวันโดยมีน้องหมานอนขดอยู่ข้างๆ หรือจะมาจิบกาแฟเงียบๆ ระหว่างทำธุระ พื้นที่แห่งนี้ยังคงรักษาบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้านเอาไว้ได้ตลอด ในฐานะคาเฟ่ที่ต้อนรับสุนัข Fameal สามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเป็นกันเองมากกว่าแค่การทำเพื่อสร้างภาพลักษณ์ ซึ่งถือเป็นความลงตัวที่หาได้ยากในย่านที่เต็มไปด้วยร้านบรันช์ที่เน้นความสวยงามเพื่อถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าใช้อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางร้านก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ
อารีย์
บรันช์
ไวน์บาร์ที่เป็นมิตรกับสุนัขใน On Nut ที่ควรค่าแก่การรู้ FuzzyPuppy เดลี่ & ไวน์เป็นหนึ่งในไวน์บาร์ที่ง่ายและเชื่อถือได้ซึ่งพบได้ในถั่วที่คนในท้องถิ่นกลับมาอย่างเงียบ ๆ ซ่อนตัวอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า Habito บน Sukhumvit 77 - ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในย่านใกล้เคียงพื้นที่ต้อนรับสัตว์เลี้ยงที่หายาก — ทำให้เป็นกรณีที่เงียบสงบว่าทำไมสุขุมวิทที่ทอดยาวนี้จึงสมควรได้รับความสนใจจากเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯมากขึ้น บ้านS เค้าโครงในร่มและกลางแจ้งช่วยยกของหนักสำหรับสุนัข เดอะมอลล์พื้นที่ส่วนกลางยังคงเปิดกว้างและไม่มีสิ่งปิด ซึ่งหมายความว่าสุนัขของคุณสามารถปรับตัวได้โดยไม่ต้องกดดันจากการตกแต่งภายในที่คับแคบหรือมีเสียงดัง ในขณะที่คุณสั่งจากหน้าต่างเคาน์เตอร์ก็มีs ห้องของแท้ที่จะหายใจอาหารโฮมเมด ไวน์ธรรมชาติ ไม่ยุ่งยาก ห้องครัวมุ่งเน้นไปที่อาหารโฮมเมดที่มีโปรตีนสูงและน้ำตาลต่ำ เช่น พาสต้า คัทเย็น และแซนวิชสไตล์เดลี่ที่ทำด้วยความระมัดระวัง ไวน์นั่งเคียงข้างกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ FuzzyPuppy เหมาะอย่างยิ่งกับแก้วยามเย็นที่เงียบสงบเมื่อแวะพักเที่ยงวันหลังจากเดินเล่น ชุมชน T77 โดยรอบทำให้ผู้อยู่อาศัยที่ปฏิบัติต่อสุนัขของพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ดังนั้นการมาพร้อมกับสุนัขที่ลากจูงจึงรู้สึกไม่ธรรมดาเลยที่นี่ นอกเหนือจากอาหารมันเป็นจังหวะที่กำหนดสถานที่ อ่อนนุชมีบุคลิกที่เป็นที่อยู่อาศัยอยู่เสมอ และลูกสุนัขฟัซซี่ก็เข้ากันได้ดี — ไม่มีการแสดง มีแค่บาร์ไวน์ที่เป็นมิตรกับสุนัขที่ดีที่ทำสิ่งนี้ในละแวกใกล้เคียงที่ชื่นชมสิ่งนั้นอย่างแน่นอน เวลาเปิดทำการและนโยบายการเข้าถึงสัตว์เลี้ยงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ให้ตรวจสอบกับสถานที่เสมอก่อนไปเยี่ยมสุนัขของคุณ
พระโขนง
บาร์/โรงเบียร์/ไวน์บาร์
Earth House คือร้านอาหารและไวน์บาร์ที่ต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อ ตั้งอยู่ในวิลล่าสไตล์ไทยสมัยกลางศตวรรษที่ได้รับการบูรณะใหม่ในซอยสุขุมวิท 53 ที่นี่อนุญาตให้นำสุนัขเข้ามาในบริเวณสวนได้ — ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในกรุงเทพฯ — ส่งผลให้บรรยากาศที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนการไปใช้เวลาช่วงค่ำที่บ้านเพื่อนที่ได้รับการดูแลอย่างดี มากกว่าจะเป็นเพียงร้านอาหารสวนสวยที่คุ้มค่าแก่การมาเยือน วิลล่าหลังนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจีสไตล์เขตร้อน พื้นที่กลางแจ้งสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้ในทันที สุนัขของคุณจะได้รับร่มเงา พื้นดินที่อ่อนนุ่ม และบรรยากาศที่เรียบง่ายไม่เร่งรีบ ในขณะที่สถานที่ที่ต้อนรับสุนัขส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ อย่างดีที่สุดก็มีเพียงโต๊ะริมทางเท้าให้เท่านั้น แต่ Earth House มอบสวนที่เป็นสัดส่วนให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ นอกเหนือจากนั้น ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่ทำให้การใช้เวลาช่วงค่ำอันยาวนานของคุณเป็นไปอย่างสบายๆ และผ่อนคลายอาหารเมดิเตอร์เรเนียนแบบแพลนต์เบสที่รังสรรค์อย่างจริงจังและพิถีพิถัน Earth House ใช้แนวทางแบบ farm-to-table ที่มีต้นกำเนิดจากรสชาติสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ทุกอย่างที่นี่เป็นเมนูจากพืช (plant-based) แต่ในขณะเดียวกัน ทางครัวก็พิสูจน์ฝีมือด้วยการปรุงอาหารที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและสร้างสรรค์อย่างแท้จริง พาสต้าทำมือ ทาปาส สลัดตามฤดูกาล และชีสจากพืชสไตล์อาร์ติซาน คือหัวใจหลักของเมนูที่นี่ ซึ่งทั้งหมดทำขึ้นเองในร้านจากวัตถุดิบออร์แกนิกในท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น ทอร์เทลลินีเห็ดที่รีดแป้งสดใหม่และสอดไส้ด้วยเห็ดถึงห้าชนิด มันคือเมนูประเภทที่ทำให้คำว่า plant-based กลายเป็นเรื่องรองไปเลย เช่นเดียวกับสลัดบีทรูทรมควัน หรืออาร์ติโชกทั้งหัวที่เสิร์ฟพร้อมซอสจิ้มสูตรโฮมเมด นอกเหนือจากอาหารแล้ว Earth House ยังมีรายการไวน์ธรรมชาติที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ไวน์แต่ละขวดมาจากไร่องุ่นออร์แกนิกขนาดเล็กของครอบครัว โดยเน้นไปที่นักทำไวน์หญิง ซึ่งเข้ากันได้ดีกับรูปแบบอาหารทาปาส คือการสั่งมาแบ่งกันทาน รินไวน์ดื่มเรื่อยๆ และใช้เวลาดื่มด่ำให้นานกว่าที่ตั้งใจไว้ นอกจากนี้ ทางครัวยังมีเมนูมื้อค่ำแบบปลอดกลูเตน (gluten-free) ทั้งหมด ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกการรับประทานอาหารที่ครอบคลุมความต้องการของผู้คนได้หลากหลายที่สุดในย่านนี้สถานที่ที่คู่ควรกับบรรยากาศรอบตัว ยิ่งไปกว่านั้น ตัวสถานที่เองก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน Samantha Häberli ผู้ก่อตั้ง ได้บูรณะวิลล่าสองชั้นนี้อย่างพิถีพิถัน ซึ่งความทุ่มเทในการปรับปรุงนั้นเห็นได้ชัดจากแสงธรรมชาติ การตกแต่งด้วยต้นไม้ภายในที่เขียวขจี และบรรยากาศที่ต่อเนื่องจากสวนไปจนถึงห้องอาหาร ที่นี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายรูปลง Instagram แต่กลับรู้สึกว่าถูกออกแบบมาเพื่อมื้ออาหารที่ต้องการเวลาละเลียดไปกับมันอย่างแท้จริง สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ การจะหาสถานที่ที่ลงตัวแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ร้านอาหารที่ต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อที่จริงจังกับเรื่องอาหารและไวน์ขนาดนี้ถือเป็นสิ่งที่พบได้ไม่บ่อยนัก นอกจากนี้ บรรยากาศในสวนยังช่วยให้สุนัขของคุณไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมที่สมบูรณ์แบบ Earth House ตั้งอยู่ในสุขุมวิทซอย 53 เดินเพียงไม่ไกลจากย่านหลักของทองหล่อ และคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับใครก็ตามที่ตั้งใจเดินทางมาเยือน
ทองหล่อ
ร้านอาหาร
คาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ในจังหวัดเพชรบุรีอาจไม่ใช่สิ่งที่เจ้าของสุนัขชาวกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่คาดหวังว่าจะพบท่ามกลางหุบเขา แต่ Hug Valley Cafe ตอบโจทย์นั้นได้อย่างลงตัว สุนัขสามารถอยู่กับเจ้าของในโซนห้องแอร์ด้านในได้หากอยู่ในรถเข็นสำหรับสัตว์เลี้ยง สำหรับโซนกลางแจ้ง สุนัขที่ใส่สายจูงสามารถเข้าได้ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด สนามหญ้าที่กว้างขวางและฉากหลังที่เป็นทิวเขาช่วยให้สุนัขมีพื้นที่ในการดมกลิ่นและผ่อนคลายมากกว่าคาเฟ่ในเมืองทั่วไป สุนัขที่ตื่นเต้นง่ายมักจะผ่อนคลายได้เร็วขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบของหุบเขาในทันทีทำไม Hug Valley Cafe ถึงโดดเด่นในฐานะคาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ในเพชรบุรี บรรยากาศที่นี่เน้นความสงบและไม่เร่งรีบ ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจมากกว่าการรีบแวะชม รอบล้อมไปด้วยภูเขาเกือบทุกทิศทาง และมีบ่อน้ำเล็กๆ ช่วยเพิ่มมุมพักสายตาที่เงียบสงบ มีให้เลือกทั้งโซนกลางแจ้งแบบเปิดโล่งและโซนห้องแอร์ ทำให้ไม่ว่าจะเป็นช่วงบ่ายที่อากาศร้อนหรือช่วงที่อากาศเย็นลงก็น่ารื่นรมย์ทั้งสิ้น มีทางเดินไม้ทอดผ่านสนามหญ้ามุ่งหน้าไปยังเนินเขา ซึ่งเป็นพื้นที่ให้สุนัขได้เดินเล่นตามจังหวะของตัวเอง อารมณ์โดยรวมเน้นทัศนียภาพที่เงียบสงบมากกว่าเสียงอึกทึก ซึ่งเหมาะกับสุนัขที่ชอบการพักผ่อนแบบเรียบง่ายและสงบ อาหารและเครื่องดื่มช่วยเติมเต็มการมาเยือนให้สมบูรณ์แบบโดยไม่บดบังบรรยากาศของสถานที่ เมนูประกอบด้วยกาแฟ เครื่องดื่มที่ไม่ใช่กาแฟ รวมถึงเค้กและเบเกอรี่ที่คัดสรรหมุนเวียนกันไป นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวเล็กน้อยเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนั่งพักผ่อนยาวๆ พร้อมมื้ออาหารหลัก อีกทั้งราคายังสมเหตุสมผล ทำให้การแวะพักดื่มกาแฟและทานขนมไม่รู้สึกว่าเป็นการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยจนเกินไป ในขณะเดียวกัน รสชาติอาหารก็ถือว่าดีพอสำหรับการมานั่งรับประทานอาหารมื้อใหญ่ ที่นี่มีที่จอดรถให้บริการภายในสถานที่ ช่วยให้วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น สำหรับเจ้าของสุนัขที่มองหาคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในจังหวัดเพชรบุรี พร้อมพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่แท้จริง Hug Valley Cafe เป็นสถานที่ที่คุ้มค่าแก่การแวะมา การมาถึงแต่เช้าและใช้เวลาแบบค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยให้ได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ทั้งสุนัขและเจ้าของสามารถดื่มด่ำกับทิวทัศน์ภูเขาได้โดยไม่ต้องรีบร้อน เวลาเปิดทำการและนโยบายการอนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าใช้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ โปรดตรวจสอบกับทางสถานที่ก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ
จังหวัด เพชรบุรี
คาเฟ่