แท็ก

Stoke Bangkok

แชร์

Copied!

STOKE คือร้านอาหารอเมริกันสมัยใหม่ในย่านทองหล่อ ที่สร้างสรรค์ขึ้นจากการปรุงอาหารด้วยเปลวไฟที่จัดจ้าน เครื่องดื่มรสเยี่ยม และบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเองเหมือนคนในละแวกบ้านเดียวกัน

หัวใจสำคัญของห้องครัวที่นี่คือการใช้ไฟจริง โดยอาหารแต่ละจานจะถูกปรุงผ่านเตาถ่านและเปลวไฟเพื่อดึงรสชาติที่ลุ่มลึกและกลิ่นหอมควันที่โดดเด่นออกมา เมนูของเรามีตั้งแต่คอมฟอร์ตฟู้ด (comfort food) เนื้อย่าง พาสต้าเส้นสด อาหารทะเลสดใหม่ เมนูบรันช์ยอดนิยม ไปจนถึงเมนูสำหรับแบ่งปัน ซึ่งเป็นรสชาติที่คุ้นเคยแต่แฝงไว้ด้วยเอกลักษณ์ในแบบฉบับของ STOKE

STOKE เป็นมากกว่าแค่ที่สำหรับรับประทานอาหาร แต่เป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาให้คุณแวะมาได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นมื้อกลางวัน มื้อค่ำ นัดจิบเครื่องดื่ม นัดเจอเพื่อนฝูงแบบชิลๆ หรือใช้เวลาดื่มด่ำกับมื้ออาหารมื้อยาวกับกลุ่มเพื่อน

และที่สำคัญคือเรายินดีต้อนรับน้องหมาของคุณด้วย 🐶 เรามีน้ำสะอาดและขนมชิ้นเล็กๆ เตรียมไว้ให้แขกสี่ขาของเรา พร้อมทั้งมีกิจกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยงและอีเวนต์พิเศษต่างๆ เป็นประจำตลอดทั้งปี
อาหารดี เครื่องดื่มเด็ด มิตรภาพที่ประทับใจ — ทั้งสำหรับคนและน้องหมา
📍 STOKE, ทองหล่อ ซอย 6

อนุญาตสุนัขเข้าด้านในโดยต้องจูงสายจูง

อนุญาตสุนัขในรถเข็นหรือกระเป๋า

มีชามน้ำให้บริการ

มีเครื่องปรับอากาศ

Opening Hours

แท็ก

สถานที่ที่ใกล้เคียง

กรุณารอสักครู่...

สถานที่ที่คล้ายกัน

รูฟท็อปบาร์ที่เป็นมิตรกับสุนัขในทองหล่อแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่พักผ่อนยามเย็นที่น่าประหลาดใจที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และสุนัขของคุณคือส่วนหนึ่งของแผนการพักผ่อนนี้อย่างแท้จริง Cul de Sac ตั้งอยู่บนชั้น 10 ของโรงแรม Quartier Hotel ในซอยสุขุมวิท 49 ซึ่งเป็นซอยที่พักอาศัยที่เงียบสงบซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างความคึกคักของทองหล่อและจังหวะชีวิตที่ผ่อนคลายของย่านรอบข้าง สุนัขจะได้มาเยือนสถานที่ที่คิดมาเพื่อพวกเขาอย่างแท้จริง ด้วยเมนูสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ นั่นหมายความว่าสุนัขของคุณไม่ได้แค่ได้รับการผ่อนปรนให้เข้าได้เท่านั้น แต่พวกเขายังได้รับการดูแลเป็นอย่างดีในขณะที่คุณกำลังใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ รูฟท็อปที่ทำให้สุนัขรู้สึกสบายใจเหมือนอยู่บ้าน บรรยากาศของที่นี่สะท้อนถึงรสนิยมความงามที่เฉพาะตัวอย่างยิ่ง Cul de Sac ดึงพลังมาจากงานปาร์ตี้ริมถนนสไตล์อเมริกัน หรือ American block party โดยเฉพาะปาร์ตี้ในช่วงทศวรรษ 1980 ผนังที่เต็มไปด้วยกราฟฟิตี้ การตกแต่งที่ได้แรงบันดาลใจจากสตรีทอาร์ต และการออกแบบสไตล์เรโทร ทำให้พื้นที่นี้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการรวมตัวกันของเพื่อนบ้านมากกว่าร้านรูฟท็อปที่เป็นทางการ ในทำนองเดียวกัน ผังของร้านยังมอบอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งพื้นที่รูฟท็อปแบบรับลมธรรมชาติ เลานจ์ในร่มที่แสนอบอุ่น และสระว่ายน้ำบนดาดฟ้าที่เป็นจุดศูนย์กลางของพื้นที่กลางแจ้ง มอบเสน่ห์ที่ผ่อนคลายและให้ความรู้สึกเกือบเหมือนบ้านพักอาศัย สำหรับสุนัขที่คุ้นเคยกับการเดินเล่นเงียบๆ รอบหมู่บ้าน ที่นี่ถือเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศที่ดูคึกคัก แต่ความอบอุ่นของสถานที่ก็ช่วยให้การปรับตัวเป็นเรื่องง่าย ค็อกเทล, คอมฟอร์ตฟู้ด และโรงภาพยนตร์กลางแจ้ง เมนูเครื่องดื่มเน้นไปทางธีมยุค 80 โดยมีค็อกเทลที่หยิบเอาเอกลักษณ์ของยุคนั้นมานำเสนอใหม่ควบคู่ไปกับตัวเลือกแบบคลาสสิก ส่วนอาหารเน้นสไตล์อเมริกันคอมฟอร์ตฟู้ด ซึ่งเป็นเมนูที่เหมาะสำหรับการสังสรรค์ยามเย็นบนระเบียงมากกว่าการนั่งทานอาหารแบบเป็นทางการ นอกจากนั้น ทางร้านยังมีโรงภาพยนตร์กลางแจ้งบนจอหนังที่กล่าวกันว่าใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ จึงมีการสอดแทรกความบันเทิงที่แท้จริงเอาไว้ในบรรยากาศนอกเหนือจากแค่ดนตรี โดยมีดีเจคอยเปิดเพลงสร้างบรรยากาศตลอดทั้งคืน ผสมผสานทั้งเพลงป๊อปไทยและสากล ฮิปฮอปยุคเก่า และฟังก์ที่มีกลิ่นอายร่วมสมัย ที่นี่คือสถานที่สำหรับการพักผ่อนยามค่ำคืนที่ครบวงจร ไม่ใช่แค่เพียงที่สำหรับมาดื่มเครื่องดื่มเท่านั้น ค่ำคืนในทองหล่อ ในมุมมองใหม่ ย่านทองหล่อเต็มไปด้วยสถานที่ที่บอกว่ายินดีต้อนรับสุนัขเพียงแค่ในนาม แต่กลับแสดงออกอย่างเงียบๆ ว่าสุนัขเป็นเพียงเรื่องรอง แต่ Cul de Sac มีแนวทางที่แตกต่างออกไป ทั้งเมนูสำหรับสัตว์เลี้ยง พื้นที่แบบเปิดโล่ง และบรรยากาศที่ผ่อนคลายเหมือนปาร์ตี้ในบ้าน ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์เจ้าของสุนัขที่ต้องการจะเพลิดเพลินกับค่ำคืนนี้อย่างแท้จริง แทนที่จะต้องคอยพะวงกับการจัดการสิ่งต่างๆ นอกจากนี้ ทิวทัศน์ของเมืองจากชั้น 10 ยังเป็นจุดดึงดูดที่แท้จริง โดยวิวเหนือแนวสุขุมวิทช่วยให้สถานที่แห่งนี้ดูโอ่อ่าและมีมิติในแบบที่บาร์ชั้นล่างส่วนใหญ่ไม่สามารถเทียบได้ ด้วยเหตุนี้ การผสมผสานระหว่างความเป็นมิตรกับสุนัข บรรยากาศ และการจัดกิจกรรมต่างๆ จึงทำให้ Cul de Sac เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่โดดเด่นที่สุดในย่านนี้ของกรุงเทพฯ สำหรับเจ้าของสุนัขคนไหนที่อยากรู้ว่าการออกไปสังสรรค์ยามค่ำคืนในเมืองแบบที่เป็นมิตรกับสุนัขจริงๆ เป็นอย่างไร รูฟท็อปแห่งนี้มีคำตอบที่ชัดเจนให้คุณ
ทองหล่อ
ร้านอาหาร
ยินดีต้อนรับสู่ HEY Mookrata ร้านอาหารบาร์บีคิวไทยที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง 100% แห่งซอยเจริญนคร 10 เราเชื่อว่าการรับประทานอาหารควรเป็นประสบการณ์ที่ครอบคลุมทุกคน นั่นคือเหตุผลที่บรรยากาศอันอบอุ่นและเป็นกันเองของเรา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่นั่งในร่มที่สะดวกสบายหรือพื้นที่กลางแจ้งที่ผ่อนคลาย ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้คุณเพลิดเพลินกับมื้ออาหารพร้อมเพื่อนขนฟูสุดที่รักของคุณ นอกจากบรรยากาศที่เป็นมิตรแล้ว ความหลงใหลของเราคือการนำเสนอวัตถุดิบคุณภาพสูงและรสชาติไทยแท้ เพราะหัวใจของมูกาต้าที่ดีคือซอส ซอสซิกเนเจอร์ของเราจึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างประณีต ผ่านการทดสอบและพัฒนาอย่างต่อเนื่องนับครั้งไม่ถ้วน จนได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และน่าจดจำ ที่คุณจะสัมผัสได้ที่ HEY Mookrata เท่านั้น บรรยากาศ ร้านของเราออกแบบในสไตล์ Mid-Century Modern อันอบอุ่น โดดเด่นด้วยองค์ประกอบอิฐแดงที่สร้างบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลาย การจัดที่นั่งได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบทั้งความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวแก่แขกทุกท่าน ไม่ว่าคุณจะชอบพื้นที่นั่งในร่มแบบปรับอากาศ ห้องส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ หรือโต๊ะกลางแจ้งที่ลมพัดเย็นสบาย เรามีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับทุกโอกาส ในช่วงเทศกาล พื้นที่สวนของเราได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามเพื่อสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าประทับใจยิ่งขึ้น อาหาร ที่ HEY Mookrata ทุกรายละเอียดได้รับการใส่ใจอย่างพิถีพิถันเพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ราบรื่น ตั้งแต่กระทะย่างที่คัดสรรมาเป็นพิเศษเพื่อประสบการณ์การย่างที่ลื่นไหล เรายังคัดสรรหมูคุณภาพสูงและเนื้อวัวนำเข้าเพื่อรับประกันความพึงพอใจในทุกคำ จุดเด่นคือซอสบาร์บีคิวไทยซิกเนเจอร์ของเรา ที่ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อเข้ากันได้อย่างลงตัวกับบาร์บีคิวของเรา มอบรสชาติเฉพาะตัวที่คุณจะไม่พบที่ไหน นอกจากนี้เรายังมีเมนูอาลาคาร์ตหลากหลาย ได้แก่ ยำและส้มตำรสจัดจ้าน พร้อมอาหารเรียกน้ำย่อยหลากหลายที่เข้ากันได้อย่างลงตัวกับบาร์บีคิวไทย ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยขนมวุ้นมะพร้าวโฮมเมดของเรา เราใช้มะพร้าวแท้ 100% ที่คัดสรรโดยตรงจากบ้านแพ้ว หนึ่งในแหล่งปลูกมะพร้าวที่มีชื่อเสียงที่สุดของไทย เพื่อรสชาติหวานธรรมชาติและสดชื่น พาน้องหมามาด้วยกันได้เลย HEY Mookrata เป็นร้านที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง โดยมีทั้งพื้นที่นั่งในร่มและกลางแจ้งที่แขกสามารถใช้เวลาคุณภาพกับสัตว์เลี้ยงสุดที่รักพร้อมกับมื้ออาหารอันแสนอร่อย เพื่อความสะดวกสบายของแขกทุกท่าน สัตว์เลี้ยงกรุณานั่งในรถเข็น กระเป๋าสะพาย หรือตะกร้าส่วนตัวขณะอยู่ภายในร้าน
สาทร
ร้านอาหาร
Roast เป็นคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขซึ่งซ่อนตัวอยู่ใน theCOMMONS Thonglor หนึ่งในศูนย์กลางชุมชนที่ผ่อนคลายที่สุดในย่านนี้ สุนัขสามารถเข้ามาในส่วนโอเพ่นแอร์ของ theCOMMONS ซึ่งมีลานกลางแจ้งที่มีหลังคาคลุมและที่นั่งส่วนกลางที่ช่วยให้นั่งพักผ่อนได้ง่ายโดยไม่รู้สึกอึดอัด เจ้าของมักจะเลือกนั่งตรงขั้นบันไดคอนกรีตเตี้ยๆ และที่นั่งบุนวมที่กระจายอยู่รอบโครงการ เพื่อให้สุนัขได้นั่งในระดับสายตาขณะที่ทุกคนเพลิดเพลินกับบรรยากาศรอบข้าง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแบบเปิดโล่งแต่มีร่มเงา จึงเหมาะอย่างยิ่งแม้ในเวลาที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และสุนัขสามารถย้ายไปมาระหว่างพื้นที่นั่งเล่นต่างๆ ได้ตลอดการพักผ่อน ทำไมคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขแห่งนี้จึงเหมาะกับยามเช้าในทองหล่อ ตัวร้าน Roast เองเน้นการจัดวางสไตล์ลานกลางแจ้งแบบโอเพ่นแอร์ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับนโยบายสัตว์เลี้ยงของ theCOMMONS บรรยากาศมีความสว่างและเรียบง่าย ตกแต่งในสไตล์สแกนดิ-อินดัสเทรียลที่เน้นแสงธรรมชาติมากกว่าความเนี้ยบจนเกินไป แทนที่จะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นร้านอาหารเพียงร้านเดียว Roast กลับกลมกลืนไปกับจังหวะชีวิตที่กว้างขวางของ theCOMMONS ที่ซึ่งผู้คนมานั่งจิบกาแฟ ทำงานเงียบๆ หรือพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงโดยมีสุนัขนอนพักผ่อนอยู่ใกล้ๆ นอกจากนี้ จังหวะของที่นี่ยังค่อนข้างสบายๆ ไม่เร่งรีบ ซึ่งเหมาะสำหรับสุนัขที่ชอบนั่งพักนิ่งๆ มากกว่าการต้องเดินลัดเลาะในที่ที่คนพลุกพล่าน ในด้านอาหารและเครื่องดื่ม Roast เน้นความเรียบง่ายและรสชาติที่ทานง่าย (Comfort food) โดยมีเมนูบรันช์ยอดนิยมที่สั่งได้ตลอดทั้งวันอย่างเอ็กเบเนดิกต์ พาสต้ารสชาติเข้มข้น และเมนูโรสต์ตามฤดูกาล เสิร์ฟคู่กับกาแฟที่คั่วในร้านโดยทีมงานของตนเอง ทางห้องครัวปรุงอาหารเกือบทุกอย่างเองตั้งแต่ขั้นตอนแรก รสชาติจึงสม่ำเสมอไม่ว่าคุณจะมาเยือนในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย กาแฟยังคงเป็นจุดแข็งที่โดดเด่น โดยบาริสต้าจะเน้นคุณภาพการสกัดรสชาติมากกว่าการนำเสนอที่หวือหวา ผลลัพธ์ที่ได้คือเมนูที่ตอบโจทย์ทั้งการแวะมาดื่มเอสเพรสโซ่แบบรวดเร็ว และการนั่งทานอาหารมื้อยาวๆ โดยมีสุนัขของคุณอยู่เคียงข้าง นอกเหนือจากอาหาร สิ่งที่โดดเด่นคือการที่ Roast กลมกลืนไปกับวัฒนธรรมที่เป็นมิตรกับสุนัขของ theCOMMONS ได้อย่างเป็นธรรมชาติ การพบเห็นสุนัขตัวอื่นๆ เป็นเรื่องปกติทั่วทั้งโครงการ ดังนั้นการมาเยือนที่นี่จึงไม่รู้สึกเหมือนเป็นเพียงจุดเดียวที่ต้อนรับสัตว์เลี้ยงท่ามกลางพื้นที่ที่ไม่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง แต่กลับรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่พักผ่อนในย่านทองหล่อที่เดินเล่นได้สะดวก และถูกสร้างมาเพื่อเช้าที่ดำเนินไปอย่างช้าๆ ในบรรยากาศที่สบายๆ ไม่ว่าคุณจะต้องการกาแฟรสเข้มข้น บรันช์ที่ผ่อนคลาย หรือแค่ที่นั่งในร่มกับสุนัขของคุณ Roast คือตัวเลือกที่ไว้วางใจได้ในพื้นที่คอมมูนิตี้ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ เวลาเปิดทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าใช้อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางสถานที่ก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ
ทองหล่อ
ร้านอาหาร
ROAST at the COMMONS — คาเฟ่และร้านอาหาร All-Day ที่ต้อนรับสุนัขในทองหล่อ หนึ่งในคาเฟ่ที่ต้อนรับสุนัขซึ่งมีชื่อเสียงที่สุดในทองหล่อตั้งอยู่บนชั้นบนของ the COMMONS ที่ซึ่งระเบียงรับลมแบบโอเพ่นแอร์ทำให้พื้นที่ทั้งหมดให้ความรู้สึกเหมือนห้องนั่งเล่นของย่านนี้ ROAST เป็นส่วนหนึ่งของวิถีการรับประทานอาหารแบบ All-day ในกรุงเทพฯ มาตั้งแต่ปี 2011 และสาขาทองหล่อแห่งนี้ยังคงเป็นหนึ่งในจุดที่ต้อนรับสุนัขและเจ้าของได้ดีที่สุดในพื้นที่ สุนัขสามารถนั่งได้ในโซนที่นั่งด้านนอก และด้วยตัว theCOMMONS เองที่ออกแบบมาโดยเน้นพื้นที่ชุมชนแบบเปิดโล่งและเล่นระดับ จึงมีพื้นที่ให้หายใจได้อย่างแท้จริง — ไม่ว่าจะเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่นอนหมอบอยู่ที่เท้าของคุณ หรือสุนัขพันธุ์เล็กที่คอยเฝ้ามองผู้คนเดินผ่านไปมาด้านล่าง คาเฟ่ในทองหล่อที่สร้างขึ้นเพื่อการพักผ่อนแบบยาวๆ โดยไม่เร่งรีบ บรรยากาศที่ ROAST มีความผ่อนคลายในแบบทองหล่อที่โดดเด่น ในขณะที่การตกแต่งภายในเน้นความดิบในสไตล์ Scandi-industrial — เส้นสายที่สะอาดตา แสงธรรมชาติ วัสดุที่เรียบง่าย — แต่โซนด้านนอกช่วยลดความแข็งกระด้างลงได้อย่างมาก เป็นสถานที่ที่ดึงดูดให้คนเข้ามานั่งเพียงหนึ่งชั่วโมงแต่กลับอยู่นานถึงสามชั่วโมง นอกจากนี้ ตำแหน่งที่ตั้งบนชั้นบนภายใน the COMMONS ยังทำให้รู้สึกถึงพลังงานที่สงบและเป็นส่วนตัวมากกว่าร้านที่อยู่ติดถนนและดูเร่งรีบ ด้วยเหตุนี้ จังหวะของที่นี่จึงเหมาะกับเจ้าของสุนัขอย่างยิ่ง ไม่จำเป็นต้องรู้สึกเร่งรีบในการทานอาหารเมื่อสุนัขของคุณนั่งพักผ่อนอยู่ข้างๆ ในพื้นที่เปิดโล่ง ROAST จัดอยู่ในกลุ่มคาเฟ่ในกรุงเทพฯ ที่ตอบโจทย์ได้ครบถ้วน ทั้งการเป็นจุดแวะดื่มกาแฟยามเช้า และเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับมื้อกลางวันหรือมื้อค่ำที่สมบูรณ์แบบ อาหารของที่นี่มีครอบคลุมตั้งแต่มื้อเช้าไปจนถึงมื้อค่ำ โดยทั้งหมดปรุงขึ้นเองโดยทีมงานที่พัฒนาและปรับปรุงสูตรอาหารเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษ นอกจากนี้ ครัวยังเปิดให้บริการตลอดทั้งวัน ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถมาในช่วงสายหรือช่วงบ่ายจัด และยังคงสั่งอาหารจากเมนูหลักได้ครบถ้วน อาหารที่เรียบง่ายจริงใจและกาแฟพิเศษ ตลอดทั้งวัน โปรแกรมกาแฟของ ROAST คั่วเองในร้าน โดยเน้นเมนูที่ชูรสชาติเอสเพรสโซ่และให้ความสำคัญกับคุณภาพอย่างชัดเจนตั้งแต่เมล็ดจนถึงแก้ว สำหรับใครที่พาสุนัขมาด้วยและอยากนั่งพักผ่อนนานๆ กาแฟที่นี่รสชาติดีสม่ำเสมอแม้จะดื่มต่อเนื่องหลายแก้ว ในส่วนของอาหาร เมนูต่างๆ สะท้อนถึงความมั่นใจในแบบคอมฟอร์ตฟู้ด (comfort-food) ที่เกิดจากการทำสิ่งเดิมให้ดีเยี่ยมมานานหลายปี เมนูไข่ถือเป็นจุดแข็งสำคัญ โดยเฉพาะ Turkish eggs และ Roast Big Breakfast ซึ่งมักจะเป็นหัวข้อสนทนาของลูกค้าประจำเสมอ ขณะที่พาสต้า วาฟเฟิล และอาหารจานหลักที่อยู่ท้องกว่าก็ช่วยเติมเต็มความหลากหลายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเมนูยังมีให้บริการครอบคลุมตลอดทั้งวันจนคุณแทบไม่ต้องกังวลเรื่องช่วงเวลาในการสั่งอาหาร ROAST ที่ the COMMONS คือจุดนัดพบที่ไว้วางใจได้เสมอในย่านทองหล่อ สำหรับเจ้าของสุนัขที่คุ้นเคยกับย่านนี้ ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ผ่านการคิดมาอย่างดีที่สุด ทั้งในเรื่องอาหารที่ให้บริการตลอดทั้งวัน กาแฟที่พิถีพิถัน และพื้นที่โซนเอาท์ดอร์ที่ต้อนรับเพื่อนสี่ขาอย่างแท้จริง เวลาทำการและนโยบายการอนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางร้านก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ
ทองหล่อ
คาเฟ่
Living Room Thonglor: คาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ใจกลางทองหล่อ Living Room Thonglor เป็นคาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ในย่านทองหล่อที่สมชื่ออย่างแท้จริง ตัวร้านตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 13 ให้บรรยากาศเหมือนบ้านพักอาศัยที่กว้างขวาง โปร่งสบาย และเหมาะแก่การพักผ่อนโดยมีสุนัขอยู่ข้างกาย ทางร้านอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าได้ และบรรยากาศก็เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ ที่นี่ไม่มีการต้อนรับที่ดูปรุงแต่ง มีเพียงความสบายอันเงียบสงบในพื้นที่ที่ออกแบบมาอย่างดีและให้บริการกาแฟรสชาติเยี่ยมอีกด้วย สุนัขที่มาที่นี่มักจะคุ้นเคยกับสถานที่ได้อย่างรวดเร็ว พื้นที่ของร้านกว้างขวางและไม่เร่งรีบ มีโซนที่นั่งหลายโซนที่ช่วยให้กลุ่มเพื่อนและเพื่อนสี่ขาได้มีพื้นที่พักผ่อนอย่างเต็มที่ แสงธรรมชาติที่ส่องผ่านกระจกบานใหญ่รอบห้องช่วยให้ทุกมุมดูนุ่มนวลและรักษาความสงบได้ตลอดวัน คุณภาพของแสงนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับสุนัขที่อาจรู้สึกประหม่าเมื่ออยู่ในสถานที่ที่พลุกพล่าน นอกจากนี้ยังมีที่จอดรถในบริเวณร้าน ซึ่งช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นมากสำหรับใครที่พาเจ้าตูบพันธุ์ใหญ่มาด้วย หรือเตรียมอุปกรณ์สำหรับสุนัขมาแบบจัดเต็ม บรรยากาศและพื้นที่ในสถานที่พักผ่อนที่สุนัขเข้าได้ย่านทองหล่อแห่งนี้ การตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่ายและให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน ด้วยโทนสีขาวและงานไม้ พร้อมที่นั่งนุ่มสบายอย่างบีนแบ็กและโซฟา รวมถึงมุมอ่านหนังสือที่ช่วยตอกย้ำแนวคิดของห้องนั่งเล่น แต่ละโซนมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันเล็กน้อย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมาเพื่อทำงาน พักผ่อน หรือเพียงแค่นั่งจิบกาแฟนานๆ ก็มีที่นั่งที่ตอบโจทย์ความต้องการเสมอ บรรยากาศโดยรวมนั้นดูเรียบง่ายและไม่เร่งรีบ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมที่นี่จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ลงตัวสำหรับเหล่าน้องหมาและเจ้าของ คาเฟ่แห่งนี้ยังมีมุมสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ทำให้เป็นสถานที่ที่ต้อนรับครอบครัวที่พาน้องหมามาด้วยเช่นกัน การผสมผสานการใช้งานที่หลากหลายนี้สะท้อนถึงตัวตนของร้านได้เป็นอย่างดี ว่าที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการใช้ชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงแค่การจัดฉากเพื่อแสดงวัฒนธรรมคาเฟ่เท่านั้น ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่ม Living Room Thonglor นำเสนอเมนูที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีและเข้าถึงง่าย เมนูครอบคลุมทั้งเครื่องดื่มประเภทกาแฟและไม่ใช่กาแฟ โดยมีมัทฉะลาเต้เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับผู้ที่ชอบอะไรที่เบากว่า ไฮไลท์ที่โดดเด่นคือเบเกอรี่ ซึ่งมีทั้งเค้ก พาสทรี ขนมปัง มัฟฟิน และวอฟเฟิล จัดวางแบบบริการตนเองให้ลูกค้าได้เลือกตามใจชอบ โดยเฉพาะชีสเค้กที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษด้วยเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มและท็อปปิ้งบลูเบอร์รี่สด นอกจากนี้ยังมีเมนูของคาวแบบโฮมเมดให้บริการ จึงเหมาะสำหรับการมานั่งยาวๆ ในช่วงมื้ออาหาร แม้ว่าเครือข่ายซอยต่างๆ ในทองหล่ออาจจะดูวุ่นวายในช่วงเวลาที่คึกคักที่สุด แต่ Living Room กลับตั้งอยู่อย่างเงียบสงบในซอยแยกที่ทำให้คุณรู้ว่าการหลีกหนีจากความพลุกพล่านของถนนสายหลักพร้อมกับน้องหมานั้นง่ายเพียงใด ที่ตั้งในซอยทองหล่อ 13 ทำให้คาเฟ่แห่งนี้อยู่ใกล้กับ BTS ทองหล่ออย่างสะดวกสบาย แต่ก็ยังห่างไกลจากเสียงรบกวนมากพอที่จะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสถานที่พักผ่อนมากกว่าแค่จุดแวะพักชั่วคราว เวลาเปิดทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าสถานที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางสถานที่ก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ
ทองหล่อ
กิจกรรม
Peak BeachBar & Restaurant Chaam ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขในชะอำ ยินดีต้อนรับสุนัขให้มาพักผ่อนริมชายหาด เจ้าของยืนยันว่าสัตว์เลี้ยงสามารถเข้าใช้บริการได้ในทุกพื้นที่โซนเปิดโล่ง สุนัขสามารถนอนเหยียดกายบนลานระเบียงระดับเดียวกับพื้นทรายในขณะที่น้ำทะเลซัดสาดอยู่ใกล้ๆ ตัวร้านตั้งอยู่บนชายหาดบางเก่าโดยตรง จึงมีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอสำหรับสายจูง การจัดวางโต๊ะเว้นระยะห่างได้ดี ช่วยให้ลูกค้ารายอื่นรู้สึกสะดวกสบายด้วยเช่นกัน พนักงานที่นี่คุ้นเคยกับสุนัขที่แวะเวียนมาบ่อยๆ การมาเยือนครั้งแรกจึงให้ความรู้สึกเรียบง่ายและเป็นกันเอง ทำไมร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขในชะอำแห่งนี้ถึงเหมาะสำหรับวันพักผ่อนริมชายหาด บรรยากาศของร้านเน้นความผ่อนคลายและไม่เร่งรีบ ออกแบบมาสำหรับการพักผ่อนในยามบ่ายที่ยาวนานมากกว่าการแวะพักเพียงครู่เดียว มีทั้งห้องอาหารแบบปรับอากาศและที่นั่งโซนเปิดโล่ง เจ้าของสามารถเลือกที่นั่งในร่มที่เย็นสบาย หรือจะรับลมทะเลอย่างเต็มที่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าสุนัขของคุณรับมือกับอากาศร้อนได้ดีเพียงใด โต๊ะไม้จัดวางหันหน้าเข้าหาท้องน้ำ และบรรยากาศยังคงความสงบแม้ในช่วงพระอาทิตย์ตกที่ร้านเริ่มมีลูกค้าหนาแน่นขึ้น มีดนตรีสดบรรเลงในเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ช่วยเพิ่มความสุนทรีย์โดยไม่ทำให้พื้นที่วุ่นวายจนเกินไป ขณะเดียวกัน การจัดวางพื้นที่ที่กว้างขวางยังทำให้แขกไม่รู้สึกแออัด ห้องอาหารแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเอกลักษณ์ของทั้งไทยและญี่ปุ่น โดยเน้นไปที่อาหารทะเลสดๆ จากน่านน้ำในท้องถิ่น เมนูซาชิมิที่ทำจากปลาที่จับในไทยมีความโดดเด่นมาก ควบคู่ไปกับอาหารไทยจานคลาสสิกอย่างปลากะพงสามรสและผัดเผ็ดทะเล ปริมาณอาหารเหมาะสำหรับแบ่งกันทาน ซึ่งลงตัวมากสำหรับมื้อกลางวันที่ไม่ต้องรีบร้อนและสุนัขสามารถนอนงีบใต้โต๊ะได้ นอกจากอาหารทะเลแล้ว ยังมีเมนูย่างและทอดที่เรียบง่ายเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ชอบรสชาติแบบดั้งเดิม ในฐานะร้านอาหารในชะอำที่ต้อนรับสุนัข การวางแผนเรื่องเวลาสักนิดจะช่วยให้ได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น ช่วงเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีดนตรีสดมักจะมีคนเยอะ ดังนั้นมื้อกลางวันในวันธรรมดาที่เงียบสงบกว่าจึงมักจะเหมาะกับสุนัขที่ยังต้องปรับตัวเข้ากับสถานที่ใหม่ๆ นอกจากนี้ โรงแรมริมหาดในบริเวณใกล้เคียงก็ยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยงเช่นกัน ทำให้ที่นี่เป็นจุดแวะพักที่สะดวกสบายสำหรับทริปพักผ่อนริมชายฝั่ง เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าใช้อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางร้านก่อนเข้าใช้บริการพร้อมกับสุนัขของคุณเสมอ
จังหวัด เพชรบุรี
ร้านอาหาร
รสชาติอาหารอีสานแบบเป็นกันเองใจกลางอารีย์ Khao Niao เป็นร้านอาหารอีสานในย่านอารีย์ที่ต้อนรับสุนัข เหนือสิ่งอื่นใด ร้านนี้ตอบโจทย์สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับร้านประเภทนี้ นั่นคือรสชาติที่จัดจ้านและ แซ่บ ถึงใจอย่างแท้จริง ร้านตั้งอยู่ในซอยอารีย์สัมพันธ์ 7 ซ่อนตัวอยู่หลังผนังคอนกรีตที่เรียบง่าย อาคารนี้ได้รับการออกแบบโดย ASWA บนที่ดินที่เคยเป็นลานจอดรถมาก่อน ผลลัพธ์ที่ได้คือการผสมผสานอาหารอีสานรสชาติต้นตำรับเข้ากับพื้นที่เอาท์ดอร์ที่กว้างขวางและร่มรื่น และที่สำคัญที่สุดคือทางร้านยินดีต้อนรับสุนัขอย่างเต็มที่ การพาสุนัขมาด้วย พื้นที่เอาท์ดอร์คือโซนที่อนุญาตให้สุนัขเข้าได้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าทางร้านได้พิจารณามาอย่างรอบคอบแล้ว ตัวอย่างเช่น มีพัดลมขนาดใหญ่พิเศษคอยเป่าลมเย็นให้แขกสี่ขา นอกจากนี้ยังมีน้ำดื่มเย็นๆ พร้อมให้บริการเสมอ และที่พิเศษยิ่งกว่านั้นคือทางร้านมีไอศกรีมสำหรับสุนัขจากครัวไว้ให้บริการด้วย สวนหย่อมเล็กๆ ยังช่วยให้เหล่าสุนัขมีพื้นที่ยืดเส้นยืดสาย อย่างไรก็ตาม เจ้าของควรดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิด และทุกคนควรช่วยกันรักษาความสะอาดในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสุนัขพันธุ์เล็ก พันธุ์ใหญ่ แมว หรือนก ก็ล้วนยินดีต้อนรับในโซนนี้ นอกจากนี้ ช่วงเวลาเย็นจะเป็นช่วงที่มาเยือนได้สบายที่สุดเมื่ออากาศเริ่มคลายความร้อนลง เมนูแนะนำ มีอาหารบางจานที่คุณไม่ควรพลาดจริง ๆ อย่างแรกคือคอหมูย่างเนื้อฉ่ำที่มัดใจเกือบทุกคนที่สั่ง ต่อมาคือไก่ไร้กระดูกผัดพริกกระเทียมที่ให้รสสัมผัสจัดจ้านและหอมกรุ่น และสุดท้ายคือ ตำหลวงพระบาง ที่มีรสชาติเข้มข้นถึงใจอย่างยิ่ง โดยรวมแล้ว อาหารของที่นี่จะเน้นไปที่รสชาติจัดจ้าน กลิ่นสมุนไพร และการหมักดองซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอาหารอีสาน และที่โดดเด่นคือ ทางร้านไม่เคยปรับลดความจัดจ้านลงเพื่อเอาใจคนทานรสอ่อนเลย ฝั่งคาเฟ่: ONDA ในที่อยู่เดียวกันนี้ยังเปิดเป็นคาเฟ่ในช่วงกลางวันด้วย โดยมีชื่อเฉพาะว่า ONDA Cafe เครื่องดื่มซิกเนเจอร์คือ Cloudy Spirulina หรือพูดง่าย ๆ คือการนำสาหร่ายสไปรูลิน่า กล้วย สับปะรด และอะโวคาโดมาปั่นรวมกัน ดังนั้น นี่จึงเป็นรายละเอียดที่มีประโยชน์ที่ควรทราบ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถแวะมาจิบกาแฟและทานขนมอบพร้อมกับสุนัขของคุณได้ก่อนที่ช่วงบริการมื้อเที่ยงจะเริ่มเปิดทำการ งานอีเวนต์และเวิร์กช็อป หากเทียบกับมาตรฐานของย่านอารีย์แล้ว พื้นที่ของที่นี่ถือว่ากว้างขวางเป็นพิเศษ ส่งผลให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดงานวันเกิดและงานเลี้ยงส่วนตัวขนาดเล็ก นอกจากนี้ ทางทีมงานยังมีการจัดเวิร์กช็อปสำหรับสุนัขตามคำขออีกด้วย ที่สำคัญคือพวกเขารับจองสำหรับกิจกรรมทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น การเดินทาง มีที่จอดรถในพื้นที่รองรับได้สูงสุด 21 คัน นอกจากนี้ ทางทีมงานยังมีจุดรับส่งสำหรับผู้ใช้งาน Muvmi ไว้ให้ หากเดินทางมาโดย BTS สามารถเดินจากสถานีอารีย์ได้โดยใช้เวลา 10–15 นาที หรือจะเลือกนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือ Muvmi จากทางออกก็ได้เช่นกัน ท้ายที่สุด บริเวณทางเข้ายังมีทางลาดสำหรับรถเข็นเพื่อความสะดวกในการเข้าถึง
อารีย์
ร้านอาหาร
20250324_191053-scaled
Baby Bar Bangkok — บาร์ที่สุนัขเข้าได้ & บริการอาหารตลอดทั้งวันในย่านอารีย์ แวดวงบาร์ที่เป็นมิตรกับสุนัขในกรุงเทพฯ มีจุดเช็คอินที่โดดเด่นในย่านอารีย์ และ Baby Bar Bangkok ก็ครองตำแหน่งนี้ได้อย่างง่ายดาย สถานที่แห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในโรงแรม Craftsman Hotel ในซอยพหลโยธิน 11 ให้บริการตลอดทั้งวันตั้งแต่บรันช์ริมสระน้ำที่แสนผ่อนคลายไปจนถึงมื้อค่ำที่มีชีวิตชีวา โดยต้อนรับสุนัขในพื้นที่กลางแจ้งทั้งหมดตลอดทั้งวัน ต้อนรับสุนัขบริเวณสระว่ายน้ำ โซนกลางแจ้งที่ Baby Bar ได้รับการจัดเตรียมไว้สำหรับสุนัขอย่างแท้จริง สัตว์เลี้ยงสามารถนั่งร่วมกับเจ้าของในบริเวณที่นั่งริมสระแบบเปิดโล่ง ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางให้นั่งพักได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด หลายแหล่งข้อมูลยืนยันว่ามีเมนูสำหรับสุนัขให้บริการในร้าน ทำให้แขกสี่ขาได้เพลิดเพลินกับสิ่งที่มากกว่าแค่บรรยากาศ สระว่ายน้ำที่ขนาบข้างช่วยสร้างฉากหลังที่สงบและร่มรื่น ให้ความรู้สึกเหมือนบาร์ที่เป็นกันเองในละแวกบ้านมากกว่าบาร์ในโรงแรม และยังมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย พื้นที่ซึ่งเปลี่ยนบรรยากาศไปตามช่วงเวลาของวัน Baby Bar มีการปรับเปลี่ยนบรรยากาศไปตามช่วงเวลาต่าง ๆ โดยที่ยังคงเอกลักษณ์ของร้านไว้ได้อย่างดี ช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยบริการอาหารเช้า จากนั้นจะเป็นช่วงบรันช์ริมสระน้ำในบรรยากาศสบาย ๆ ที่มีแสงแดดส่องถึง เหมาะสำหรับการนั่งสนทนา เมื่อช่วงบ่ายเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ช่วงเย็น ห้องครัวจะเปลี่ยนไปเสิร์ฟเมนูมื้อค่ำแนวไทยฟิวชัน เมนูอย่างข้าวผัดต้มยำเนื้อย่างหม้อหินและลาบปาเต้สะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ที่นำมาประยุกต์ใช้กับรสชาติที่คุ้นเคย นอกจากเรื่องอาหารแล้ว รายการเนเชอรัลไวน์ (Natural Wine) ยังเป็นหัวใจสำคัญของบรรยากาศยามเย็น โดยไวน์ทุกขวดเป็นแบบปราศจากสารปรุงแต่ง มีให้เลือกทั้งไวน์แดงแช่เย็น ไวน์ขาวแบบ Skin-contact และเพต-แนต (Pét-nat) นอกจากนี้ทางบาร์ยังมีค็อกเทลและเบียร์สดไว้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องดื่มประเภทอื่นอีกด้วย พื้นที่นั่งเล่นด้านในพร้อมเครื่องปรับอากาศเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับช่วงบ่ายที่อากาศร้อน ในขณะที่โซนกลางแจ้งยังคงเป็นหัวใจหลักของร้าน แสงไฟประดับประดาช่วยสร้างบรรยากาศต่อเนื่องไปจนถึงตอนกลางคืน และมีการแสดงดนตรีสดในบางค่ำคืนเพื่อช่วยเปลี่ยนอารมณ์ให้พิเศษยิ่งขึ้น ทำไม Baby Bar ถึงตอบโจทย์สำหรับคนรักสุนัข สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ ย่านอารีย์ถือเป็นย่านที่น่าสนใจอยู่แล้ว และ Baby Bar ก็เป็นเหตุผลที่ชัดเจนในการเดินทางมาที่นี่ บรรยากาศริมสระน้ำช่วยให้สุนัขมีพื้นที่ในการนั่งพักผ่อนได้อย่างแท้จริง รูปแบบการให้บริการตลอดทั้งวันทำให้ไม่ต้องกดดันเรื่องเวลาในการเข้าใช้บริการ และตัวตนของร้านที่ดูอบอุ่น เรียบง่าย และไม่เร่งรีบ ก็เข้ากันได้ดีมากกับการพาสุนัขมาด้วย นี่คือบาร์ที่เป็นมิตรกับสุนัขในกรุงเทพฯ ที่เป็นจุดหมายปลายทางที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ร้านที่อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าได้เพียงอย่างเดียว Baby Bar Bangkok ตั้งอยู่ที่เลขที่ 36 พหลโยธิน 11 สามารถเดินจาก BTS อารีย์มาได้ เนื่องจากโต๊ะริมสระน้ำมักจะได้รับความสนใจอย่างมาก จึงแนะนำให้สำรองที่นั่งไว้ล่วงหน้า
อารีย์
บาร์/โรงเบียร์/ไวน์บาร์
ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขในทองหล่อที่ให้พื้นที่ส่วนตัวแก่สุนัข Hungry Pack เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขที่ใส่ใจรายละเอียดที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และความโดดเด่นนี้มีความสำคัญ ร้านตั้งอยู่ในโครงการ 49Playscape ในซอยสุขุมวิท 49 บริเวณขอบชายแดนย่านที่พักอาศัยที่เงียบสงบกว่าของทองหล่อ เป็นถนนประเภทที่จังหวะการใช้ชีวิตช้าลงและมีต้นไม้ริมทางแผ่กิ่งก้านปกคลุม สุนัขที่นี่ไม่ได้แค่มีที่นั่งตรงมุมร้านเท่านั้น แต่พวกเขามีโซนเป็นของตนเองเลยทีเดียว สถานที่แห่งนี้มีสนามสุนัขแบบบริการตนเองอยู่ควบคู่ไปกับร้านอาหาร การเข้าใช้สนามมีค่าธรรมเนียมและต้องมีการลงทะเบียน ดังนั้นผู้ที่มาครั้งแรกควรเผื่อเวลาในส่วนนี้ก่อนมาถึง นอกเหนือจากนั้น การจัดวางพื้นที่ก็ตรงไปตรงมาและผ่านการคิดมาอย่างดี ในขณะที่เจ้าของนั่งพักผ่อนกับกาแฟ สุนัขก็มีพื้นที่สำหรับเคลื่อนไหว เข้าสังคม และผ่อนคลาย การแยกส่วนระหว่างพื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่สำหรับสุนัขทำให้เกิดความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ สุนัขสามารถปล่อยสายจูงได้เต็มที่โดยไม่ไปรบกวนส่วนครัว และส่งผลให้บรรยากาศในร้านอาหารยังคงความผ่อนคลายอย่างแท้จริง ลักษณะการจัดพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสุนัขที่ Hungry Pack จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร พื้นที่ถูกแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนระหว่างโซนสัตว์เลี้ยงและโซนร้านอาหาร ซึ่งเป็นการออกแบบที่สะท้อนถึงความใส่ใจในสิ่งที่ทั้งสุนัขและเจ้าของต้องการจากการมาพักผ่อนร่วมกันจริงๆ พาร์คประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำและพื้นที่วิ่งเล่นกว้างขวาง ซึ่งทำให้เห็นว่าที่นี่ไม่ได้แค่ทำไว้พอเป็นพิธี แต่ให้ความสำคัญกับสุนัขอย่างแท้จริง และเมื่อเสร็จกิจกรรมในพาร์ค การเปลี่ยนย้ายกลับมาที่โต๊ะอาหารก็ทำได้สะดวกมาก เพราะทุกอย่างรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ตัวร้านอาหารเองให้บรรยากาศย้อนยุคสไตล์อเมริกันที่มีร่องรอยความเก๋าในแบบที่เข้ากับความเป็นร้านประจำย่าน ที่นี่ไม่ได้เน้นความสวยเนี้ยบเหมือนร้านเปิดใหม่ในทองหล่อ ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น บรรยากาศที่ดูผ่อนคลายและผ่านการใช้งานมาบ้างนั้นลงตัวกับความรู้สึกของคนที่เพิ่งนั่งดูลูกรักสี่ขาของตัวเองวิ่งเล่นมาเกือบชั่วโมงได้เป็นอย่างดี อาหารและเครื่องดื่ม เมนูมีทั้งอาหารอเมริกันคลาสสิกและอาหารไทยจานโปรด ไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์ ซี่โครง และเฟรนช์ฟรายส์ ที่เสิร์ฟคู่กับผัดไทยและก๋วยเตี๋ยวเรือ เมนู Eggs Benedict และกาแฟรสชาติเข้มข้นเป็นตัวเลือกที่ไว้ใจได้สำหรับการเริ่มต้นเช้าวันที่แสนผ่อนคลาย นอกจากนี้ รายการอาหารยังมีความหลากหลายพอที่กลุ่มเพื่อนที่มีความชอบต่างกันจะสามารถเลือกสิ่งที่ชอบได้โดยไม่ต้องเสียเวลาตกลงกันเยอะ และยังมีไอศกรีมรูปสัตว์จิ๋วจาก IceDEA มาเสริมทัพในส่วนของของหวาน ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่น่ารักและสนุกสนาน ในฐานะร้านอาหารที่ต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อ Hungry Pack เข้ามาเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดที่ยังหาได้ยากในกรุงเทพฯ การผสมผสานระหว่างอาหารรสชาติดีที่มีบริการตลอดวัน กาแฟคุณภาพ และสวนสำหรับสุนัขจริงๆ — ไม่ใช่แค่มีชามน้ำวางไว้ให้ตามระเบียง — ทำให้ที่นี่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในแบบที่สถานที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ยังไปไม่ถึง นอกจากนั้น ที่นี่ยังมีความโดดเด่นในฐานะร้านประจำย่านในตัวเอง เหล่าน้องหมาทำให้ที่นี่พิเศษ และอาหารก็ทำให้ที่นี่คุ้มค่าที่จะกลับมาเยือน
ทองหล่อ
ร้านอาหาร
คาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ในจังหวัดเพชรบุรีอาจไม่ใช่สิ่งที่เจ้าของสุนัขชาวกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่คาดหวังว่าจะพบท่ามกลางหุบเขา แต่ Hug Valley Cafe ตอบโจทย์นั้นได้อย่างลงตัว สุนัขสามารถอยู่กับเจ้าของในโซนห้องแอร์ด้านในได้หากอยู่ในรถเข็นสำหรับสัตว์เลี้ยง สำหรับโซนกลางแจ้ง สุนัขที่ใส่สายจูงสามารถเข้าได้ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด สนามหญ้าที่กว้างขวางและฉากหลังที่เป็นทิวเขาช่วยให้สุนัขมีพื้นที่ในการดมกลิ่นและผ่อนคลายมากกว่าคาเฟ่ในเมืองทั่วไป สุนัขที่ตื่นเต้นง่ายมักจะผ่อนคลายได้เร็วขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบของหุบเขาในทันที ทำไม Hug Valley Cafe ถึงโดดเด่นในฐานะคาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ในเพชรบุรี บรรยากาศที่นี่เน้นความสงบและไม่เร่งรีบ ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจมากกว่าการรีบแวะชม รอบล้อมไปด้วยภูเขาเกือบทุกทิศทาง และมีบ่อน้ำเล็กๆ ช่วยเพิ่มมุมพักสายตาที่เงียบสงบ มีให้เลือกทั้งโซนกลางแจ้งแบบเปิดโล่งและโซนห้องแอร์ ทำให้ไม่ว่าจะเป็นช่วงบ่ายที่อากาศร้อนหรือช่วงที่อากาศเย็นลงก็น่ารื่นรมย์ทั้งสิ้น มีทางเดินไม้ทอดผ่านสนามหญ้ามุ่งหน้าไปยังเนินเขา ซึ่งเป็นพื้นที่ให้สุนัขได้เดินเล่นตามจังหวะของตัวเอง อารมณ์โดยรวมเน้นทัศนียภาพที่เงียบสงบมากกว่าเสียงอึกทึก ซึ่งเหมาะกับสุนัขที่ชอบการพักผ่อนแบบเรียบง่ายและสงบ อาหารและเครื่องดื่มช่วยเติมเต็มการมาเยือนให้สมบูรณ์แบบโดยไม่บดบังบรรยากาศของสถานที่ เมนูประกอบด้วยกาแฟ เครื่องดื่มที่ไม่ใช่กาแฟ รวมถึงเค้กและเบเกอรี่ที่คัดสรรหมุนเวียนกันไป นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวเล็กน้อยเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนั่งพักผ่อนยาวๆ พร้อมมื้ออาหารหลัก อีกทั้งราคายังสมเหตุสมผล ทำให้การแวะพักดื่มกาแฟและทานขนมไม่รู้สึกว่าเป็นการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยจนเกินไป ในขณะเดียวกัน รสชาติอาหารก็ถือว่าดีพอสำหรับการมานั่งรับประทานอาหารมื้อใหญ่ ที่นี่มีที่จอดรถให้บริการภายในสถานที่ ช่วยให้วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น สำหรับเจ้าของสุนัขที่มองหาคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสุนัขในจังหวัดเพชรบุรี พร้อมพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่แท้จริง Hug Valley Cafe เป็นสถานที่ที่คุ้มค่าแก่การแวะมา การมาถึงแต่เช้าและใช้เวลาแบบค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยให้ได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ทั้งสุนัขและเจ้าของสามารถดื่มด่ำกับทิวทัศน์ภูเขาได้โดยไม่ต้องรีบร้อน เวลาเปิดทำการและนโยบายการอนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าใช้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ โปรดตรวจสอบกับทางสถานที่ก่อนเข้าใช้บริการพร้อมสุนัขของคุณเสมอ
จังหวัด เพชรบุรี
คาเฟ่
แวดวงร้านอาหารที่สุนัขเข้าได้ในกรุงเทพฯ มีความน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ และ HNINN คือหนึ่งในร้านใหม่ที่น่าตื่นเต้นที่สุดในช่วงนี้ ร้านตั้งอยู่ในโครงการ Degree Square บนถนนเพชรบุรี เขตห้วยขวาง เป็นร้านอาหารพม่าและบรันช์ร่วมสมัยที่ต้อนรับสัตว์เลี้ยงทั้งโซนห้องแอร์และโซนเอาท์ดอร์ เรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกที่ผ่อนคลายอย่างแท้จริงสำหรับเจ้าของสุนัขที่มองหารสชาติอาหารที่แตกต่าง สวนหลังบ้านที่ออกแบบมาเพื่อสุนัขโดยเฉพาะ ประการแรก สวนหลังบ้านของ HNINN ทำให้ที่นี่โดดเด่นสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง สุนัขของคุณสามารถเดินดมสำรวจ ยืดเส้นยืดสาย และผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ในขณะที่คุณนั่งรับประทานอาหาร นอกจากนี้ หากคุณต้องการนั่งในห้องแอร์ ทางร้านก็ยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยงของคุณเช่นกัน นิยามใหม่ของอาหารพม่าสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ด นอกจากโซนสวนแล้ว เมนูอาหารคือสิ่งที่ทำให้ HNINN โดดเด่นอย่างแท้จริง ทางร้านหยิบยกเอาหัวใจสำคัญของรสชาติพม่าดั้งเดิมและอาหารสตรีทฟู้ดคลาสสิกมานำเสนอ ผลลัพธ์ที่ได้คืออาหารร่วมสมัยที่หาทานได้ยากจากที่อื่นในกรุงเทพฯ เมนูไฮไลต์คือเกี๊ยวหนานจีโถ่ (nan gyi thoke) ที่สอดไส้ด้วยไก่ในซอสแกง เสริมด้วยแป้งถั่วลูกไก่ พริก และบะหมี่กรอบเพื่อเพิ่มมิติของเนื้อสัมผัส เช่นเดียวกับยำใบชา (laphet thoke) ที่พนักงานจะมาคลุกเคล้าให้ถึงโต๊ะ โดยนำใบชาหมักมาผสมกับถั่ว ผักร็อกเก็ต กุ้งแห้ง และไข่นกกระทา ให้รสชาติที่มีความดิบแบบเอิร์ธโทน มีความมัน และรสขมจางๆ ในคำเดียว ถัดมาคือ ราเมนเส้นกะทิที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโอนโนข้าวซอย (ohn no khao swe) ซึ่งมีรสสัมผัสที่เบาและนุ่มนวล ตัดรสชาติด้วยหอมแดง บะหมี่กรอบ และพริกได้อย่างลงตัว สำหรับเมนูทานเล่น แนะนำให้ลองเต้าหู้หั่นเต๋าทอดที่กรอบนอกนุ่มใน โรยด้วยผงปาปริก้าและเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสหวาน และสุดท้ายที่ไม่ควรพลาดคือ ตับไก่บด (pâté) ที่วางสลับชั้นกับเมลอน เสิร์ฟคู่กับขนมปังซาวโดวจ์ เป็นเมนูที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง พื้นที่โปร่งสบายพร้อมพลังงานที่เงียบสงบ ภายในร้านมีต้นมะกอกขนาดใหญ่ตั้งเป็นจุดศูนย์กลาง ช่วยสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวน โดยรวมแล้วบรรยากาศของที่นี่ให้ความรู้สึกไม่เร่งรีบ เหมาะสำหรับการมาทานบรันช์คนเดียว หรือจะใช้เวลาช่วงบ่ายพักผ่อนยาวๆ กับสุนัขตัวโปรดและกลุ่มเพื่อนก็ดีไม่แพ้กัน บทสรุป โดยรวมแล้ว HNINN เข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในแผนที่ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขของกรุงเทพฯ ได้อย่างแท้จริง ทั้งอาหารที่รสชาติดี พื้นที่ที่ให้ความรู้สึกต้อนรับ และสวนหลังบ้านที่สุนัขของคุณจะหลงรัก — คุ้มค่ากับการเดินทางมายังห้วยขวางแน่นอน
ร้านอาหาร
ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขในทองหล่อที่ให้พื้นที่ส่วนตัวแก่สุนัข Hungry Pack เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขที่ใส่ใจรายละเอียดมากที่สุดในกรุงเทพฯ และความแตกต่างนี้คือสิ่งสำคัญ ร้านตั้งอยู่ภายในโครงการ 49Playscape ในซอยสุขุมวิท 49 บริเวณขอบย่านที่พักอาศัยที่เงียบสงบของทองหล่อ เป็นถนนประเภทที่จังหวะชีวิตจะช้าลงและร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมด้านบน ที่นี่สุนัขไม่ได้เป็นเพียงแขกที่ได้พื้นที่ตรงมุมร้าน แต่พวกเขามีโซนสำหรับตัวเองโดยเฉพาะ ทางร้านมีสนามวิ่งเล่นสุนัขแบบบริการตนเองอยู่ติดกับโซนร้านอาหาร การเข้าใช้สนามมีค่าธรรมเนียมและต้องลงทะเบียน ดังนั้นผู้ที่มาครั้งแรกควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนนี้ก่อนมาถึง นอกเหนือจากนั้น การจัดวางพื้นที่ก็เรียบง่ายและผ่านการคิดมาอย่างดี ในขณะที่เจ้าของพักผ่อนกับกาแฟ สุนัขก็มีพื้นที่ให้เคลื่อนไหว เข้าสังคม และผ่อนคลาย การแยกพื้นที่ระหว่างโซนรับประทานอาหารและโซนสุนัขช่วยสร้างความแตกต่างที่ชัดเจน สุนัขสามารถวิ่งเล่นได้โดยไม่ต้องใส่สายจูงโดยไม่ไปรบกวนพื้นที่ส่วนครัว และส่งผลให้บรรยากาศในร้านอาหารยังคงความผ่อนคลายอย่างแท้จริง ลักษณะการจัดพื้นที่สำหรับสุนัขที่ Hungry Pack เป็นอย่างไร พื้นที่ถูกแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนระหว่างโซนสัตว์เลี้ยงและโซนร้านอาหาร ซึ่งเป็นการออกแบบที่สะท้อนถึงความใส่ใจว่าทั้งน้องหมาและเจ้าของต้องการอะไรจากการออกมาทำกิจกรรมร่วมกัน พาร์คแห่งนี้มีทั้งสระว่ายน้ำและพื้นที่วิ่งเล่นที่กว้างขวาง ทำให้รู้สึกว่าที่นี่ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงอย่างจริงจัง และเมื่อกิจกรรมในพาร์คจบลง การเปลี่ยนบรรยากาศกลับมานั่งที่โต๊ะอาหารก็สะดวกสบายมาก เพราะทุกอย่างรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ตัวร้านอาหารให้กลิ่นอายย้อนยุคสไตล์อเมริกันที่มีความดิบและดูสบายๆ เหมาะกับความเป็นร้านอาหารประจำละแวกบ้าน ร้านไม่ได้เน้นความหรูหราเหมือนร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ในทองหล่อ และที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น เพราะที่นี่มีความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ซึ่งเข้ากับอารมณ์ของคนที่เพิ่งนั่งดูลูกรักสี่ขาวิ่งเล่นจนเต็มอิ่มมาเกือบชั่วโมงได้เป็นอย่างดี อาหารและเครื่องดื่ม เมนูของที่นี่มีทั้งอาหารอเมริกันยอดนิยมและอาหารไทยที่คุ้นเคย โดยมีเบอร์เกอร์ ซี่โครง และเฟรนช์ฟรายส์ เสิร์ฟควบคู่ไปกับผัดไทยและก๋วยเตี๋ยวเรือ เมนู Eggs Benedict และกาแฟรสชาติเข้มข้นเป็นทางเลือกที่วางใจได้สำหรับการเริ่มต้นเช้าวันที่แสนผ่อนคลาย นอกจากนี้ รายการอาหารยังมีความหลากหลายมากพอที่ทำให้กลุ่มเพื่อนที่มีความชอบต่างกันสามารถเลือกสั่งได้โดยไม่ต้องตกลงกันนาน อีกทั้งยังมีไอศกรีมรูปสัตว์จิ๋วจาก IceDEA มาเพิ่มสีสันในหมวดของหวาน ซึ่งเป็นลูกเล่นเล็กๆ ที่น่ารักและสนุกสนานไม่น้อย ในฐานะร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านทองหล่อ Hungry Pack เข้ามาเติมเต็มกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ยังไม่ค่อยมีใครตอบสนองความต้องการได้อย่างแท้จริงในกรุงเทพฯ การผสมผสานระหว่างอาหารที่รสชาติดีตลอดทั้งวัน กาแฟคุณภาพ และสวนสำหรับสุนัขจริงๆ — ไม่ใช่แค่ชามน้ำบนระเบียง — ทำให้ที่นี่มีประโยชน์ใช้สอยในแบบที่ร้าน Pet-friendly ส่วนใหญ่ยังทำได้ไม่ถึงระดับนั้น นอกจากนี้ ตัวร้านยังมีความโดดเด่นในฐานะสถานที่พักผ่อนในย่านนี้ด้วยตัวของมันเอง บรรดาสุนัขทำให้ที่นี่มีความพิเศษ และอาหารก็ทำให้ที่นี่คุ้มค่าที่จะกลับมาเยือนอีกครั้ง
ทองหล่อ
ร้านอาหาร