แชร์

Copied!

Trail and Tail

แชร์

Copied!

Trail and Tail — คอมมูนิตี้สำหรับสุนัข ย่านพร้อมพงษ์

คอมมูนิตี้สำหรับสุนัขแห่งแรกในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่หลบมุมในซอยสุขุมวิท 39 พื้นที่ซึ่งเคยเป็นบ้านพักส่วนตัวถูกเปลี่ยนโฉมให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวที่หาได้ยากสำหรับสุนัขในเมืองและเจ้าของ Trail and Tail ไม่ใช่แค่เพียงสถานที่สำหรับพาสุนัขมาเที่ยวเท่านั้น แต่เป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นโดยยึดประสบการณ์ของสุนัขเป็นสำคัญ ความตั้งใจนี้สะท้อนอยู่ในทุกรายละเอียด ตั้งแต่ระบบประตูทางเข้าสองชั้นที่ช่วยรักษาความปลอดภัยไม่ให้สุนัขวิ่งออกไปด้านนอก จนถึงสวนสมุนไพรเพื่อประสาทสัมผัสที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการดมกลิ่นของสุนัขโดยเฉพาะ

พื้นที่แห่งนี้ครอบคลุมที่ดินที่ได้รับการจัดภูมิทัศน์ประมาณ 6,400 ตารางเมตร ซึ่งคุณจะสัมผัสได้ถึงความกว้างขวางทันทีที่ก้าวเข้ามา สุนัขสามารถวิ่งเล่นบนสนามหญ้า สูดอากาศบริสุทธิ์ และใช้ชีวิตแบบสุนัขได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในย่านใจกลางเมืองเช่นนี้ นอกเหนือจากพื้นที่โล่งแจ้งแล้ว ยังมีสระว่ายน้ำระบบเกลือที่เปิดโอกาสให้สุนัขที่ร่าเริงได้ออกกำลังกายในน้ำร่วมกับเจ้าของ ในขณะที่โซนสนามเด็กเล่นในร่มเป็นตัวเลือกที่เย็นและร่มรื่นในช่วงที่อากาศร้อน คอมมูนิตี้นี้ถูกออกแบบขึ้นด้วยความเข้าใจว่าเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ มักขาดแคลนพื้นที่กลางแจ้งที่ปลอดภัยและเป็นสัดส่วน และ Trail and Tail คือคำตอบที่ตรงจุดและใส่ใจเพื่อเติมเต็มความต้องการดังกล่าว

พื้นที่สำหรับสุนัขแบบครบวงจรใจกลางสุขุมวิท

บริการต่างๆ ที่นี่เป็นมากกว่าสิ่งที่คาเฟ่สำหรับสุนัขทั่วไปจะมอบให้ บริการรับเลี้ยงสุนัขระหว่างวัน (Daycare) ให้บริการตลอดทั้งวันโดยมีเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมประจำอยู่ ในขณะที่โรงแรมสุนัขให้บริการที่พักค้างคืนระยะสั้นโดยมีพยาบาลสัตว์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมคอยดูแลตลอดทั้งคืน สุนัขทุกตัวที่เข้าใช้บริการจะต้องมีประวัติการรับวัคซีนที่เป็นปัจจุบัน และทางทีมงานไม่รับสัตว์เลี้ยงที่มีอายุต่ำกว่าห้าเดือนหรือสุนัขที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงต่อสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีการจัดการที่ดี เช่นเดียวกัน บริการตัดขนและดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงภายในโครงการช่วยเติมเต็มให้ Trail and Tail เป็นจุดหมายปลายทางที่ครบวงจรอย่างแท้จริง

ส่วนของคาเฟ่และร้านอาหารถือเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่นี้มากกว่าที่จะเป็นจุดขายหลัก Tea Factory and More นำเสนออาหารและเครื่องดื่มด้วยแนวทางที่ผ่อนคลายและใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยมีทั้งชาสกัดเย็น เค้กโฮมเมด และอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เสิร์ฟในพื้นที่ที่ยินดีต้อนรับสุนัขให้เข้ามาอยู่เคียงข้างเจ้าของได้ นอกจากนี้ยังมี Dogkery Café ซึ่งเป็นร้านเบเกอรี่สำหรับสุนัขโดยเฉพาะภายในโครงการ ที่ให้บริการขนมระดับพรีเมียมและของว่างเพื่อสุขภาพที่ทำขึ้นเพื่อสุนัขโดยเฉพาะ ในขณะที่เจ้าของสามารถพักผ่อนพร้อมจิบสมูทตี้หรือโกโก้เย็น

สิ่งที่ทำให้ Trail and Tail รู้สึกแตกต่างจากสถานที่สำหรับสุนัข (Dog-friendly spots) ในกรุงเทพฯ ที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ คือความสะดวกสบายและอิสระของสุนัขที่เป็นจุดเริ่มต้นอย่างแท้จริง ไม่ใช่สิ่งที่คิดขึ้นมาภายหลัง พื้นที่สีเขียวถูกสร้างขึ้นเพื่อสุนัข สระว่ายน้ำมีเพื่อสุนัข และสวนประสาทสัมผัส (Sensory garden) ก็มีเพื่อสุนัข ผลลัพธ์ที่ได้คือเจ้าของจะสัมผัสได้ถึงความสบายใจในสถานที่ที่เข้าใจสิ่งที่พวกเขาและสัตว์เลี้ยงต้องการอย่างแท้จริง สำหรับชาวพร้อมพงษ์โดยเฉพาะ ที่นี่ทำหน้าที่เหมือนเป็นศูนย์กลางของย่านมากกว่าจะเป็นเพียงจุดหมายปลายทางสำหรับท่องเที่ยว เป็นสถานที่ที่พวกเขาสามารถกลับมาได้เป็นประจำมากกว่าการมาเยือนเพียงครั้งเดียว

เวลาทำการและนโยบายการอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางสถานที่ก่อนพาสุนัขของคุณไปเสมอ

อนุญาตสุนัขเข้าด้านในโดยต้องจูงสายจูง

อนุญาตสุนัขในรถเข็นหรือกระเป๋า

มีเมนูอาหารสุนัข

มีชามน้ำให้บริการ

มีเครื่องปรับอากาศ

สวน

Opening Hours

สถานที่ที่ใกล้เคียง

กรุณารอสักครู่...

สถานที่ที่คล้ายกัน

Earth House คือร้านอาหารและไวน์บาร์ที่ต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อ ตั้งอยู่ในวิลล่าสไตล์ไทยสมัยกลางศตวรรษที่ได้รับการบูรณะใหม่ในซอยสุขุมวิท 53 ที่นี่อนุญาตให้นำสุนัขเข้ามาในบริเวณสวนได้ — ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในกรุงเทพฯ — ส่งผลให้บรรยากาศที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนการไปใช้เวลาช่วงค่ำที่บ้านเพื่อนที่ได้รับการดูแลอย่างดี มากกว่าจะเป็นเพียงร้านอาหาร สวนสวยที่คุ้มค่าแก่การมาเยือน วิลล่าหลังนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจีสไตล์เขตร้อน พื้นที่กลางแจ้งสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้ในทันที สุนัขของคุณจะได้รับร่มเงา พื้นดินที่อ่อนนุ่ม และบรรยากาศที่เรียบง่ายไม่เร่งรีบ ในขณะที่สถานที่ที่ต้อนรับสุนัขส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ อย่างดีที่สุดก็มีเพียงโต๊ะริมทางเท้าให้เท่านั้น แต่ Earth House มอบสวนที่เป็นสัดส่วนให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ นอกเหนือจากนั้น ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่ทำให้การใช้เวลาช่วงค่ำอันยาวนานของคุณเป็นไปอย่างสบายๆ และผ่อนคลาย อาหารเมดิเตอร์เรเนียนแบบแพลนต์เบสที่รังสรรค์อย่างจริงจังและพิถีพิถัน Earth House ใช้แนวทางแบบ farm-to-table ที่มีต้นกำเนิดจากรสชาติสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ทุกอย่างที่นี่เป็นเมนูจากพืช (plant-based) แต่ในขณะเดียวกัน ทางครัวก็พิสูจน์ฝีมือด้วยการปรุงอาหารที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและสร้างสรรค์อย่างแท้จริง พาสต้าทำมือ ทาปาส สลัดตามฤดูกาล และชีสจากพืชสไตล์อาร์ติซาน คือหัวใจหลักของเมนูที่นี่ ซึ่งทั้งหมดทำขึ้นเองในร้านจากวัตถุดิบออร์แกนิกในท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น ทอร์เทลลินีเห็ดที่รีดแป้งสดใหม่และสอดไส้ด้วยเห็ดถึงห้าชนิด มันคือเมนูประเภทที่ทำให้คำว่า plant-based กลายเป็นเรื่องรองไปเลย เช่นเดียวกับสลัดบีทรูทรมควัน หรืออาร์ติโชกทั้งหัวที่เสิร์ฟพร้อมซอสจิ้มสูตรโฮมเมด นอกเหนือจากอาหารแล้ว Earth House ยังมีรายการไวน์ธรรมชาติที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ไวน์แต่ละขวดมาจากไร่องุ่นออร์แกนิกขนาดเล็กของครอบครัว โดยเน้นไปที่นักทำไวน์หญิง ซึ่งเข้ากันได้ดีกับรูปแบบอาหารทาปาส คือการสั่งมาแบ่งกันทาน รินไวน์ดื่มเรื่อยๆ และใช้เวลาดื่มด่ำให้นานกว่าที่ตั้งใจไว้ นอกจากนี้ ทางครัวยังมีเมนูมื้อค่ำแบบปลอดกลูเตน (gluten-free) ทั้งหมด ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกการรับประทานอาหารที่ครอบคลุมความต้องการของผู้คนได้หลากหลายที่สุดในย่านนี้ สถานที่ที่คู่ควรกับบรรยากาศรอบตัว ยิ่งไปกว่านั้น ตัวสถานที่เองก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน Samantha Häberli ผู้ก่อตั้ง ได้บูรณะวิลล่าสองชั้นนี้อย่างพิถีพิถัน ซึ่งความทุ่มเทในการปรับปรุงนั้นเห็นได้ชัดจากแสงธรรมชาติ การตกแต่งด้วยต้นไม้ภายในที่เขียวขจี และบรรยากาศที่ต่อเนื่องจากสวนไปจนถึงห้องอาหาร ที่นี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายรูปลง Instagram แต่กลับรู้สึกว่าถูกออกแบบมาเพื่อมื้ออาหารที่ต้องการเวลาละเลียดไปกับมันอย่างแท้จริง สำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ การจะหาสถานที่ที่ลงตัวแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ร้านอาหารที่ต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อที่จริงจังกับเรื่องอาหารและไวน์ขนาดนี้ถือเป็นสิ่งที่พบได้ไม่บ่อยนัก นอกจากนี้ บรรยากาศในสวนยังช่วยให้สุนัขของคุณไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมที่สมบูรณ์แบบ Earth House ตั้งอยู่ในสุขุมวิทซอย 53 เดินเพียงไม่ไกลจากย่านหลักของทองหล่อ และคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับใครก็ตามที่ตั้งใจเดินทางมาเยือน
ทองหล่อ
ร้านอาหาร
Screenshot-2026-04-01-152102
Dog's Dream คือคอมมูนิตี้สำหรับสัตว์เลี้ยงบนพื้นที่ 5,000 ตร.ม. ในย่านราชพฤกษ์ นนทบุรี ที่สร้างขึ้นโดยคำนึงถึงทุกสิ่งที่สุนัขต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสนามหญ้าแบบไม่ต้องใส่สายจูง สระว่ายน้ำระบบเกลือ บ่อโคลน บริการอาบน้ำตัดขน รับฝากเลี้ยง และคาเฟ่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง 100% บางสถานที่อนุญาตให้สุนัขเข้าได้ตามนโยบาย แต่ที่ Dog's Dream เราออกแบบมาเพื่อสุนัขโดยเฉพาะในทุกตารางเมตร บนพื้นที่กว้างขวางกว่า 5,000 ตร.ม. บนถนนราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี Dog's Dream คือคอมมูนิตี้สุนัขแบบไม่ต้องใส่สายจูงที่สมบูรณ์แบบที่สุดในกรุงเทพฯ สำหรับสุนัขและเจ้าของ ที่นี่เป็นสถานที่ที่คุณอาจมาเยือนครั้งแรกเพราะความแปลกใหม่ แต่จะกลับมาซ้ำอีกเรื่อยๆ เพราะสุนัขของคุณจะไม่มีวันยอมให้คุณลืมที่นี่เลย หัวใจสำคัญคือสนามหญ้าจริงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในย่านราชพฤกษ์ พื้นที่ที่สุนัขสามารถวิ่งเล่น ดมกลิ่น กลิ้งตัว และสำรวจได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องมีสายจูง แต่พื้นที่แห่งนี้มีมากกว่าแค่สนามหญ้ากว้าง เพราะยังมีบ่อทรายสำหรับขุดเล่น บ่อโคลนสำหรับสุนัขที่อยากสนุกให้สุดเหวี่ยง และสระว่ายน้ำระบบเกลือที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของสุนัขเป็นหลัก พร้อมมีครูฝึกคอยดูแลขณะเล่นน้ำ สำหรับสุนัขหลายตัว องค์ประกอบเหล่านี้เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้ทริปนี้รู้สึกเหมือนเป็นการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ร้านตัดแต่งขนช่วยเติมเต็มประสบการณ์การดูแลสุนัขให้ครบวงจร ช่างตัดแต่งขนมืออาชีพจะดูแลทุกอย่างตั้งแต่การอาบน้ำ ตัดเล็ม ไปจนถึงการทำสปาเต็มรูปแบบ ส่งสุนัขของคุณกลับบ้านอย่างสะอาด มีกลิ่นหอม และได้รับการปรนนิบัติอย่างเต็มที่ หากคุณจำเป็นต้องฝากสุนัขค้างคืนหรือหลายคืน ห้องพักสำหรับรับฝากสุนัขมีเครื่องปรับอากาศ พร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง และสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่าสุนัขที่อยู่นอกบ้านก็ควรจะรู้สึกเหมือนได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ในส่วนของเจ้าของสุนัข Bone x Overdraft คาเฟ่และบาร์ให้ความสำคัญกับความเป็นชุมชนเป็นอย่างมาก เมนูมีทั้งอาหารทานง่ายสำหรับเจ้าของ ทั้งของว่าง อาหารจานหลัก ของหวาน และเครื่องดื่ม ควบคู่ไปกับขนมสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ รวมถึงไอศกรีมสำหรับแขกสี่ขา ทุกอย่างสามารถรับประทานได้ในพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง 100% ซึ่งหมายความว่าคุณไม่ต้องคอยหลบสุนัขไว้ใต้โต๊ะหรือต้องเจรจากับพนักงาน คุณสามารถทานอาหารด้วยกันโดยมีสุนัขนั่งอยู่ข้างๆ และไม่มีใครมองว่าแปลก นอกจากนี้ Dog's Dream ยังมีการจัดกิจกรรมเป็นประจำ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดรวมตัวตามธรรมชาติสำหรับกลุ่มเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในย่านชานเมืองฝั่งตะวันตกที่ต้องการพาสุนัขไปยังสถานที่ที่มีกิจกรรมสร้างสรรค์ แทนที่จะเดินวนอยู่แต่ในซอยเดิมๆ การเดินทางไปที่นั่นจำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวหรือแท็กซี่ เนื่องจากย่านราชพฤกษ์ตั้งอยู่นอกโครงข่าย BTS/MRT แต่ระยะห่างจากใจกลางกรุงเทพฯ ก็คือจุดเด่นอย่างหนึ่ง เพราะพื้นที่ที่กว้างขวางนั้นเองที่ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ หากคุณเคยปรารถนาว่ากรุงเทพฯ จะมีสถานที่ที่สุนัขของคุณสามารถปลดปล่อยพลังและสนุกได้อย่างเต็มที่ ที่นี่แหละคือคำตอบ
นนทบุรี
สวนสำหรับสุนัข
ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขในทองหล่อที่ให้พื้นที่ส่วนตัวแก่สุนัข Hungry Pack เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขที่ใส่ใจรายละเอียดมากที่สุดในกรุงเทพฯ และความแตกต่างนี้คือสิ่งสำคัญ ร้านตั้งอยู่ภายในโครงการ 49Playscape ในซอยสุขุมวิท 49 บริเวณขอบย่านที่พักอาศัยที่เงียบสงบของทองหล่อ เป็นถนนประเภทที่จังหวะชีวิตจะช้าลงและร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมด้านบน ที่นี่สุนัขไม่ได้เป็นเพียงแขกที่ได้พื้นที่ตรงมุมร้าน แต่พวกเขามีโซนสำหรับตัวเองโดยเฉพาะ ทางร้านมีสนามวิ่งเล่นสุนัขแบบบริการตนเองอยู่ติดกับโซนร้านอาหาร การเข้าใช้สนามมีค่าธรรมเนียมและต้องลงทะเบียน ดังนั้นผู้ที่มาครั้งแรกควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนนี้ก่อนมาถึง นอกเหนือจากนั้น การจัดวางพื้นที่ก็เรียบง่ายและผ่านการคิดมาอย่างดี ในขณะที่เจ้าของพักผ่อนกับกาแฟ สุนัขก็มีพื้นที่ให้เคลื่อนไหว เข้าสังคม และผ่อนคลาย การแยกพื้นที่ระหว่างโซนรับประทานอาหารและโซนสุนัขช่วยสร้างความแตกต่างที่ชัดเจน สุนัขสามารถวิ่งเล่นได้โดยไม่ต้องใส่สายจูงโดยไม่ไปรบกวนพื้นที่ส่วนครัว และส่งผลให้บรรยากาศในร้านอาหารยังคงความผ่อนคลายอย่างแท้จริง ลักษณะการจัดพื้นที่สำหรับสุนัขที่ Hungry Pack เป็นอย่างไร พื้นที่ถูกแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนระหว่างโซนสัตว์เลี้ยงและโซนร้านอาหาร ซึ่งเป็นการออกแบบที่สะท้อนถึงความใส่ใจว่าทั้งน้องหมาและเจ้าของต้องการอะไรจากการออกมาทำกิจกรรมร่วมกัน พาร์คแห่งนี้มีทั้งสระว่ายน้ำและพื้นที่วิ่งเล่นที่กว้างขวาง ทำให้รู้สึกว่าที่นี่ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงอย่างจริงจัง และเมื่อกิจกรรมในพาร์คจบลง การเปลี่ยนบรรยากาศกลับมานั่งที่โต๊ะอาหารก็สะดวกสบายมาก เพราะทุกอย่างรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ตัวร้านอาหารให้กลิ่นอายย้อนยุคสไตล์อเมริกันที่มีความดิบและดูสบายๆ เหมาะกับความเป็นร้านอาหารประจำละแวกบ้าน ร้านไม่ได้เน้นความหรูหราเหมือนร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ในทองหล่อ และที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น เพราะที่นี่มีความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ซึ่งเข้ากับอารมณ์ของคนที่เพิ่งนั่งดูลูกรักสี่ขาวิ่งเล่นจนเต็มอิ่มมาเกือบชั่วโมงได้เป็นอย่างดี อาหารและเครื่องดื่ม เมนูของที่นี่มีทั้งอาหารอเมริกันยอดนิยมและอาหารไทยที่คุ้นเคย โดยมีเบอร์เกอร์ ซี่โครง และเฟรนช์ฟรายส์ เสิร์ฟควบคู่ไปกับผัดไทยและก๋วยเตี๋ยวเรือ เมนู Eggs Benedict และกาแฟรสชาติเข้มข้นเป็นทางเลือกที่วางใจได้สำหรับการเริ่มต้นเช้าวันที่แสนผ่อนคลาย นอกจากนี้ รายการอาหารยังมีความหลากหลายมากพอที่ทำให้กลุ่มเพื่อนที่มีความชอบต่างกันสามารถเลือกสั่งได้โดยไม่ต้องตกลงกันนาน อีกทั้งยังมีไอศกรีมรูปสัตว์จิ๋วจาก IceDEA มาเพิ่มสีสันในหมวดของหวาน ซึ่งเป็นลูกเล่นเล็กๆ ที่น่ารักและสนุกสนานไม่น้อย ในฐานะร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านทองหล่อ Hungry Pack เข้ามาเติมเต็มกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ยังไม่ค่อยมีใครตอบสนองความต้องการได้อย่างแท้จริงในกรุงเทพฯ การผสมผสานระหว่างอาหารที่รสชาติดีตลอดทั้งวัน กาแฟคุณภาพ และสวนสำหรับสุนัขจริงๆ — ไม่ใช่แค่ชามน้ำบนระเบียง — ทำให้ที่นี่มีประโยชน์ใช้สอยในแบบที่ร้าน Pet-friendly ส่วนใหญ่ยังทำได้ไม่ถึงระดับนั้น นอกจากนี้ ตัวร้านยังมีความโดดเด่นในฐานะสถานที่พักผ่อนในย่านนี้ด้วยตัวของมันเอง บรรดาสุนัขทำให้ที่นี่มีความพิเศษ และอาหารก็ทำให้ที่นี่คุ้มค่าที่จะกลับมาเยือนอีกครั้ง
ทองหล่อ
ร้านอาหาร
ที่โรงแรมสัตว์เลี้ยง Cozy Tails เราเชื่อว่าสัตว์เลี้ยงทุกตัวสมควรได้รับความรู้สึกปลอดภัย ความรัก และความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน — แม้ในเวลาที่คุณไม่ได้อยู่ด้วยก็ตาม พื้นที่ของเราตั้งอยู่ในย่านรัชดา–ดินแดง ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เงียบสงบ สะอาด และสบายใจสำหรับทั้งสุนัขและแมว เราเน้นการดูแลอย่างอ่อนโยนและใส่ใจ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวได้ปรับตัวตามจังหวะของตัวเองและรู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง ทีมผู้ดูแลของเราพร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เพียงเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณเท่านั้น แต่ยังเพื่อทำความเข้าใจนิสัย อารมณ์ และสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย ทุกการเข้าพักประกอบด้วย: • ห้องพักปรับอากาศที่แสนอบอุ่น • การทำความสะอาดและการดูแลสุขอนามัยเป็นประจำทุกวัน • ช่วงเวลาเล่นทั้งในร่มและกลางแจ้ง • กล้อง CCTV (ตัวเลือกเสริม) เพื่อความอุ่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าพักระยะสั้นหรือระยะยาว เราดูแลสัตว์เลี้ยงทุกตัวเหมือนเป็นคนในครอบครัวของเราเอง — ด้วยความอดทน ความเมตตา และความรักอย่างจริงใจ Cozy Tails เป็นมากกว่าโรงแรมสัตว์เลี้ยง เป็นสถานที่ที่สัตว์เลี้ยงของคุณจะได้พักผ่อน เล่นสนุก และรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน 🤍
ดินแดง
โรงแรมสัตว์เลี้ยง
Screenshot-2026-04-02-160946
The Office Thonglor คือพื้นที่คอมมูนิตี้ที่รวมหลายสถานที่ไว้ด้วยกันในซอยสุขุมวิท 63 ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับคุณตั้งแต่กาแฟยามเช้าไปจนถึงมื้อบรันช์ การทำงานในช่วงบ่าย และต่อเนื่องไปจนถึงช่วงค่ำโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องย้ายไปที่ไหนเลย แนวคิด ชื่อนี้ส่วนหนึ่งเป็นมุกตลกแต่ก็ถือว่าถูกต้องอย่างที่สุด The Office วางตำแหน่งตัวเองเป็นสถานที่ซึ่งงานและการใช้ชีวิตสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่รู้สึกว่าต้องเสียสละอย่างใดอย่างหนึ่ง — เป็นเหมือนศูนย์รวมของชุมชนมากกว่าที่จะเป็นเพียงร้านอาหารหรือคาเฟ่แห่งเดียว พื้นที่นี้ประกอบด้วยร้านอาหารและเครื่องดื่มหลายร้านภายใต้หลังคาเดียวกัน มีทั้งโซนในร่มและกลางแจ้ง ระบบเสียงระดับมืออาชีพ และบาร์ที่เริ่มคึกคักในตอนกลางคืน เป็นสถานที่ในแบบที่ย่านทองหล่อทำได้ดี: มีความสร้างสรรค์ เป็นพื้นที่ทางสังคม และเปิดกว้างสำหรับทุกคน ตั้งแต่กลุ่ม Digital Nomad ไปจนถึงกลุ่มเพื่อนที่มาทานมื้อสายในวันหยุด ช่วงเวลากลางวัน CUM Coffee — ชื่อร้านเป็นการเล่นคำกับคำในภาษาไทยว่า คัม ซึ่งหมายถึง "ตลก" — เป็นตัวชูโรงสำหรับบริการกาแฟในช่วงกลางวัน โดยเสิร์ฟเครื่องดื่มสเปเชียลตี้ที่โดดเด่นมากมาย รวมถึง Biscuit Cream Latte ซึ่งมีกลุ่มแฟนคลับของตัวเอง เมนูอาหารที่หลากหลายครอบคลุมตั้งแต่เมนูบรันช์ยอดนิยม (เอ็กเบเนดิกต์บนครัวซองต์, เฮลตี้โบวล์, เบเกอรี่) อาหารไทย และอาหารตะวันตก รวมถึงแซนด์วิชไก่ย่างเพรสโต้ที่ขึ้นชื่อ และปาเอญ่าอาหารทะเลสไตล์สเปน ที่นั่งมีให้บริการมากมายทั้งโซนด้านในและด้านนอก Wi-Fi เสถียร และมีปลั๊กไฟให้บริการ — ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สะดวกที่สุดสำหรับการนั่งทำงานในคาเฟ่ย่านทองหล่อ พื้นที่โซนเอาท์ดอร์ พื้นที่แบบเปิดโล่งประกอบด้วยคาบาน่าและที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจรอบน้ำพุใจกลางร้าน ซึ่งเป็นการจัดผังที่สร้างบรรยากาศช่วงกลางวันที่รื่นรมย์อย่างแท้จริง มีร่มเงาเพียงพอให้รู้สึกสบายและกว้างขวางพอที่จะทำให้รู้สึกไม่เร่งรีบ บรรยากาศยามค่ำคืน เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน Truth or Dare จะรับช่วงต่อ โดยทางบาร์จะมีโซนเอาท์ดอร์พร้อมดนตรีสดเพื่อปรับอารมณ์ให้แขกได้ผ่อนคลาย ก่อนจะเปลี่ยนบรรยากาศเข้าสู่พื้นที่ด้านในที่เป็นสไตล์คลับพร้อมดีเจ เมนูค็อกเทลซิกเนเจอร์ที่สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้ธีม Truth และ Dare ที่แสนสนุก และพลังงานที่พุ่งสูงสุดในคืนวันศุกร์และวันเสาร์ ระบบเสียงได้รับการออกแบบโดยมืออาชีพและคุณภาพเสียงครอบคลุมพื้นที่ในทุกโซน การพาสุนัขมาด้วย The Office Thonglor ต้อนรับสัตว์เลี้ยงอย่างเต็มรูปแบบ พื้นที่โซนคาบาน่าด้านนอกเหมาะสำหรับสุนัขเป็นอย่างยิ่ง และด้วยรูปแบบพื้นที่ซึ่งเปิดโล่ง จึงทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ให้บรรยากาศผ่อนคลายที่สุดในทองหล่อสำหรับการพาสุนัขมาได้ในทุกช่วงเวลา
ทองหล่อ
พื้นที่ชุมชน
ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขในทองหล่อที่ให้พื้นที่ส่วนตัวแก่สุนัข Hungry Pack เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสุนัขที่ใส่ใจรายละเอียดที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และความโดดเด่นนี้มีความสำคัญ ร้านตั้งอยู่ในโครงการ 49Playscape ในซอยสุขุมวิท 49 บริเวณขอบชายแดนย่านที่พักอาศัยที่เงียบสงบกว่าของทองหล่อ เป็นถนนประเภทที่จังหวะการใช้ชีวิตช้าลงและมีต้นไม้ริมทางแผ่กิ่งก้านปกคลุม สุนัขที่นี่ไม่ได้แค่มีที่นั่งตรงมุมร้านเท่านั้น แต่พวกเขามีโซนเป็นของตนเองเลยทีเดียว สถานที่แห่งนี้มีสนามสุนัขแบบบริการตนเองอยู่ควบคู่ไปกับร้านอาหาร การเข้าใช้สนามมีค่าธรรมเนียมและต้องมีการลงทะเบียน ดังนั้นผู้ที่มาครั้งแรกควรเผื่อเวลาในส่วนนี้ก่อนมาถึง นอกเหนือจากนั้น การจัดวางพื้นที่ก็ตรงไปตรงมาและผ่านการคิดมาอย่างดี ในขณะที่เจ้าของนั่งพักผ่อนกับกาแฟ สุนัขก็มีพื้นที่สำหรับเคลื่อนไหว เข้าสังคม และผ่อนคลาย การแยกส่วนระหว่างพื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่สำหรับสุนัขทำให้เกิดความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ สุนัขสามารถปล่อยสายจูงได้เต็มที่โดยไม่ไปรบกวนส่วนครัว และส่งผลให้บรรยากาศในร้านอาหารยังคงความผ่อนคลายอย่างแท้จริง ลักษณะการจัดพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสุนัขที่ Hungry Pack จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร พื้นที่ถูกแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนระหว่างโซนสัตว์เลี้ยงและโซนร้านอาหาร ซึ่งเป็นการออกแบบที่สะท้อนถึงความใส่ใจในสิ่งที่ทั้งสุนัขและเจ้าของต้องการจากการมาพักผ่อนร่วมกันจริงๆ พาร์คประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำและพื้นที่วิ่งเล่นกว้างขวาง ซึ่งทำให้เห็นว่าที่นี่ไม่ได้แค่ทำไว้พอเป็นพิธี แต่ให้ความสำคัญกับสุนัขอย่างแท้จริง และเมื่อเสร็จกิจกรรมในพาร์ค การเปลี่ยนย้ายกลับมาที่โต๊ะอาหารก็ทำได้สะดวกมาก เพราะทุกอย่างรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ตัวร้านอาหารเองให้บรรยากาศย้อนยุคสไตล์อเมริกันที่มีร่องรอยความเก๋าในแบบที่เข้ากับความเป็นร้านประจำย่าน ที่นี่ไม่ได้เน้นความสวยเนี้ยบเหมือนร้านเปิดใหม่ในทองหล่อ ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น บรรยากาศที่ดูผ่อนคลายและผ่านการใช้งานมาบ้างนั้นลงตัวกับความรู้สึกของคนที่เพิ่งนั่งดูลูกรักสี่ขาของตัวเองวิ่งเล่นมาเกือบชั่วโมงได้เป็นอย่างดี อาหารและเครื่องดื่ม เมนูมีทั้งอาหารอเมริกันคลาสสิกและอาหารไทยจานโปรด ไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์ ซี่โครง และเฟรนช์ฟรายส์ ที่เสิร์ฟคู่กับผัดไทยและก๋วยเตี๋ยวเรือ เมนู Eggs Benedict และกาแฟรสชาติเข้มข้นเป็นตัวเลือกที่ไว้ใจได้สำหรับการเริ่มต้นเช้าวันที่แสนผ่อนคลาย นอกจากนี้ รายการอาหารยังมีความหลากหลายพอที่กลุ่มเพื่อนที่มีความชอบต่างกันจะสามารถเลือกสิ่งที่ชอบได้โดยไม่ต้องเสียเวลาตกลงกันเยอะ และยังมีไอศกรีมรูปสัตว์จิ๋วจาก IceDEA มาเสริมทัพในส่วนของของหวาน ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่น่ารักและสนุกสนาน ในฐานะร้านอาหารที่ต้อนรับสุนัขในย่านทองหล่อ Hungry Pack เข้ามาเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดที่ยังหาได้ยากในกรุงเทพฯ การผสมผสานระหว่างอาหารรสชาติดีที่มีบริการตลอดวัน กาแฟคุณภาพ และสวนสำหรับสุนัขจริงๆ — ไม่ใช่แค่มีชามน้ำวางไว้ให้ตามระเบียง — ทำให้ที่นี่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในแบบที่สถานที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ยังไปไม่ถึง นอกจากนั้น ที่นี่ยังมีความโดดเด่นในฐานะร้านประจำย่านในตัวเอง เหล่าน้องหมาทำให้ที่นี่พิเศษ และอาหารก็ทำให้ที่นี่คุ้มค่าที่จะกลับมาเยือน
ทองหล่อ
ร้านอาหาร
Screenshot-2026-04-03-at-11.05.07-AM
Hoya & Friends Café เป็นคาเฟ่ในกรุงเทพฯ ที่ต้อนรับสุนัข โดยมีต้นกำเนิดมาจากหนึ่งในแบรนด์ขนมสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในเมือง คาเฟ่แห่งนี้เกิดจากครอบครัวเดียวกับผู้อยู่เบื้องหลัง Hoya Barkery ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศไทยในเรื่องขนมสุนัขและแมวจากธรรมชาติ 100% โดยทางร้านได้นำความใส่ใจและแนวคิดแบบเดียวกันนี้มาสร้างสรรค์พื้นที่ที่ทั้งคนและสุนัขสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างแท้จริง เหล่าสุนัขประจำร้านจะเป็นผู้สร้างบรรยากาศตั้งแต่คุณก้าวเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นสุนัขพันธุ์ดัชชุนหุ่นเพรียว คอร์กี้สุดร่าเริง และโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ผู้อ่อนโยน ซึ่งเดินเล่นอย่างเป็นอิสระไปทั่วพื้นที่และทำให้คาเฟ่แห่งนี้ดูไม่เหมือนธุรกิจ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านมากกว่า เมนูของร้านครอบคลุมตั้งแต่อาหารเช้าแบบ All-day breakfast และอาหารจานเดียว ไปจนถึงกาแฟและเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่เรียบง่าย อิ่มอร่อย และปรุงสดใหม่เสมอ สำหรับเจ้าของสุนัข ความเชื่อมโยงกับ Hoya Barkery นั้นมีมากกว่าแค่บรรยากาศ เพราะ Hoya Barkery แบรนด์ขนมสุนัขโฮมเมดจากทีมงานเดียวกัน มีวางจำหน่ายที่ร้านด้วย เพื่อให้สุนัขของคุณได้อิ่มอร่อยไปพร้อม ๆ กับคุณ ที่นี่ไม่ใช่คาเฟ่สุนัขแบบที่ต้องซื้อบัตรเข้าชมหรือคาเฟ่ตามกระแสทั่วไป แต่เป็นจุดพักผ่อนในย่านที่พักอาศัยของกรุงเทพฯ ที่สุนัขเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ภายใต้การสนับสนุนของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะของสัตว์เลี้ยงอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2020
พระโขนง
คาเฟ่
My Paws Backyard มอบการดูแลและความสุขที่ดีที่สุดสำหรับน้องหมาและเจ้าของ ครบจบในที่เดียว!🐶💦 สวนสุนัข | สวนน้ำ | สระว่ายน้ำ | รับฝากเลี้ยง & โรงแรม | อาบน้ำตัดขน | คาเฟ่ 🗓️ อังคาร - อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) 🕗 10:00 น. - 20:00 น.
บางเขน
สวนสำหรับสุนัข
Somewhere: คาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ในประดิพัทธ์ที่ควรค่าแก่การรู้จัก Somewhere เป็นคาเฟ่ที่สุนัขเข้าได้ในย่านประดิพัทธ์ และมันได้รับคำจำกัดความนั้นมาอย่างเงียบเชียบ ร้านตั้งอยู่ในซอยประดิพัทธ์ ซึ่งเป็นถนนที่ชาวกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่รู้จักในฐานะเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างแนวรถไฟฟ้า BTS กับย่านที่พักอาศัยที่เงียบสงบถัดออกไป ตัวอาคารเองก็ช่วยกำหนดบรรยากาศก่อนที่คุณจะเดินเข้าไปเสียอีก ออกแบบโดย @junnarchitect เป็นอาคารทรงลูกบาศก์สีขาวที่ดูนุ่มนวลขึ้นด้วยไม้โทนอุ่นและล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ ที่นี่ไม่ได้พยายามเรียกร้องความสนใจ แต่มันเปิดกว้างในแบบที่ร้านในย่านชุมชนที่ดีที่สุดมักจะเป็นกัน คำแนะนำตัวของร้านกล่าวไว้อย่างเรียบง่ายว่าเป็นพื้นที่สาธารณะเล็กๆ สำหรับเพื่อนบ้าน การวางกรอบความคิดแบบนั้นมีความสำคัญ Somewhere ไม่ได้วางตำแหน่งตัวเองให้เป็นคาเฟ่ที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตหรือที่ดึงดูดฝูงชนในวันหยุด แต่มันเป็นสถานที่ประเภทที่ขับเคลื่อนไปได้เพราะมันดำรงอยู่โดยไม่มีวาระซ่อนเร้น เป็นพื้นที่ที่พลังงานจากท้องถนนสงบลง และช่วงเวลาเช้าหรือบ่ายสามารถดำเนินไปได้อย่างค่อยเป็นค่อยไปในจังหวะของตัวเอง สำหรับสุนัขที่รับรู้บรรยากาศได้ดี พลังงานที่ไม่เร่งรีบแบบนั้นมักจะให้ความรู้สึกเหมือนได้รับการอนุญาต พื้นที่ที่เป็นมิตรกับสุนัขซึ่งสร้างขึ้นจากความเงียบสงบและชุมชน สถาปัตยกรรมมีส่วนสำคัญอย่างมากที่นี่ ผังร้านที่เปิดโล่งและเข้าถึงชุมชน — ผนังสีขาวที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ภายนอก ตัวอาคารที่ดูเชิญชวนมากกว่าจะปิดกั้น — สร้างการไหลเวียนของพื้นที่ในแบบที่เหมาะสำหรับทั้งสุนัขและเจ้าของ ไม่มีทางเดินแคบๆ หรือเสียงรบกวนที่ตีกัน ในขณะเดียวกัน ตัวซอยประดิพัทธ์เองก็มีบทบาทเช่นกัน เพราะมีคนเดินเท้าและความวุ่นวายจากการจราจรน้อยกว่าถนนสายหลักในละแวกนั้น ทำให้การเข้าและออกจากร้านเป็นไปอย่างสงบ และบรรยากาศถนนโดยรอบยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ง่ายสำหรับสุนัขที่สวมสายจูง ต่อมาคือเรื่องของกาแฟ Somewhere เสิร์ฟกาแฟจาก Based Coffeeroaster ซึ่งเป็นชื่อที่แวดวงสเปเชียลตี้คอฟฟี่ในกรุงเทพฯ รู้จักกันดี โดยเน้นไปที่การคัดสรรเมล็ดอย่างพิถีพิถันและการเตรียมการอย่างประณีต ไม่ใช่เน้นปริมาณหรือความหวือหวา นอกจากนี้ อาหารยังมาจากร้าน Sai Don by Daimasu — คอนเซปต์กลิ่นอายญี่ปุ่นจากหนึ่งในกลุ่มร้านอิซากายะที่ได้รับความเคารพมากที่สุดในกรุงเทพฯ ในขณะที่ Daimasu เองจะเน้นไปที่การปิ้งย่างและสาเกยามดึก แต่ Sai Don นำเสนออารมณ์ที่นุ่มนวลกว่า ทั้งความแม่นยำ ความสะอาด และสุนทรียะแบบญี่ปุ่น การผสมผสานนี้ทำให้เมนูมีความสอดประสานกันอย่างตั้งใจ ทั้งกาแฟและอาหารถูกคัดสรรมาอย่างดีมากกว่าจะเป็นเพียงการนำมาวางรวมๆ กัน ผลที่ได้คือ การมาเยือนที่นี่มักจะมีความพิเศษบางอย่าง คุณสั่งอาหารและเครื่องดื่มที่ดี แสงแดดส่องผ่านโครงไม้ สุนัขของคุณนั่งลงอย่างสงบ นอกเหนือจากนั้น ก็ไม่มีอะไรต้องปรุงแต่งมากนัก Somewhere ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อคุณปล่อยให้มันเป็นไป — คือการมาถึงโดยไม่มีแผนและใช้เวลาอยู่นานกว่าที่คิดไว้ นั่นคือหัวใจสำคัญของพื้นที่สาธารณะส่วนรวม และ Somewhere ก็เข้าใจในจุดนั้น สำหรับ Pup Cities นี่คือสถานที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะที่นี่ไม่ได้แสดงตัวว่าต้อนรับสุนัขอย่างออกนอกหน้าจนเกินไป พื้นที่แห่งนี้เพียงแค่เปิดรับอย่างเป็นธรรมชาติ สุนัขจะหาที่ทางของมันได้เหมือนกับแขกที่ดีทั่วไป — โดยการสังเกตบรรยากาศรอบตัวและพักผ่อนอยู่ที่นั่นสักพัก เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางสถานที่ก่อนพาสุนัขของคุณไปเยี่ยมชมเสมอ
อารีย์
คาเฟ่
พื้นที่คอมมูนิตี้ที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านพร้อมพงษ์ที่น่าทำความรู้จัก พื้นที่คอมมูนิตี้ที่เป็นมิตรกับสุนัขในย่านพร้อมพงษ์แห่งนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ผ่านการคิดมาอย่างถี่ถ้วนที่สุดในกรุงเทพฯ สำหรับการใช้เวลายามเช้า POWWOWWOW BKK ตั้งอยู่ในสุขุมวิท ซอย 40 ซึ่งเป็นถนนเส้นรองที่เงียบสงบระหว่างความวุ่นวายของย่านพร้อมพงษ์และเส้นทางที่มุ่งสู่ทองหล่อ พื้นที่แห่งนี้ได้รับรางวัล Monocle Design Awards 2021 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความใส่ใจที่หล่อหลอมทุกรายละเอียดที่นี่ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมไปจนถึงการเลือกผู้เช่า เมื่อสุนัขมาถึงจะได้พบกับพื้นที่ที่เปิดโล่งอย่างแท้จริง การจัดวางของ POWWOWWOW เน้นพื้นที่กลางแจ้งและการเคลื่อนไหวมากกว่าทางเดินที่ปิดทึบ ซึ่งสำคัญอย่างมากสำหรับสัตว์ที่สำรวจโลกผ่านการดมกลิ่นและพื้นที่ ในขณะที่แหล่งช้อปปิ้งหลายแห่งในกรุงเทพฯ ให้ความรู้สึกแออัดและเสียงดัง แต่ที่นี่กลับให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง มีพื้นที่ให้สุนัขได้เดินตามจังหวะของตัวเอง และบรรยากาศโดยรวมก็เงียบสงบพอที่จะทำให้ทั้งสุนัขที่ขี้ตกใจและสุนัขที่ชอบเข้าสังคมสามารถปรับตัวได้อย่างง่ายดาย ทำไมเจ้าของสุนัขถึงกลับมาที่พื้นที่ที่เป็นมิตรกับสุนัขแห่งนี้ในย่านพร้อมพงษ์ คอมมูนิตี้แห่งนี้อยู่ภายใต้แนวคิดไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และปรัชญานั้นยังครอบคลุมไปถึงประสบการณ์จากการสัมผัสสถานที่จริงด้วย POWWOWWOW เชื่อมโยงผู้คนที่มีรสนิยมโดดเด่นในด้านอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าที่ยั่งยืน และกิจกรรมที่มีความหมายเข้าด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้น การคัดเลือกผู้เช่าในโครงการยังเน้นความเป็นอิสระและมีความตั้งใจที่ชัดเจน — เป็นกลุ่มร้านค้าและผู้ขายที่นำเสนอเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากกว่าความซ้ำซากจำเจ NOC โรงคั่วกาแฟอาร์ติซานจากฮ่องกงเลือก POWWOWWOW เป็นสาขาต่างประเทศแห่งแรก โดยเปิดให้บริการครอบคลุมทั้งชั้นล่างและชั้นบนของพื้นที่ค้าปลีกที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงแห่งนี้ สำหรับผู้ที่มาพร้อมกับสุนัขและต้องการใช้เวลาพักผ่อนนานๆ POWWOWWOW มีสภาพแวดล้อมที่ตอบโจทย์ได้อย่างดี ในขณะเดียวกัน ที่นี่ก็เหมาะสำหรับการแวะพักสั้นๆ ระหว่างทำธุระ — ด้วยเวลาเปิดทำการตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงช่วงค่ำ จึงเข้ากับจังหวะชีวิตการเดินเล่นก่อนเข้างานได้อย่างเป็นธรรมชาติพอๆ กับเช้าวันอาทิตย์ที่เนิบช้า บริการอาหารและเครื่องดื่มมีตั้งแต่กาแฟไปจนถึงมื้อค่ำ โดยรูปแบบของคอมมูนิตี้ทำให้ร้านค้าในโครงการมีความหลากหลายอย่างแท้จริง พร้อมพงษ์และซอยโดยรอบเป็นพื้นที่ที่คุ้นเคยกันดีมาอย่างยาวนานสำหรับเจ้าของสุนัขในกรุงเทพฯ ทว่า สิ่งที่ทำให้ย่านนี้เหมาะสำหรับสุนัขก็คือเหตุผลเดียวกับที่ทำให้มันเหมาะสำหรับคน นั่นคือสเกลพื้นที่ที่เป็นมิตร ถนนที่เดินได้สะดวก และพื้นที่ว่างระหว่างอาคารที่ยังพอมีที่ว่างให้สุนัขได้กระดิกหางได้โดยไม่มีอุปสรรค POWWOWWOW เข้าใจความรู้สึกนั้นเป็นอย่างดี ที่นี่ไม่ได้แสร้งทำเป็นมิตรกับสุนัข แต่เป็นการสร้างสถานที่ที่การมาที่นี่พร้อมกับสุนัขของคุณให้ความรู้สึกเป็นเรื่องปกติธรรมดาในความหมายที่ดีที่สุด ในฐานะจุดหมายปลายทางที่ต้อนรับสุนัขในย่านพร้อมพงษ์ สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่อย่างลงตัวในย่านที่กว้างขวางขึ้นซึ่งมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้ที่ค่อยๆ เดินสำรวจอย่างไม่รีบร้อน ยิ่งไปกว่านั้น ปรัชญาการออกแบบที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมยังสื่อถึงบรรยากาศที่เน้นการใช้วัสดุธรรมชาติและสัดส่วนที่ผ่านการคิดมาอย่างดี ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ส่งผลต่อประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสของทั้งสุนัขและเจ้าของพอๆ กัน ผลที่ได้คือการมาเยือนครั้งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการใช้เวลาสองสามชั่วโมงที่คุ้มค่าอย่างแท้จริง มากกว่าจะเป็นเพียงการมาใช้บริการตามปกติ เวลาทำการและนโยบายการนำสัตว์เลี้ยงเข้าพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับทางสถานที่ก่อนพาสุนัขเข้าใช้บริการเสมอ
เอกมัย
พื้นที่ชุมชน
WhatsApp-Image-2026-04-07-at-10.23.32-AM
The Grand Pawlace เริ่มต้นขึ้นจากคนสองคนและสุนัขสุดที่รักสองตัว ลุคคือนักเดินทางตัวยงที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เขามักจะเผชิญกับความท้าทายที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคนเข้าใจดี นั่นคือการหาสถานที่ที่เขาไว้วางใจได้จริงๆ สำหรับ กิซโม และ บลู สุนัขพันธุ์ชิวาวาทั้งสองตัวของเขา แม้จะมีตัวเลือกรับฝากเลี้ยงมากมาย แต่เขามักจะรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไป พื้นที่ส่วนใหญ่มักจะคับแคบ มีข้อจำกัด และดูเหินห่าง ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นที่กักตัวชั่วคราวมากกว่าจะเป็นสถานที่ที่สุนัขสามารถรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านจริงๆ บิลลี่ได้เห็นสิ่งนี้ด้วยตัวเอง ระหว่างการเข้าชมสถานที่ต่างๆ มันชัดเจนว่าสภาพแวดล้อมหลายแห่งขาดความอบอุ่น ความสบาย และอิสระที่พวกเขาเชื่อว่าสุนัขทุกตัวควรได้รับ เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว สุนัขไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยงแต่คือสมาชิกในครอบครัว ด้วยความรักสัตว์อย่างลึกซึ้งของลุคและวิสัยทัศน์ของบิลลี่ที่ต้องการสร้างสิ่งที่ดีกว่า บทสนทนานับครั้งไม่ถ้วนจึงกลายเป็นไอเดียที่ชัดเจนเพียงหนึ่งเดียวว่า จะเป็นอย่างไรถ้ามีสถานที่ในกรุงเทพฯ ที่สุนัขสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ปลอดภัย และมีความสุข เหมือนกับอยู่ที่บ้านของตัวเอง? ไอเดียนั้นได้กลายเป็น The Grand Pawlace — ประสบการณ์รับฝากเลี้ยงสุนัขสไตล์โฮมมี่ระดับบูทีคที่ออกแบบมาเพื่อความสบาย การดูแล และความผูกพัน ตั้งอยู่ใกล้กับ BTS บางจาก พื้นที่ของเราให้บริการในสภาพแวดล้อมแบบไม่ขังกรง เพื่อให้สุนัขสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ได้เข้าสังคมในกลุ่มเล็กๆ และพักผ่อนในบรรยากาศที่เงียบสงบซึ่งผ่านการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน สวนที่เขียวชอุ่มและพื้นที่กลางแจ้งของเราเปิดโอกาสให้สุนัขได้เล่นสนุก สำรวจ และรับแสงแดด ในขณะที่เลานจ์ในร่มแบบปรับอากาศซึ่งติดตั้งเครื่องฟอกอากาศและที่นอนระดับพรีเมียม จะมอบการพักผ่อนที่เย็นสบายและอบอุ่น นอกจากนี้ เรายังกำลังเปิดตัวสระว่ายน้ำสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ เพื่อให้พวกเขามีกิจกรรมที่สนุกสนานและสดชื่นสำหรับการเข้าพักในระยะยาว ด้วยการจำกัดจำนวนสุนัขที่เข้าพักและการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง สุนัขทุกตัวจึงได้รับความรัก ความเอาใจใส่ และประสบการณ์สุดพิเศษเฉพาะตัวตามที่พวกเขาควรได้รับ ที่ The Grand Pawlace เราไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่พักสำหรับสุนัข แต่เราสร้างบ้านหลังที่สองที่อบอุ่นเหมือนอยู่ที่บ้านจริงๆ
อ่อนนุช
โรงแรมสัตว์เลี้ยง
WhatsApp-Image-2026-04-02-at-3.13.51-PM-1
HUND HAUS คือโซเชียลคลับสำหรับสุนัขระดับพรีเมียมแห่งแรกของกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ใกล้แนวถนนเอกมัย-พระราม 9 ที่ซอยศูนย์วิจัย 14 สโลแกน “Dog First, Always” ไม่ใช่เพียงคำโฆษณาทางการตลาด แต่เป็นหลักการดำเนินงานเบื้องหลังทุกการตัดสินใจในการออกแบบของที่นี่ เรื่องราวความเป็นมา HUND HAUS ก่อตั้งโดยคุณณัฐนิช สมิตชาติ ผู้เติบโตมาพร้อมกับสุนัขและกลับมาจากการศึกษาต่อที่ซานฟรานซิสโกพร้อมวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน: คือการนำวัฒนธรรมที่เป็นมิตรต่อสุนัขอย่างแท้จริงมาสู่กรุงเทพฯ ในระดับเดียวกับที่เธอเคยสัมผัสในต่างประเทศ ผลลัพธ์ที่ได้คือโซเชียลคลับที่สร้างขึ้นเพื่อสุนัขและเจ้าของโดยเฉพาะ — ไม่ใช่แค่คาเฟ่ที่อนุญาตให้สุนัขเข้าได้ และไม่ใช่แค่สวนสุนัขทั่วไปที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน แต่เป็นสิ่งที่ผ่านการคิดมาอย่างละเอียดและสมบูรณ์แบบยิ่งกว่านั้น พื้นที่โครงการ พื้นที่โครงการครอบคลุมพื้นที่สีเขียวประมาณหนึ่งไร่ (ประมาณ 1,600 ตร.ม.) ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิก ASWA และภูมิสถาปัตย์โดย LAAB มีสระว่ายน้ำธรรมชาติในรูปแบบลำธารไหลผ่านพื้นที่โครงการ ซึ่งสุนัขสามารถลงเล่นและว่ายน้ำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม พื้นที่สีเขียว (Green Area) เป็นโซนปล่อยสายจูงได้ทั้งหมด สำหรับ Introvert Dog Zone — ซึ่งเป็นโซนที่มีรั้วกั้นภายในสวน — เป็นทางเลือกสำหรับสุนัขที่ต้องการสิ่งเร้าน้อยลงและชอบการเข้าสังคมที่เงียบสงบ สถาปัตยกรรมมีการจัดกลุ่มพื้นที่ร้านค้า กรูมมิ่ง และศาลาแยกตามอาคารต่างๆ โดยมีสระน้ำและสนามหญ้าเป็นจุดศูนย์กลาง สิ่งอำนวยความสะดวก โซนอาบน้ำด้วยตนเองมีการจัดเตรียมผลิตภัณฑ์ DoggyPotion ไว้ให้ ซึ่งเป็นแชมพูแบบเดียวกับที่ผู้ก่อตั้งใช้กับสุนัขของเธอเอง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในส่วนของ Hund Lounge ซึ่งเป็นศูนย์รับฝากเลี้ยงระหว่างวันจะเปิดให้บริการในช่วงกลางวัน โดยออกแบบมาเพื่อให้ความรู้สึกเหมือนบ้านมากกว่ากรงสุนัข และมีการแบ่งกลุ่มสุนัขตามระดับพลังงาน ร้านขายสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงมีแบรนด์ที่คัดสรรมาแล้ว 10–15 แบรนด์ ซึ่งแต่ละแบรนด์ผู้ก่อตั้งเป็นผู้เลือกเองจากสิ่งที่เธอใช้งานจริง ห้องเวิร์กชอปมีการจัดกิจกรรมตามธีมเป็นประจำ ตั้งแต่กิจกรรมตามฤดูกาลไปจนถึงทริปนอกสถานที่ ซึ่งช่วยขยายสังคมของสมาชิกให้กว้างขวางยิ่งขึ้นนอกเหนือไปจากตัวคลับเอง นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังสามารถเช่าเพื่อจัดงานกิจกรรมส่วนตัวได้อีกด้วย การเป็นสมาชิก HUND HAUS ให้บริการทั้งในรูปแบบอัตราค่าบริการรายวันและระบบสมาชิก โดยการเป็นสมาชิกรายปีถือเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นการวางตำแหน่งที่สะท้อนถึงความพรีเมียมของบริการและสังคมที่ทางคลับมุ่งหวังจะสร้างขึ้น
เอกมัย
สวนสำหรับสุนัข